กสทช.ลงโทษจอดำช่อง 8 ผิดปล่อยรายการช่องส่องผี ละเมิดความเชื่อ ประวัติศาสตร์

Publish 2020-07-16 13:46:33


ยังเป็นประเด็นที่คนไทยส่วนใหญ่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จากที่ ช่องส่องผี เผยแพร่รายการเนื้อหาพาดพิงประวัติศาสตร์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งก่อนหน้านี้ เพจตามรอยเจ้าตาก โดยนายสุชาติ กนกรัตน์มณี ประธานชมรมตามรอยเจ้าตาก ได้ทำคลิปความยาวประมาณ 30 นาที ออกมาพูดถึงกรณีที่รายการดัง นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งมีการพูดถึง ศาลเจ้าประจำตระกูลของพระเจ้าตาก บทสวดมนต์ที่พระเจ้าตากเขียนขึ้นไว้ พระเจ้าตากทรงช้างไม่เป็น ทรงเป็นแต่ม้า ไปจนถึงวัดที่แม่ของพระเจ้าตากสร้างไว้ การกู้เงินจากจีนเป็นต้น


กสทช.ลงโทษจอดำช่อง 8 ผิดปล่อยรายการช่องส่องผี ละเมิดความเชื่อ ประวัติศาสตร์

กระทั่งที่อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ แขวงบางยี่เรือ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ นายสุชาติ กนกรัตน์มณี ประธานชมรมตามรอยเจ้าตาก พร้อมด้วยที่ปรึกษา ร่วมประชุม และออกข้อเรียกร้องถึง น.ส.สุระประภา คำขจร หรือ อ.เรนนี่ และรายการช่องส่องผี ที่ในหลายตอนมีการ กล่าวอ้างถึงสมเด็จพระเจ้าตากสิน ซึ่งเป็นการหมิ่นพระเกียรติ และบิดเบือนข้อเท็จจริงของประวัติศาสตร์ อาทิ เรื่องการทรงช้าง ที่ระบุว่าพระองค์ทรงช้างไม่เป็น ซึ่งถือเป็นการหมิ่นพระปรีชาสามารถ และขัดแย้งกับข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ชมรมได้ศึกษา และค้นคว้ามา  ถือว่าเป็นการบิดเบือนประวัติศาสตร์

 

 

อ่านข่าว - เรนนี่โดนเต็มๆ ชมรมพระเจ้าตากฯ ยื่นคำขาด 3 ข้อต้องทำ

กสทช.ลงโทษจอดำช่อง 8 ผิดปล่อยรายการช่องส่องผี ละเมิดความเชื่อ ประวัติศาสตร์


ล่าสุด ที่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการด้านผังรายการและเนื้อหารายการ พร้อมตัวแทนจากกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วมรับฟัง เพื่อหารือสรุปข้อเท็จจริงในการเผยแพร่รายการช่องส่องผี  ที่มีการปมเนื้อหารายการบิดเบือนประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม โดยมี พลโท ดร. พีระพงษ์  มานะกิจ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นประธานในการประชุมครั้งนี้  และทางทีมงานฝ่ายกฎหมาย ช่อง 8 เข้าชี้แจงถึงข้อเท็จจริงต่อ กสทช. โดยนำเอกสารต่างๆ มาด้วย ทั้งนี้ในที่ประชุมใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง จึงแล้วเสร็จ

 

 

โดย พลโท ดร. พีระพงษ์  เปิดเผยหลังการประชุมว่า  การประชุมในวันนี้เชิญผู้เชียวชาญภายนอก จากกระทรวงมหาดไทย มาให้ความเห็นในกรณีการรับบริจาคและผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงวัฒนธรรมให้ความเห็นในเรื่องประวัติศาสตร์ ซึ่งทั้ง 2 หน่วยงานได้ให้ความเห็นต่างกัน สำหรับกรณีการบริจาคเป็นปัญหาของกฎหมายซึ่งยังไม่ชัดเจน เพราะเป็นกฎหมายเก่าเพราะฉะนั้นเรื่องการรับบริจาคอยู่ระหว่างเข้าสู่กระบวนการ ซึ่งต้องดูอีกครั้งว่าการขอบริจาคทางสื่อจะเข้าข่ายผิดหรือไม่ผิด / ส่วนกระทรวงวัฒนธรรมให้ความเห็นในกรณีประวัติศาสตร์ ว่าจริงๆแล้วเป็นการนำเสนอที่ขาดความน่าเชื่อถือ เพราะว่าประวัติศาสตร์ จะเปลี่ยนได้ก็ต่อเมื่อมีวัตถุพยาน ข้อมูลรองรับจนกระทั่งรู้สึกว่าเรื่องใหม่เป็นเรื่องที่จริงที่น่าเชื่อถือได้ กว่าเรื่องเก่า แต่เรื่องดังกล่าวเป็นความเชื่อนอกระบบไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์

 

 

โดยคำให้การของผู้เชี่ยวชาญภายนอก สรุปแล้วเห็นว่าการนำเสนอรายการนี้มีปัญหา 2 ข้อ คือ 1. การทรงเจ้าหรือร่างทรง เป็นการใช้ความเชื่อนอกระบบที่พิสูจน์ไม่ได้ จึงไม่ควรนำมาเสนอผ่านรายการทางโทรทัศน์ เพราะจะทำให้คนที่ไม่รู้เรื่องเชื่อว่าเป็นความจริง /  2.เนื้อหาในเชิงประวัติศาสตร์ต่อบุคคลต่างๆไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ไม่มีเนื้อหาที่สามารถพิสูจน์ได้ / เป็นการกล่าวอ้างของร่างทรง ซึ่งวิเคราะห์แล้วเห็นตรงกันว่าผิดเพี้ยน เนื้อหารายการจึงส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของบุคคลที่ประชาชนเคารพนับถือ  สำหรับบทลงโทษในครั้งนี้ทางอนุคณะกรรมการได้มีคำตัดสินว่า รายการดังกล่าว เป็นการออกอากาศที่ผิดขัดต่อมาตรา 37 ซึ่งโทษปรับได้สูงสุด 500,000 บาท แต่คณะอนุกรรมการฯ ได้ยกระดับให้หยุดทำรายการ และระงับรายการ 1 ครั้ง แต่เนื่องจากทางช่องได้มีความรับผิดชอบส่วนตัว และมีวิจารณญาณที่ดีมาก ได้ถอดรายการออกไป จึงสั่งให้จอดำ 1 ครั้ง ในช่วงเวลาที่เคยออกอากาศ "ช่องส่องผี" แม้ว่าทางช่องจะถอดรายการออกไปแล้ว

 

ทั้งนี้การสั่งระงับในครั้งนี้ต้องการทำให้สังคมรู้ว่าทางช่อง และทาง กสทช.ได้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน