หมอธีระ เตือนรัฐระวังคำพูดเวลารายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ พึงระวังให้ดีช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

หมอธีระ เตือนรัฐระวังคำพูดเวลารายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ พึงระวังให้ดีช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

Publish 2020-06-08 13:55:26


บนเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ของรศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์เตือนรัฐและทีมศบค. ต้องระวังการใช้คำหรือประโยคในการรายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อล่าสุด เพราะอาจทำให้การ์ดตก 




8 มิถุนายน 2563

โดย รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรศ.ดร.พญ.ภัทรวัณย์ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล รัฐควรประกาศรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ เป็นขั้นตอน ที่มีรายละเอียดดังนี้

หนึ่ง บรรยายให้เห็นจำนวนรายวัน ที่มา และสถานะอาการ พร้อมให้กำลังใจผู้ติดเชื้อให้หายป่วยโดยเร็ว

สอง วิเคราะห์สถานการณ์การติดเชื้อนั้นๆ และนำมาชี้ให้เห็นบทเรียน หรือข้อพึงระวังสำหรับประชาชน และข้อพึงระวังสำหรับหน่วยงานระดับนโยบายด้านสุขภาพ ขนส่ง ท่องเที่ยว เศรษฐกิจ แรงงาน สังคมและวัฒนธรรม จำแนกตามภาคส่วนงานหลักของประเทศ

ข้อสองที่กล่าวมานั้นสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นการแลกเปลี่ยน ให้ความรู้ความเข้าใจ ทั้งแก่ประชาชนและแก่หน่วยงานที่รับผิดชอบงานของตัวเอง ให้ได้เห็นภาพรวมของสถานการณ์ และเอาไปวางแผนวางนโยบายที่เห็นหลายแง่มุม มิใช่แค่มุมที่ตัวเองทำอยู่



ที่สำคัญอีกประการคือ ประโยค/ถ้อยคำที่จะใช้สื่อสารสู่สาธารณะนั้นจำเป็นต้องไตร่ตรอง ใคร่ครวญ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะนำมาใช้ประกาศจริง เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบอันไม่พึงประสงค์ตามมา

ตัวอย่างเช่น การประกาศย้ำมาเป็นเวลากว่าสิบวันว่า "ไม่มีผู้ติดเชื้อใหม่ภายในประเทศ" หรือ "เราไม่มีมีผู้ติดเชื้อใหม่ในประเทศมา 13 วันแล้ว"นั้น

แม้จะเป็นไปด้วยเจตนาที่ดี มุ่งให้กำลังใจ หวังให้ทุกคนใจชื้น ดีใจกับผลที่เห็น และหวังจะให้ประพฤติปฏิบัติตัวอย่างดีไปเรื่อยๆ

แต่ในอีกมุมหนึ่ง เราจะเห็นในสื่อสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ ว่ามีคนเอื้อนเอ่ยวาทกรรมจากความคิดของตนเองว่า "จะไปกลัวอะไร ไม่มีติดเชื้อในประเทศแล้ว มีแต่มาจากต่างประเทศ" หรืออีกหลายคำพูดที่เป็นไปในลักษณะเดียวกัน

ข้อความข้างต้นบ่งถึงความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการสื่อสารสาธารณะ เพราะอาจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

ประการแรกคือ การไม่มีเคสใหม่ภายในประเทศ มิได้แปลว่าไม่มีเชื้อโรค COVID-19 แล้วในประเทศ เพราะเราไม่ได้จับทุกคนมาตรวจ และคนที่ติดเชื้ออาจไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ เพราะไม่มีอาการใดๆ ได้ถึงร้อยละ 20 และอาการเล็กน้อยคล้ายหวัดได้อีกถึงร้อยละ 60-65

ประการที่สองคือ ความเข้าใจของคนที่ได้รับการสื่อสารสาธารณะย้ำๆ บ่อยๆ นั้น มิใช่ว่าทุกคนจะเข้าใจประโยคนั้นไปในทางเดียวกันทั้งหมด หลายคนแทนที่จะเข้าใจตามที่ต้องการสื่อให้ฟัง กลับจะกลายเป็นเข้าใจแบบอุปมาอุปมัยไปจนเกินเลย โดยมิได้สนใจฟังคำเตือนเรื่องการ์ดอย่าตก จนเป็นความเชื่อฝังใจ มั่นใจ และนำไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยอัตโนมัติตามความคุ้นชิน

เป็นไปตามหลักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและพฤติกรรมศาสตร์ ที่อธิบายได้ถึงพฤติกรรมของคนเราว่า อิทธิพลของอารมณ์ ความคุ้นชิน และสิ่งแวดล้อมต่างๆ รวมถึงการประชาสัมพันธ์นั้น จะส่งผลต่อการตัดสินใจและพฤติกรรมของคนมากถึงร้อยละ 80 ในขณะที่ความรู้ ตรรกะเหตุผล จะมีผลต่อการตัดสินใจและพฤติกรรมประจำวันเพียงร้อยละ 20

นี่คือสิ่งที่รัฐพึงระวังให้ดี ในช่วงที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อ ปลดล็อคเป็นระยะ และอาจกำลังเสี่ยงขึ้นเรื่อยๆ

"ไม่ประมาท...การ์ดอย่าตก" คือสิ่งที่ต้องช่วยกันทำอย่างพร้อมเพรียง

เราเห็นแล้วว่า เผลอเมื่อไหร่ ก็เป็นต้องเห็นการแอบละเลยกันจนต้องเสียวสันหลังวาบ ไม่ว่าจะที่ชายหาด หรือแม้แต่ปาร์ตี้แฟนคลับดาราที่ห้างก็ตาม

วันนี้รัฐประกาศว่ามี 8 คน มาจากต่างประเทศ

สิ่งที่ทีมศบค.ควรทำตามที่แนะนำข้างต้นคือ แทนที่จะพรรณนาสถานการณ์ตามปกติ ก็ควรจะต้องนำมาวิเคราะห์ต่อ

สองคนที่เคยตรวจพบติดเชื้อในต่างประเทศ จนต่อมาตรวจไม่พบเชื้อ ก่อนเดินทาง แล้วพอเดินทางกลับมาไทย ตรวจพบเชื้อนั้น ให้บทเรียนและข้อควรระวังอย่างไรบ้างกับทั้งประชาชน รวมถึงรัฐและหน่วยงานนโยบาย

ถ้าเราตามข่าว จะเห็นแนวคิดการเสนอแบบ Green Belt policy คือทำสัญญากันระหว่างประเทศที่คิดว่าโรคระบาดคุมได้ดีแล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้เกิดการท่องเที่ยวและลงทุนธุรกิจระหว่างกัน โดยอาจให้ประเทศต้นทางตรวจสถานะสุขภาพและรับรองให้เดินทางได้ โดยไม่ต้องถูกข้อจำกัดต่างๆ ในประเทศที่กำลังจะเดินทางไป

สิ่งที่ควรเตือนกันคือ โรค COVID-19 นี้เป็นโรคใหม่ที่เรายังไม่รู้จักมันดีนัก ที่แน่ๆ คือมันรุนแรงร้ายกาจจนทำให้คนตายไปกว่าสี่แสนคนทั่วโลก ติดไปกว่าหกล้านคนแล้ว

นโยบายสาธารณะใดๆ ที่เรากำลังคิดวางแผน และจะผลักดันให้เกิดขึ้น ต่อจากนี้นั้น จึงควรคำนึงถึงความมั่นคงและปลอดภัยของประเทศให้จงหนัก และควรทำทุกทางที่จะ maximize safety โดยดำเนินกิจการไปได้พอหอมปากหอมคอ

มิใช่มุ่งหน้า maximize profits แต่ compromise safety ให้ปลอดภัยแบบพอหอมปากหอมคอ

เพราะหากแจ็คพอตขึ้นมา แม้จะได้มาส่วนหนึ่ง แต่อาจเสียอีกนับไม่ถ้วนครับ

ด้วยรักต่อทุกคน

#WorkfromHome

#NewNormal_NewMe

#ใส่หน้ากากเสมอล้างมือบ่อยๆอยู่ห่างจากคนอื่นๆ

ประเทศไทยต้องทำได้ครับ...

สู้ๆ...

 

 

ขอบคุณ Thira Woratanarat 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;