สธ.แถลงยืนยันล่าสุด คนไทยติดเชื้อโควิด เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 คน รวมเป็น 9 รายแล้ว

Publish 2020-03-30 13:54:57


จากสถานการณ์โรคปอดอักเสบชนิดรุนแรงที่เกิดจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ ไวรัสโควิด -19 ที่ชาวไทยกำลังต่อสู้อย่างสุดกำลัง ซึ่งขณะนี้ มีผู้ป่วยสะสมทั่วโลกอยู่ที่ 723,319 ราย มีผู้เสียชีวิต 33,993 ในจำนวนนี้มีผู้รักษาหายแล้ว 151,804 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มีนาคม 2563 เวลา 13.46 น.)




ต่อมา ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19 โดยนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สาธารณสุขนิเทศก์เขตสุขภาพที่ 10 และ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ได้แถลงเปิดเผยข้อมูลผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ล่าสุดว่า มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 136  รายรวมสะสม 1,524 ราย กระจายใน 59 จังหวัด โดย ยอดผู้ติดเชื้อในเขต กทม. นนทบุรียังสูงอยู่ ซึ่งในพื้นที่ต่างจังหวัดก็ยังเพิ่มอยู่เช่นกัน

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง - ยังพุ่งต่อเนื่อง! ศูนย์โควิดแถลงป่วยติดเชื้อไวรัสอีก 136 ราย แพร่กระจายใน 59 จังหวัด ยอดสะสม 1,524 คน

 

ล่าสุด กระทรววงสาธารณสุข โดย นายแพทย์อนุพงศ์ สุจริยากุล นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้แถลงยืนยันว่า มีผู้เสียชีวิต เพิ่ม 2 ราย รวมผู้เสียชีวิตในประเทศไทยอยู่ที่ 9 ราย มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 136 ราย กำลังรักษาอยู่ 1,388 ราย กลับบ้านได้อีก 16 ราย รวมรักษาหายแล้ว 127 ราย ยอดสะสม 1,524 ราย

 



โดย รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(COVID-19) ประจำวันที่ 30 มีนาคม 2563 
  
1. สถานการณ์ ถึงวันที่ 30 มีนาคม 2563 ณ เวลา 08.00 น.                  
         1. ผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้านแล้ว 127 ราย ยังรักษาในโรงพยาบาล 1,388 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย รวมเป็น 9 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 1,524 ราย 
         2. สถานการณ์ทั่วโลกใน 197 ประเทศ 2 เขตบริหารพิเศษ 2 เรือสำราญ ข้อมูลตั้งแต่ 5 มกราคม – 30 มีนาคม 2563 (07.00 น.) พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 721,277 ราย เสียชีวิต 33,942 ราย ส่วนประเทศจีนพบผู้ป่วย 81,439 ราย เสียชีวิต 3,300 ราย สหรัฐอเมริกาพบผู้ป่วย 141,781 ราย เสียชีวิต 2,471 ราย อิตาลีพบผู้ป่วย 97,689 ราย เสียชีวิต 10,779 ราย 


2. สธ.เผยผู้ป่วยโรคโควิด-19 กลับบ้าน 16 ราย พบรายใหม่ 136 ราย 
          กระทรวงสาธารณสุข เผยวันนี้ผู้ป่วยโรคโควิด-19 รักษาหายกลับบ้าน 16 ราย พบรายใหม่ 136 ราย เสียชีวิต 2 ราย แนะประชาชนหากจำเป็นต้องเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดการเดินทาง ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจลบ่อย ๆ ลดความเสี่ยงติดเชื้อ 


ด้าน นายแพทย์อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค และนายแพทย์ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 1 แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่า วันนี้มีผู้ป่วยกลับบ้านได้ 16 ราย และมีผู้ป่วยรายใหม่ 136 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่มดังนี้   
กลุ่มที่ 1 ผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วย หรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ จำนวน 71 ราย ได้แก่ กลุ่มสนามมวย 2 ราย กลุ่มสถานบันเทิง 10 ราย กลุ่มผู้สัมผัสกับผู้ป่วยที่มีรายงานมาแล้ว 59 ราย  

 


กลุ่มที่ 2 ผู้ป่วยรายใหม่ จำนวน 59 ราย เป็น กลุ่มที่เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยงทั้งคนไทยและคนต่างชาติ 21 ราย กลุ่มผู้ทำงาน,อาศัย ในสถานที่แออัดต้องใกล้ชิดคนจำนวนมากหรือเกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ 15 ราย กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ 2 ราย กลุ่มที่ไปสถานที่แออัด 3 ราย กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับขนส่งสาธารณะ 4 ราย และกลุ่มอื่นๆ ตามเกณฑ์เฝ้าระวัง เช่น ปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ 14 ราย 
กลุ่มที่ 3 ผู้ที่ได้รับผลยืนยันทางห้องปฏิบัติการพบเชื้อแต่อยู่ระหว่างรอประวัติและสอบสวนโรค 6 ราย 

 


ได้รับรายงานผู้ป่วยเสียชีวิต 2 ราย รายที่ 1 เป็นชายไทยอายุ 54 ปี มีประวัติเดินทางไปยังประเทศมาเลเซีย เข้ารับรักษาที่โรงพยาบาลยะลา รายที่ 2 เป็นหญิงไทย อายุ 56 ปี มีภาวะปอดอักเสบ เข้ารับรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร สำหรับผู้ป่วยอาการรุนแรงจำนวน 23 ราย อาการยังอยู่ในภาวะวิกฤต ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด สรุปมีผู้ป่วยกลับบ้านแล้ว 127 ราย ยังรักษาในโรงพยาบาล 1,388 ราย เสียชีวิต 9 ราย ผู้ป่วยสะสม 1,524 ราย 
 
 
สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 136 ราย กระจายอยู่ใน 18 จังหวัด มากสุดที่กรุงเทพฯ 80 ราย รองลงมา คือเชียงใหม่ 9 ราย สมุทรปราการ 7 ราย ภูเก็ต 6 ราย ชลบุรีและนครสวรรค์จังหวัดละ 3 ราย เป็นต้น ซึ่งยังพบผู้ป่วยรายใหม่ในกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องกับขนส่งสาธารณะ ทั้งรถ Taxi, รถเมล์, รถบัส, รถตู้, รถไฟฟ้า, เรือ, เครื่องบิน อย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสาธารณะ คนขับ ผู้โดยสาร พนักงานอื่นๆ รวมทั้งประชาชนที่จำเป็นต้องเดินทาง เพิ่มความระมัดระวัง ป้องกันตัวเอง โดยสวมหน้ากากอนามัยตลอดการเดินทาง เว้นระยะห่าง ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจลบ่อยๆ อาบน้ำทันทีเมื่อกลับเข้าบ้าน และเฝ้าระวังสังเกตอาการป่วยของตนเองและคนในครอบครัว 

 

ในส่วนผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะและพนักงาน ต้องทำความสะอาดยานพาหนะอย่างสม่ำเสมอ เปิดประตูหน้าต่าง ระบายอากาศ และหลังรับผู้โดยสารที่มีอาการโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ จาม มีน้ำมูก ให้สวมถุงมือทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์ 70% หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค เน้นพื้นผิวที่ประชาชนสัมผัสบ่อย เช่น มือจับประตู เบาะรถ ที่พักแขน เป็นต้น

 

 
3. คำแนะนำสำหรับประชาชนขอความร่วมมือประชาชนทุกคน ตื่นตัว และรับผิดชอบต่อสังคม หากเป็นไปได้ให้ติดตั้งขวดแอลกอฮอล์เจลประจำยานพาหนะ เพื่อลดความเสี่ยงแพร่กระจายเชื้อ

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;