ลุงพลโดนจับผิดอีกแล้ว หลังชาวเน็ตสงสัยการตั้งชื่อลูกทั้ง 2 คนเกี่ยวกับเรื่องไสยศาสตร์

"ลุงพล"โดนจับผิดอีกแล้ว หลังชาวเน็ตสงสัย"การตั้งชื่อลูกทั้ง 2 คน"เกี่ยวกับเรื่องไสยศาสตร์

Publish 2020-07-02 14:44:12


จากกรณีการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่เสียชีวิตบริเวณป่าภูเหล็กไฟ บ้านกกกอก หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ขณะนี้ยังไม่สามารถจับคนร้าย เนื่องจากหลักฐานไม่ครบถ้วน มีเพียงแต่ ผลตรวจดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยตอนนี้ออกแล้ว หลังตำรวจเก็บเส้นบางอย่างใกล้จุดพบศพน้องชมพู่ ลักษณะคล้ายเส้นผมหรือเส้นขน

 



แน่นอนว่า คดีนี้เป็นที่จับตาของประชาชนอย่างมาก เพราะเส้นขนที่พบในที่เกิดเหตุ เป็นดีเอ็นเอเดียวกับน้องชมพู่ แต่ไม่ใช่ของน้อง ซึ่งก็เกิดการตั้งข้อสังเกตุมาว่า ขนที่พบเป็นจของคนใกล้ตัวในครอบครัวหรือไม่ และก่อนหน้านี้ ลงของน้องชมพู่ก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัย และถูกจับผิดมากมาย 

 

 

ล่าสุด อมรินทร์ ไปสัมภาษณ์ นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล ลุงของน้องชมพู่ เปิดเผยว่า ปกติคนทั่วไปก็เชื่อเกี่ยวกับเรื่องไสยศาสตร์อยู่แล้ว ซึ่งถ้าหากเจ้าหน้าที่จะสงสัยตนในเรื่องนี้ ตนอยากชี้แจงว่าตนมีความเชื่อไสยศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องหมอธรรม นิมิตต่าง ๆ สิ่งที่ไม่เห็นตัวตน ส่วนในเรื่องคาถาและมนตร์ดำนั้นตนไม่เคยยุ่งเกี่ยวด้วย เพราะตนศึกษาเพียงพระพุทธศาสนาเท่านั้น ความเชื่อไสยศาสตร์ของตนหมายถึงนับถือศาสนาพุทธ เพราะเรื่องไสยศาสตร์มาพร้อมกับวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว คงไม่มีใครเชื่อวิทยาศาสตร์เพียงอย่างเดียว

 



นายไชย์พล กล่าวต่อว่า สำหรับการตั้งชื่อลูกชายว่า "โอม" และ "น้ำมนต์" เพราะว่าตนเป็นคนใจร้อนโผงผาง ได้ลูกชายคนแรกก็ตั้งชื่อว่า "น้องโอม" มาจากคำว่า โอมเพี้ยง ถ้าตนใจร้อนมาก็ได้ลูกโอมเพี้ยงใส่ก็ใจเย็นลง ส่วนลูกชายคนเล็กตั้งชื่อว่า "น้ำมนต์" น้าแต ที่เป็นน้องของภรรยาเป็นคนตั้งให้ ซึ่งให้ความหมายเดียวกันคือ ถ้าตนใจร้อน ก็มีน้ำมนต์คอยพรมให้ใจเย็น

นายไชย์พล ยังบอกอีกว่า สำหรับคำว่าใจร้อนนั้นไม่ใช่การโมโหร้าย แต่เป็นคนปากร้ายแต่ใจดี เป็นคนพูดตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม ซึ่งตนมองตัวเองว่าเป็นคนพูดขวานผ่าซากจนทำให้คนอื่นดูว่าขี้โมโห แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนพูดเฉย ๆ ไม่ได้กระทำหรือลงมือ ซึ่งกับครอบครัวตนก็พูดแบบนี้ แต่ก็เป็นเรื่องปกติที่ตนใช้สอนลูก

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน