ศาลฎีกาสั่งโทษสถานเดียว อาเธอร์ หนุ่มสเปน

Publish 2019-11-20 12:02:56


จากกรณีที่ นาย อาเธอร์ เซการา พรินเซพ หนุ่มสเปน ทำการฆาตกรรมเศรษฐีสเปน ฉกบัตรกดเงินกว่า 7 แสน นั้น ล่าสุด ที่ห้องพิจารณา 805 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 10.00 น. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีเศรษฐีชาวสเปน คดีหมายเลขดำ อ.1372/2559 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายอาเธอร์ เซการา พรินเซพ (Mr.Segarra Princep Artur ) อายุ 40 ปี สัญชาติสเปน เป็นจำเลย ในความผิดฐานฆ่xผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายร่าง เพื่อปิดบังการเสียชีวิต, หน่วยเหนี่ยวกักขังฯ , ลักทรัพย์ และข้อหาอื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) ,199 , 310 


ศาลฎีกาสั่งโทษสถานเดียว อาเธอร์ หนุ่มสเปน

โดยอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 3 พ.ค.59 บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 30 ม.ค.59 เวลา 08.20 น. ได้พบชิ้นส่วนแขนขวามนุษย์ ลอยมาในแม่น้ำเจ้าพระยา ติดบริเวณอู่ต่อเรือเอกชนแห่งหนึ่งใกล้วัดคฤหบดี แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม. และยังพบชิ้นส่วนมนุษย์อีกหลายชิ้นลอยมาในแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตรับผิดชอบ สภ.เมืองนนทบุรี , สภ.ปากเกร็ด และ สภ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี 


จากการสืบสวนสอบสวน พบว่า ชิ้นส่วนมนุษย์เป็นของ นายเดวิด เบอเนต โมราด ชาวสเปน โดยจำเลยพาผู้ตายเข้าไปในห้องพักพีจี คอนโด พระราม 9 อสมท. แขวง – เขตห้วยขวาง กทม. จากนั้นได้ฆ่าผู้ตายก่อนหั่นศพ และนำชิ้นส่วนทิ้งลงในแม่น้ำเจ้าพระยาตามจุดต่างๆ ที่พบแล้วหลบหนีไป กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบและจับกุมได้ขณะหลบหนีมาอยู่ที่ ตลาดการค้าชายแดนบ้านหาดเล็ก ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ขณะที่ศาลอาญาซึ่งเป็นศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 เม.ย.60 และศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษา เมื่อวันที่ 13 ก.ค.61 โดยทั้งสองศาลพิพากษายืนให้ประหารชีวิตสถานเดียว และให้ชดใช้เงินคืนแก่ญาติผู้ตาย 734,940 บาท กับให้ริบรถจักรยานยนต์  เครื่องเจียร ใบเลื่อยและตู้แช่แข็งด้วย เนื่องจากเห็นว่าแม้โจทก์ ไม่มีประจักษ์พยาน แต่โจทก์มีพยานแวดล้อม เช่น แม่บ้านทำความสะอาด , กล้องทีวีวงจรปิด , เพื่อนหญิงของจำเลย ประกอบกับพยานวัตถุ รวมทั้งคราบเลือด , เหงื่อ ที่อุปกรณ์เจียรหินไฟฟ้า และตู้แช่ ตรงกับดีเอ็นเอ (DNA) ของผู้ตาย รวมทั้งตรงกับ DNA ของจำเลยด้วย พฤติการณ์จึงฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าโดยคิดทบทวนวางแผน กับซ่อนเร้นทำลายศพเพื่อปกปิดเหตุแห่งการตาย 

 




โดยวันนี้ศาลเบิกตัว นายอาเธอร์ จำเลย มาจากเรือนจำบางขวาง หลังจากศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนประหารชีวิตสถานเดียว เพื่อมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในวันนี้ ซึ่งปัจจุบันนายอาเธอร์ ถูกคุมขังมานานกว่า3  ปี นับตั้งแต่ถูกจับกุมและฝากขังครั้งแรก เมื่อเดือน ก.พ.59 ซึ่ง นายอาเธอร์รูปร่างยังดูแข็งแรงปกติ ไม่ซูบผอม ขณะที่วันนี้ศาลจัดล่ามสาวภาษาสเปนเพื่อแปลกระบวนพิจารณาและคำพิพากษาให้จำเลยฟังด้วย โดยสื่อมวลชนจากประเทศสเปน ติดตามมาทำข่าวอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ดีก่อนฟังคำพิพากษา นายอาเธอร์ ยังคงมีสีหน้าสดใส พูดจาทักทายกับนักข่าวสเปน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม 

 


ขณะที่ศาลฎีกา เห็นว่า แม้โจทก์ ไม่มีประจักษ์พยาน แต่โจทก์มีพยานแวดล้อมเชื่อมโยงกันฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดจริงตามฟ้อง จึงพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสองประหารชีวิต

 


ภายหลังฟังคำพิพากษา โดยมีล่ามแปลภาษาสเปนให้ฟัง นายอาเธอร์ จำเลย ถึงกับตัวแดงขึ้นมาทันที และพูดคุยกับล่าม กระทั่งผู้พิพากษาได้ชี้แจงผ่านล่ามว่า กระบวนการตามกฎหมายไทยหากคดีถึงที่สุดแล้วจำเลยสามารถยื่นขออภัยโทษได้

 


ภายหลังทนายความของ นายอาเธอร์ กล่าวว่า  จำเลยทำใจได้ตั้งแต่ศาลชั้นต้นตัดสินประหารชีวิตแล้วว่า ข้อต่อสู้คดีนี้ค่อนข้างยาก เพราะโจทก์เองก็มีพยานหลักฐาน และหลังจากนี้ระหว่างที่รับโทษในเรือนจำก็อยากให้ตนดำเนินการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษตามระเบียบของเรือนจำ อย่างไรก็ตามเมื่อคดีเสร็จเด็ดขาดแล้ว จำเลยก็มีสิทธิจะยื่นเรื่องขอแลกเปลี่ยนนักโทษ เพื่อจะกลับไปรับโทษที่ประเทศสเปนต่อไป 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์