ข้อคิดคนสูงวัย อายุมากขึ้นชีวิตบั้นปลายจะมีความสุขมาก

ข้อคิดคนสูงวัย อายุมากขึ้นชีวิตบั้นปลายจะมีความสุขมาก

Publish 2019-05-30 09:19:34


สังคมไทยในปัจจุบันต้องเจอกับสภาพที่มีประชากรผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสวนทางกับจำนวนประชากรที่เกิดใหม่ เนื่องจากค่านิยมของคนยุคปัจจุบันนั้นมักมองว่าการจะสร้างครอบครัวจะต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมในทุกๆด้าน จนการเพิ่มประชากรของคนสมัยใหม่ขยับช่วงอายุไปในวัยที่สูงมากยิ่งขึ้น

 

 

หากคุณมองรอบตัว ทั้งเวลาขึ้นรถเมย์ ไปโรงพยาบาล หรือสวนสาธารณะก็จะเห็นได้ชัดเจนว่าจำนวนสัดส่วนของผู้ที่อยู่ในพื้นที่แทบจะกลายเป็น ผู้สูงอายุ 65 : เด็ก-วัยรุ่น 35 เลย



และ 7 ปัญหา ที่เรามักพบได้ในผู้สูงอายุได้แก่
1.ปัญหาทางด้านสุขภาพกาย ผู้สูงอายุมักจะมีปัญหาด้านสุขภาพเสื่อมโทรม มีโรคภัยต่างๆ เบียดเบียน ทั้งโรคทางกาย และทางสมอง ผู้มีอายุเกิน 65 ปี มักมีการเปลี่ยนแปลงทางสมองคือ โรคสมองเสื่อม โรคหลงลืม โรคซึมเศร้า

2.ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ผู้สูงอายุที่มีฐานะไม่ดี ไม่มีลูกหลานดูแลอุปการะเลี้ยงดู อาจจะไม่มีรายได้ หรือรายได้ไม่เพียงพอสำหรับการเลี้ยงชีพ อาจจะไม่มีที่อยู่อาศัย ทำให้ได้รับความลำบาก

 

 

3.ปัญหาทางด้านความรู้ ผู้สูงอายุไม่มีโอกาสได้รับความรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง ให้เหมาะสมกับวัย และสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป และเพื่อให้เข้ากันได้กับเยาวชนรุ่นใหม่

4.ปัญหาทางด้านสังคม ผู้สูงอายุอาจจะไม่ได้รับการยกย่องจากสังคมเหมือนเดิม โดยเฉพาะผู้ที่เคยเป็นข้าราชการ ตำแหน่งสูงซึ่งเคยมีอำนาจและบริวารแวดล้อม เมื่อเกษียณอายุราชการ อาจเสียดายอำนาจและตำแหน่งที่เสียไป เยาวชนและหนุ่มสาวหลายคนมีทัศนคติไม่ดีต่อผู้สูงอายุ เห็นคนรุ่นเก่าล้าสมัย พูดไม่รู้เรื่องและไม่มีประโยชน์

 

 

5.ปัญหาทางด้านจิตใจ ผู้สูงอายุจะไม่ได้รับความเอาใจใส่ และความอบอุ่นจากลูกหลานอย่างเพียงพอ ทำให้รู้สึกว้าเหว่ อ้างว้าง และอาจจะมีความวิตกกังวลต่างๆ เช่น กังวลว่าจะถูกลูกหลาน และญาติพี่น้องทอดทิ้ง กังวลในเรื่องความตาย ผู้สูงอายุมักมีอารมณ์เปลี่ยนแปลง เช่น เศร้า เฉยเมย เอาแต่ใจตนเอง ผู้สูงอายุบางคน ก็ยังมีความต้องการความสุขทางโลกีย์ ซึ่งไม่เหมาะสมกับวัยของตนทำให้ได้รับความผิดหวัง

6.ปัญหาเกี่ยวกับครอบครัว ปัญหาผู้สูงอายุที่น่าเป็นห่วงคือ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และวัฒนธรรม ในอดีตจะเป็นครอบครัวใหญ่ ที่เรียกว่า ครอบครัวขยาย ทำให้มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น และเกิดความอบอุ่น ระหว่างพ่อ แม่ และลูกหลาน ในปัจจุบันครอบครัวคนไทย โดยเฉพาะในเขตเมืองจะเป็นครอบครัวเดี่ยวเป็นส่วนใหญ่ ลูกหลานจะมาทำงานในเขตเมืองทิ้งพ่อแม่ให้เฝ้าบ้าน ทำให้ผู้สูงอายุอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่ได้รับการดูแล และได้รับความอบอุ่นดังเช่นอดีตที่ผ่านมา

7.ปัญหาค่านิยมที่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันความเปลี่ยนแปลงจากภาวะทางด้านเศรษฐกิจ และสังคม ทำให้เยาวชนมีความกตเวทีต่อพ่อ แม่ ครูอาจารย์ น้อยลง ผู้สูงอายุไม่ได้รับการดูแล ต้องอาศัยสถานสงเคราะห์คนชรา
ในอนาคตเมื่อประเทศไทยเป็นประเทศอุตสาหกรรมแบบใหม่ สังคมไทยอาจกลายเป็นสังคมตะวันตกคือ ต่างคนต่างอยู่ ไม่มีการเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน ไม่มีการทดแทนบุญคุณ บุตรหลานโตขึ้นก็จะไม่เลี้ยงดูพ่อแม่เมื่อแก่ชรา



และหากคุณอายุมากขึ้น สิ่งที่ต้องตระหนักก็ย่อมมีมากขึ้น โดยเฉพาะ 6 สิ่งนี้ หากทำได้ ชีวิตจะดีขึ้นอย่างแน่นอน

1.ให้อารมณ์เหมือนกิ่งไม้ไหว
ไหวพริ้วไปตามลมบ้าง นิ่งบ้าง เงียบบ้าง บางครั้งสูญเสีย ไม่ได้ดั่งใจบ้าง ก็ให้เข้าใจได้ว่า มันเป็นกฏของธรรมชาติ ที่ย่อมเกิด ตั้งอยู่ และดับไปนั่นเอง เหมือนเวลากิ่งไม้หัก ไม่เห็นมันร้องไห้ฟูมฟาย เสียอกเสียใจ แต่มันจะรีบงอกกิ่งใหม่เพื่อฟื้นฟูตัวเองขึ้นมาทดแทนให้เร็วที่สุด เราเองก็เช่นกัน เมื่อถึงเวลาสูญเสียสิ่งใด ก็ต้องเข้าใจมันให้เร็วที่สุด เอาธรรมะที่เป็นธรรมชาติ

มาทดแทนความไม่เข้าใจเมื่อครั้งในอดีต แล้วชีวิตในบั้นปลายก็จะมีความสุข ด้วยความเข้าใจธรรมะ ที่เป็นธรรมชาติ ของความเป็นธรรมดานั่นเอง

 

 

2. ออกกำลังกายให้เหมือนติดฝิ่น
คือออกกำลังกายจนเสพติด เหมือนติดฝิ่น วันไหนไม่ได้ออกกำลังกาย ไม่ได้เอาเหงือออก จะรู้สึกหงุดหงิด ครั่นเนื้อครั่นตัว อะไรทำนองนั้นเลย แล้วเราจะเป็นคนสูงอายุที่สุขภาพเราจะแข็งแรง

3.บินออกจากรังให้เหมือนนก
นกที่นอนอยู่กับรังเป็นนกที่กำลังกกไข่ เราอายุปูนนี้แล้วจะเอาไข่ที่ไหนมากก ไอ้ไข่ที่มีก็ไม่มีโอกาสฟักเป็นตัวแล้ว รีบบินออกจากรังเหมือนนก เมื่อยังบินไหว อย่านั่งจับเจ่าอยู่กับบ้านทีังวันทั้งคืน ทั้งที่ยังบินได้ จนกลายเป็นคนติดเก้าอี้ ติดเตียงไป

จะบินไปใกล้ ไปไกล ขอให้บินออกไปบ้าง ยิ่งไปเที่ยวต่างจังหวัด ต่างประเทศได้ยิ่งดีเลย คนที่ได้ไปเที่ยวไกลๆจะเป็นคนสดชื่นไม่เหี่ยวเฉาเหงาตายเหมือนพวกติดเตียง ไม่นานก็กลับบ้านเก่า

 

 

4. กินอยู่เหมือนพวกตีนแมว
คือกินเหมือนย่องเบาอ่ะครับ กินช้าๆ ค่อยๆกิน กินทีละน้อยๆ กินเบาๆ กินบ่อยได้ แต่อย่ากินเยอะ อย่ากินมูมมามเหมือนนักการเมืองบางคน กินแบบตะกละมูมมาม พาลสำลัก สำรอก ไอโขลกขลาก ขึ้นปากขึ้นจมูกไปโน่นเลย

5.นอนเหมือนเมาเห็ด
อายุมากแล้วต้องนอนให้พอ หลับให้สนิท อย่าคิดมากจนนอนไม่หลับ รู้สึกง่วงก็ให้นอน โดยเฉพาะกลางคืนนอนอย่าให้เกินสี่ทุ่ม กลางวันถ้ารู้สึกง่วง ให้หาเวลาหลับสักสิบห้านาที หรือครึ่งชั่วโมง จะสดชื่นขึ้นเยอะ

6.ทำตัวเหมือนหมากรุก
คือจะลุก จะยืน จะเดิน จะนั่งคิดดีๆ เดินช้าๆ ค่อยๆคิด ค่อยๆเดิน อย่าพรวดพราด ล้มลุกคลุกคลานขึ้นมา ไม่ได้ล้มแค่เราคนเดียว มันล้มทั้งกระดาน เสียกระบวนไปทั้งบ้าน

รู้แบบนี้แล้วบ้านไหนที่มี ผสว. (ผู้สูงวัย) อยู่ในบ้านก็อย่าลืมแบ่งปันให้คนที่คุณรัก อยู่กับคุณอย่างมีความสุขไปอีกนานแสนนาน




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิระนันท์ เมฆปัจฉาพิชิต
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์