ทัวร์ลงแม่น้องชมพู่จนติดเทรนทวิตหันเชียร์ลุงพลหลังแฉกลับกลางรายการ

ทัวร์ลงแม่น้องชมพู่จนติดเทรนทวิตหันเชียร์ลุงพลหลังแฉกลับกลางรายการ

Publish 2020-07-07 15:11:36


จากกรณีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่เสียชีวิตบริเวณป่าภูเหล็กไฟ บ้านกกกอก หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ขณะนี้ยังไม่สามารถจับคนร้าย เนื่องจากหลักฐานไม่ครบถ้วน 
 



ต่อมากลายเป็นเรื่องใหญ่แล้ว โดยรายการทุบโต๊ะข่าวรายงานว่า นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่น้องชมพู่ ได้เปิดใจอย่างตรงไปมาว่าตัวเองนั้นอัดอั้นมานานและไม่ขอปิดข้อมูลอีกแล้ว โดยเจ้าตัวยอมรับว่าสงสัยลุงพลนั้นเป็นผู้ก่อเหตุกับน้องชมพู่ โดยสาเหตุที่แม่ชมพู่สงสัยนั้นสืบเนื่องมาจาก เพราะลุงพลนั้นไปทำเกี่ยวกับร่างทรง แต่พอเข้าไปที่ป่าช้าไม่เคยเข้ามาเหยียบที่บ้าน โดยตนสงสัยลุงพลแต่ไม่มีหลักฐาน โดยตนนั้นอยากให้ลุงพลมาชี้แจงด้วย 

ต่อมา ลุงพล ทนไม่ไหว ประกาศตัดญาติทันที พร้อมแฉความลับของแม่น้องชมพู่ ว่าไม่เคยขึ้นไปภูเหล็กไฟเลย ไม่ยอมไปดูสถานที่เกิดเหตุเลยแม้แต่ครั้งเดียวจนชาวบ้านต่างสงสัยและพูดกันต่างๆนาๆ หรือกำลังกลัวอะไรบางอย่าง และเปิดหลักฐานล่าสุดให้ดูนั่นคือ วันเผาน้องชมพู่นั้นลุงพลได้เปิดให้ดู นั่นก็คือเป็นภาพและคลิปในงานเผาศพน้องชมพู่ โดยแม่น้องชมพู่นั้นรีบเอาเสื้อผ้าน้องชมพู่ทั้งหมดมาเผาพร้อมกันทั้งหมด โดยไม่ยอมเก็บไว้เป็นหลักฐานแม้แต่ชิ้นเดียว โดยลุงพลนั้นสงสัยว่าทำไมต้องรีบเผาหลักฐานทิ้งทั้งหมด โดยเรื่องทั้งหมดเก็บไว้มานาน และลุงพลยังพูดทิ้งท้ายอีกว่า ที่น้องชมพู่ เสียชีวิต อาจจะเป็นเพราะพ่อกับแม่นั่นเอง

"ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ก็ขออยู่เฉยๆดีกว่า เราช่วยทุกอย่างเพราะมีคนขอให้ช่วย เงิน 3,000 บ. ที่ได้จากการออกรายการนึงก็ให้ครอบครัวน้องชมพู่หมด เพราะรู้ว่าทางครอบครัวเขาต้องใช้เงินถ้ารู้ว่าจะมาสงสัยกัน วันนั้นขออยู่เฉยๆดีกว่า"



ล่าสุด รายการโหนกระแสได้เชิญนายไชย์พล วิภา หรือลุงพล มาอีกครั้ง เกี่ยวกับประเด็นที่กำลังพูดถึงว่าตนเป็นผู้ต้องสงสัยในสายตาของครอบครัวน้องชมพู่ พร้อมทั้งนำจดหมายจากป้าแต๋ม ภรรยาลุงพล ที่เขียนถึงเรื่องราวในครั้งนี้มาเปิดในรายการด้วย
 
ลุงพล กล่าวว่า เจ้าตัวรับว่าการมาครั้งนี้จะต่างจากครั้งแรกคือ เป็นการเปิดใจในความสงสัยที่ตนมีแต่แรก ที่สังคมต้องรับรู้ แต่ไม่ได้พูดออกไปเพราะเห็นแก่หน้าพ่อแม่ของน้องชมพู่ และยังคงยืนยันว่าน้องเดินเข้าไปบนเขาไม่ได้เพราะเขาสูงเกินกว่าเด็กจะขึ้น นอกจากมีคนพาไป 
 
อีกทั้งยังได้พูดคุยกับทางแม่ยายพบว่า ตัวแม่ยายกับพ่อตานั้นไม่ได้สงสัยตน  แต่เป็นตัวของแม่เด็กคนเดียว ส่วนเรื่องที่มีการประชุมในครอบครัวที่ตนไม่ได้ไป รับไม่รู้เรื่องและไม่มีคนบอกว่ามีประชุม และถึงรู้ก็ไม่ไป เพราะมันผิดปกติสำหรับตนที่ไม่ค่อยได้ไปบ้านน้องชมพู่อยู่แล้ว อยู่บ้านคนเดียว ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็ไม่ไป ซึ่งตนมองว่าหลังจากที่เผาศพน้อง ก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปอีกตามปกติของตน

 

 

หลังจากรายการออนแอร์ออกไปชาวโซเชียลต่างพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นและได้ตั้งข้อสงสัยไปยังแม่น้องชมพู่แทนพร้อมบอกว่าดูจากที่ลุงพลพูดแล้วเชื่อว่าเป็นความจริง ส่วนพ่อแม่เองนั่นแหละที่มีพิรุธ เช่น

 

 

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน