ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต แถลงมติ ปิดสถานบันเทิง 14 วัน

Publish 2020-03-18 00:23:35


ในเพจ ปชส. จังหวัดภูเก็ต โพสต์ข้อความระบุว่า วันที่ 17 มีนาคม 2563 เวลา 16:30 น.นายภัคพงศ์ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตครั้งที่ 5/2563 โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ,หัวหน้าส่วนราชการ,ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมโดยที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณามาตรการเร่งด่วนในการป้องกันวิกฤตการณ์จากโรคติดเชื้อไวรัส Covid 19 โดยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ว่า ในวันนี้คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบมาตรการต่างๆ โดยดำเนินการในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ในส่วนของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ได้มีการประชุมครั้งที่ 5/2563 เพื่อพิจารณาถึงเหตุผลและความจำเป็น และมีมติ เห็นชอบดำเนินการตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ปิดสถานบริการต่างๆ เช่นเดียวกับกรุงเทพฯและปริมณฑลตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป โดยการดำเนินการจะยึดตาม รูปแบบของมติคณะรัฐมนตรีประกอบด้วย สนามกีฬา โรงมหรสพ โรงนวด,นวดแผนโบราณ ฯลฯโดยในวันพรุ่งนี้(18 มีนาคม 2563)จะมีผลบังคับซึ่งจังหวัดจะทำร่างประกาศที่เป็นมติของคณะกรรมการฯ

 




ในส่วนของมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ รัฐบาลได้ออกมาตรการเยียวยาออกมาแล้ว หลายมาตรการ ดังนั้น จังหวัดภูเก็ต จะใช้มาตรการเดียวกัน เป็นภาพรวมไม่เลือกปฏิบัติในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งในประเด็นที่สื่อมวลชนสอบถามผู้ประกอบการจะสามารถร้องขอไม่ให้ปิดหรือไม่ นั้นในประเด็นนี้ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำร้องขอทบทวนคำสั่งทางปกครองได้ แต่จะต้องมีเหตุผลความจำเป็นที่คณะกรรมการจะใช้ประกอบการพิจารณา

ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ได้ให้อำนาจคณะกรรมการ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดใช้อํานาจผ่านทางคณะกรรมการฯ ในส่วนของสถานบริการ และสถานประกอบการ ทางฝ่ายเลขาจะดำเนินการทำเป็นบัญชีแนบท้ายประกาศ ซึ่งมีประมาณ 300 แห่ง ทั้งนี้ในส่วนของร้านต่างๆหากเข้าค่ายเป็นสถานบริการก็จะดำเนินการปิด เช่นเดียวกัน ผู้ฝ่าฝืนก็จะมีบทลงโทษ ตามที่ปรากฏใน พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ. ศ. 2558

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้กล่าวเพิ่มเติมถึงมาตรการความเข้มข้น ในการคัดกรองนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ว่า ที่ผ่านมา ได้มีการดำเนินการคัดกรอง ทั้งที่ท่าอากาศยานภูเก็ตและท่าเทียบเรือ อย่างต่อเนื่อง

 



ในส่วนของนักท่องเที่ยวที่มาจากกลุ่มประเทศติดต่อร้ายแรง รัฐบาลมีมาตรการในเรื่องของการยกเลิก วีซ่าโดยนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาจากเดิม จะต้องมีการทำวีซ่า เช่นคนจีนเมื่อจะเดินทางมาในประเทศไทยก็เข้ามาทำ Visa on Arrival คือมาทำวีซ่า ณ ท่าอากาศยานแต่ขณะนี้ ทางการได้ยกเลิกวีซ่า ฟรีวีซ่า และ Visa on Arrival ( voa) ไปแล้วเพราะฉะนั้น ประเทศใดที่อยู่ในข่ายที่จะต้องทำVisa on Arrival ก็ไม่สามารถมาได้ โดยหากมีความประสงค์จะเข้าประเทศไทยจะต้องไปยื่นเรื่อง ที่สถานทูตหรือสถานกงสุล โดยในทางปฏิบัติจะต้องแนบเอกสารประกอบด้วยใบตรวจโรค 48 ชั่วโมง ก่อนที่จะเดินทาง และจะต้องมีประกันสุขภาพอย่างน้อย 100,000 USD โดยกระบวนการต่างๆเป็นการเพิ่มความเข้มข้นในการคัดคนที่จะเข้ามาในประเทศไทย นอกจากนี้ในส่วนของกรณีฟรีวีซ่าต้องไปดำเนินการขอที่สถานทูตหรือสถานกงสุล โดยใช้เอกสารประกอบเช่นเดียวกัน ซึ่งประเด็นนี้กำหนดโดยส่วนกลางที่ให้ทุกจังหวัดทำเหมือนกันหมด และไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการโรคติดต่อ เนื่องจากประเด็นนี้มีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ เกี่ยวกับสิทธิและการละเมิดสิทธิ์ที่มีกฎหมายรองรับ เป็นการกำหนดจากส่วนกลางสำหรับรายละเอียดข้อกำหนดต่างๆ ในประเด็นนี้สำนักงานหนังสือเดินทางจังหวัดภูเก็ตจะทำข้อมูลเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและสื่อมวลชนได้รับทราบต่อไป

นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกล่าวเพิ่มเติมว่า ขอชี้แจงในประเด็นการปิดเมือง หมายถึงการดำเนินการคัดกรองคนเข้าพื้นที่ ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข ในส่วนของจังหวัดภูเก็ตได้ดำเนินการคัดกรองผู้ที่เข้ามาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2563 ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวไม่ได้หมายความถึงการ Shutdown ที่หมายถึงการห้ามไม่ให้คนเข้าหรือออกนอกเมือง ซึ่งข้อเท็จจริงไม่ได้มีการดำเนินการในลักษณะนั้น

ผู้ว่า ฯ กล่าว ต่อว่า ตั้งแต่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาด Covid-19 จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดแรกที่มีการคัดกรอง นักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศจีน โดยมีเอกสารหลักฐานที่จังหวัดมีการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2563 มีรายละเอียดจำนวนของผู้ที่ถูกคัดกรอง มีตัวเลขที่ชัดเจน และจังหวัดภูเก็ตมีการเปิดศูนย์ eoc เป็นจังหวัดแรก โดยได้ดำเนินการตั้งศูนย์ eoc มาก่อนที่กระทรวงสาธารณสุข จะสั่งการให้ทุกจังหวัดดำเนินการ ในส่วนของการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ได้มีการเปิดศูนย์ เช่นกันซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานภาครัฐของจังหวัดภูเก็ต มีความตระหนัก ที่จะช่วยป้องกันควบคุมการแพร่ระบาด Covid-19 แต่ทั้งนี้ ต้องขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งการดูแลสุขภาพของตนเอง และเฝ้าระวัง ผู้ที่อยู่รอบข้างญาติพี่น้อง แนะนำสิ่งที่เป็นประโยชน์ และสุดท้ายอยากฝากให้พี่น้องประชาชน ให้ระมัดระวังการโพสต์การแชร์ ข้อมูลที่ไม่ผ่านการกรั่นกรอง ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายขึ้น

สำหรับการเปิดเผยข้อมูลของผู้ติดเชื้อหรือผู้ต้องสงสัยไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากเป็นไปตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อพ. ศ. 2558 และเป็นอำนาจของกระทรวงสาธารณสุข โดยการเปิดเผยข้อมูลไม่ได้เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดสำหรับบทบาทอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดมีหน้าที่ในการปฏิบัติตามคณะรัฐมนตรีและรัฐมนตรี

สำหรับในกรณีที่มีภาคเอกชนเรียกร้องให้มีการจัดตั้งศูนย์การบริหารจัดการสถานการณ์ในภาวะวิกฤตในเรื่องนี้ยังไม่ได้ดูรายละเอียดเนื่องจากที่ผ่านมาได้เดินทางไปพบคณะรัฐมนตรีเพื่อนำเสนอเรื่องงบประมาณการก่อสร้างศาลากลางหลังใหม่ แต่หากฟังจากข้อมูล คิดว่า ทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามหลักการบริหารราชการแผ่นดิน

 

 

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์

;