สมชาย แสวงการเรียกร้องรัฐบาลเร่งประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ก่อนที่จะสายเกินแก้

"สมชาย แสวงการ"เรียกร้องรัฐบาลเร่งประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ก่อนที่จะสายเกินแก้

Publish 2020-03-24 13:10:55


นพ.ทวีสิน วิษณุโยธิน โฆษกประทรวงสาธารณ แถลงข่าวสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19   โดยนพ.ทวีสิน กล่าวว่า  ได้รับรายงานผู้ป่วยรายใหม่ 106 ราย กลุ่มแรกเป็นผู้ป่วยที่สัมผัสกับอดีตกลุ่มผู้ป่วยหรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่ผู้ป่วยก่อนหน้านี้จำนวน 25 ราย  โดยแบ่งเป็น 5 รายจากสนามมวยลุมพินี ราชดำเนิน  ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ชม และเซียนมวย จากกรุงเทพ นครปฐม สมุทรสาคร และอุบลราชธานี กลุ่มสถานบันเทิง 6 ราย จากทองหล่อ และอาร์ซีเอ ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยว พนักงานเสิร์ฟ จากจังหวัดสระบุรี กรุงเทพฯ  บุรีรัมย์ และชลบุรี  และกลุ่มผู้ป่วยสัมผัสกับผู้ป่วยที่มีรายงานแล้ว 12 ราย  เป็นพนักงานขายเสื้อผ้า  เซียนมวย พนักงานบริการ พนักงานราชการ ที่มีการสังสรรค์  กลุ่มย่อยผู้เข้าร่วมพิธีทางศาสนาที่ประเทศมาเลเซีย 2 รายพบที่จังหวัดปัตตานี กลุ่มสองจำนวน 34 รายใหม่ แยกเป็น 3 กลุ่ม เดินทางมาจากต่างประเทศ ต่างชาติ 20 ราย  คนไทยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 8 ราย เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน นักศึกษา และต่างชาติ 12 ราย จากประเทศฝรั่งเศล ปากีสถาน อังกฤษ และนิวซีแลนด์  และผู้ที่ทำงานในสถานที่แอดอีกอีก 10 ราย

 




นพ.ทวีสิน กล่าวต่อว่า  อีกกลุ่มเราเป็นห่วงมาก  คือ บุคลากรทางการแพทย์  มีแพทย์และพยาบาลจำนวน 4 ราย  จากจังหวัดภูเก็ต ยะลา บุรีรัมย์ และนครปฐม ซึ่งน่าเป็นห่วง แต่ต้องดูแลอาการ และมีกลุ่มผู้ป่วยที่พบเชื้อและรอตรวจสอบประวัติอีก 47 ราย และข้อมูลใหม่วันนี้ (24 มี.ค.)จากของเดิมมีผู้ป่วยอาการหนัก 7 รายวันนี้เสียชีวิตลงอีก 3 รายเป็นผู้ชายทั้งหมด  คนแรกเป็นชายไทยอายุ 70 ปี ได้รับเชื้อโควิด-19 เข้าไป และพบว่าป่วยเป็นวัณโรคอยู่เดิม อาการหนักตั้งแต่ต้น พบปอดเสียหายระยะหลังไม่พบเชื้อแล้ว แต่ระยะหลังไม่สามารถหายใจได้จึงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ  คนที่สองชายไทยอายุ 79 ปี เป็นเซียนมวย มีโรคประจำตัวหลายโรค อาการหนักตั้งแต่แรกรับ โดยคนแรกและคนที่สองได้รับการรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร คนที่สาม เป็นชายไทยอายุ 45 ปี มีโรคเบาหวาน และโรคอ้วน  โดยรักการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน ส่วนงานศพนั้น ประชาชนไม่ต้องกังวลว่าจะมีการแพร่เชื้อจากศพ แต่อยากให้ระวังสำหรับผู้ที่จะไปร่วมงาน รวมของเดิมเสียชีวิตก่อนหน้านี้ 1 ราย ทำให้ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากเชื้อโควิด-19 จำนวน 4 ราย ทั้งนี้ กรุงเทพฯและปริมณฑลเป็นพื้นที่น่าห่วง เพราะมีอัตราคนติดเชื้อ 1 คนสามารถส่งต่อเชื้อได้ 3 คนครึ่ง  ถ้าหากไม่รีบดูแลจะทำให้คนติดเชื้อทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ผู้ติดเชื้อ 1 คนสามารถส่งต่อเชื้อได้ 2 คน ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานโลก อย่างไรก็ตาม โดยสรุปรวมผู้ป่วยกลับบ้าน 57 ราย  รักษาตัวที่โรงพยาบาล 766 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 3  ราย รวมผู้เสียชีวิต 4 ราย ผู้ป่วยสะสม 827 ราย

 



เมื่อถามว่ามาตรการควบคุมที่ออกมา เช่น การให้ทำงานอยู่ที่บ้านจำเป็นต้องเพิ่มระดับมากกว่านี้ เช่นออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ฉุกเฉินหรือไม่  นพ.ทวีสิน กล่าวว่า เราเรียนรู้จากต่างประเทศ เขาค่อยๆปรับระดับจากอ่อนไปแข็ง รวมถึงขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน อย่างเช่น ประเทศจีนออกมาตรการอะไรมาประชาชนก็ให้ความร่วมมือถ้าไม่อยากให้ภาครัฐออกประกาศมาตรการที่เข้มข้นประชาชนต้องร่วมมือกันควบคุมโรค ยังรวมถึงระยะการแพร่ของโรคด้วยถ้าปล่อยให้ระบาดมากมาทำแค่ไหนก็ไม่พอ 

ด้านพญ.วลัยรัตน์ ไชยฟู ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ทั่วโลก 192 ประเทศ ผู้ป่วยสะสม 3.66 แสนกว่าราย เสียชีวิต 16,098 ราย ซึ่งประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 31

ล่าสุด นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความเรียกร้องรัฐบาลประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน ควบคุมการระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโรคโควิด-19

โดยข้อความระบุว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมการระบาดไวรัสโรคโควิด-19 โดยเร็วก่อนที่จะสายเกินแก้ครับ

ขอเรียกร้องให้รัฐบาลประกาศใช้พรกฉุกเฉินเพื่อควบคุมการระบาดไวรัสโควิด19โดยเร็วก่อนที่จะสายเกินแก้ครับเพราะอำนาจพิเศษนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจะสามารถนำมาใช้รับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน
มีบัญญัติในมาตรา 9 และ 11 รวมๆ ประมาณ 16 มาตรการ เช่นห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานหรือ "เคอร์ฟิว" / สั่งอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ / สั่งปิดเส้นทางคมนาคม /
ห้ามชุมนุมมั่วสุม หรือไปรวมตัวกันจำนวนมากๆ / ห้ามนำเสนอข่าวสารที่กระทบกับสถานการณ์ / ห้ามใช้อาคารสถานที่ตามที่กำหนด / รวมถึงประกาศให้เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็น "เจ้าพนักงาน" ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งจะทำให้มีเอกภาพในการปฏิบัติและการสั่งการมากขึ้นด้วยแต่มาตรการพิเศษเหล่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติทันทีหลังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ / แต่ต้องให้นายกฯประกาศ "ข้อกำหนด" เป็นเรื่องๆ เป็นมาตรการๆ ไป / เหมือนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ประกาศใช้ทั้งกฎอัยการศึก และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ / แต่ไม่เคยประกาศ "เคอร์ฟิว" มีแค่ขอความร่วมมือห้ามออกจากบ้านบางช่วงเวลาเท่านั้น
ประเทศไทยจะต้องชนะ#ถึงเวลาใช้ยาแรงได้แล้วครับ

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;