หนุ่มนักธุรกิจ โดนสาวสวมรอยเป็นนางเอกเอ็มวี ทักแชทคุย แฉขั้นตอนหลอกโอนเงิน 4 ปี

Publish 2019-07-26 18:04:11



จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรจท่องเที่ยว สามารถจับกุมตัว น.ส.นิทิวรรณ เรืองทิพวรรณ หรือสาวใบปอ ไม่ตรงปก ปลอมเฟซบุ๊ก ลวงเงินหนุ่มนาน 2 ปี จนทำให้เหยื่อสูญเงิน 10 ล้านบาทนั้น ก็มีอีกคดีในทำนองดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อหนุ่มวัย 35 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองปราบ หลังถูกหลอก โดยคนร้ายใช้รูป นางแบบสาว นางเอกมิวสิควีดีโอ ซึ่งไม่เคยเจอตัวจริงกัน จนสูญเงิน 7 ล้านบาท 


หนุ่มนักธุรกิจ โดนสาวสวมรอยเป็นนางเอกเอ็มวี ทักแชทคุย แฉขั้นตอนหลอกโอนเงิน 4 ปี

โดยนายรัฐนันท์ ธนทรัพย์ปรีชา หรือ ตั้ม เจ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และออกแบบจัดสวน พร้อม ดร.เกรียงศักดิ์ พินทุสรศรี ทนายความ เข้าพบ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท.และ ร.ต.อ.ภิภพ กลมกลึง รอง สว.(สอบสวน)กก.2 บก.ปอท.หลังถูกมิจฉาชีพปลอมเฟซบุ๊กเป็น “น้องขิม” นางเอกมิวสิควีดิโอค่ายเพลงดัง หลอกลวงให้โอนเงินมาเป็นเวลา 4 ปี จนปัจจุบันสูญเงินเป็นมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท ทั้งยังเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายลงมือเป็นขบวนการ

 

เมื่อปี 2558 ตนผิดหวังกับความรักและเครียดกับธุรกิจที่ล่ม อยู่ในช่วงอ่อนแอของชีวิต จึงเล่นเฟซบุ๊กจนได้เจอ "ขิม" มิจฉาชีพรายนี้ และได้พูดคุยกันแบบหนุ่มจีบสาว โดยคนร้ายอ้างตัวว่าเป็นนางแบบเอ็มวีค่ายแกรมมี่ พร้อมทั้งส่งรูปภาพมาให้ดู และติดต่อเรื่อยมาเป็นระยะเวลากว่า 4 ปี ทั้งทางเฟซบุ๊ก ไลน์และโทรศัพท์ โดยโอนไปมากกว่า 262 ครั้ง รวมมูลค่ามากกว่า 7 ล้านบาท

 

 

ซึ่งระหว่างนั้นคนร้ายก็อ้างว่า ต้องใช้เงินใช้จ่ายหลายอย่าง เนื่องจากไม่ได้ทำงาน เพราะป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ต้องเข้ารับการรักษา พร้อมส่งรูปไอเป็นเลือด ตนจึงเกิดความสงสาร โอนเงินให้ 3 หมื่นบาท  เพราะขนาดหมาแมวก็ยังเก็บมาเลี้ยงตั้งหลายตัว และนี่เป็นคนทำไมตนจึงจะช่วยเหลือไม่ได้ กระทั่งต่อมาได้คุยกันถึงขั้นจะสร้างเรือนหอดาวน์บ้าน ในส่วนนี้ตนก็ได้โอนเงินไปหลายล้านบาท  หลังจากนั้นจึงได้โอนเงินให้เรื่อยมา

 

 

 

หนุ่มนักธุรกิจ โดนสาวสวมรอยเป็นนางเอกเอ็มวี ทักแชทคุย แฉขั้นตอนหลอกโอนเงิน 4 ปี


นายรัฐนันท์ กล่าวต่อว่า จากนั้นเมื่อปลายปี 2561 ตนได้ทะเลาะกับขิม และเลิกติดต่อกันไปสักพักหนึ่ง แล้วตนได้พูดคุยกับเมย์ หญิงสาวอีกรายทางเฟซบุ๊กแต่คนนี้ได้เจอตัวกันจริงๆ จนขิมติดต่อกลับมา และบอกตนว่าเมย์มีส่วนพัวพันกับเรื่องยาเสพติด ขิมรู้จักกับผู้ใหญ่จะช่วยเคลียร์เรื่องทางคดีให้ โดยต้องจ่ายเงิน 9 แสนบาท ตนจึงโอนให้ แต่เรื่องยังไม่จบและขิมบอกว่าเงินยังไม่พอ ให้โอนไปอีก 2 ล้านบาท เพื่อหักลบหนี้ที่เคยโอนไปให้ทั้งหมด รวมเงินที่โอนเบ็ดเสร็จ 7 ล้านบาท

 

 

แต่ระหว่างนั้นขิมยังโทรศัพท์เข้ามาข่มขู่ตนและแม่เป็นระยะๆ กดดันให้โอนเงินอีกจนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ตนนำเลขบัญชี 3 ชื่อ 2 บัญชี ไปตรวจสอบ จึงทราบชื่อและใบหน้าเจ้าของบัญชีที่แท้จริงว่าไม่ตรงปกกับภาพในเฟซบุ๊ก จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก และได้รวบรวมหลักฐานการแชทพูดคุย รวมถึงสลิปโอนเงินและคลิปเสียงมาประกอบการแจ้งความในวันนี้ ทั้งนี้ ตนยอมรับว่าที่โอนเงินไปให้เพราะความสงสาร และความรักแม้จะไม่เคยเห็นตัวจริงก็ตาม


ขณะที่ทางด้านพ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะรับเรื่องไว้ลงในบันทึกประจำวัน ก่อนสอบปากคำผู้ร้องทุกข์อย่างละเอียด พร้อมประสานการทำงานกับกองปราบปราม เนื่องจากลักษณะการกระทำเข้าข่ายโรแมนสแกม หรือหลอกรักออนไลน์ ซึ่งมิจฉาชีพมีวิธีหลอกลวงเหยื่อโดยใบหน้าผู้อื่นมาสร้างบัญชีเฟซบุ๊กปลอม มาพูดคุยให้เกิดความรัก โดยจะสร้างเรื่องราวต่างๆ ทั้งหลอกลงทุน รับมรดก หรืออ้างความเจ็บป่วย ให้เกิดความสงสารเห็นใจ ปกติแล้ว คนร้ายที่ก่อเหตุมักจะเป็นชาวต่างชาติผิวสี แต่ระยะหลังเริ่มมีคนไทยก่อเหตุมากขึ้น จึงขอฝากเตือนประชาชนว่า หากติดต่อกับผู้ใดและจำเป็นต้องโอนเงิน ควรนัดเจอเพื่อพูดคุยกัน เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ เพราะคนร้ายจะปฏิเสธการพบเจอหรือแม้แต่วีดิโอคอล

 

 

 


อย่างไรก็ตามมีรายงานเพิ่มเติมว่า ดร.เกรียงศักดิ์ ทนายความ ไม่พอใจการปฏิบัติงานของร้อยเวร ที่ต้องให้บริการรับแจ้งความกับประชาชนคนที่มาก่อนอีก 1 คิว  เนื่องจากทางทีมงานโหนกระแส ของหนุ่ม กรรไชย ติดต่อเร่งรัดมาให้ไปอัดรายการในเวลา 14.00 น. ที่อาคารมาลีนนท์ จึงโวยวายและพานายตั้มผู้เสียหายที่รอแจ้งความอยู่ออกเดินทางไปอาคารมาลีนนท์ทันที ทั้งที่คดีที่รับแจ้งอยู่เสร็จพอดี  โดยที่นายตั้มออกไปทั้งที่ยังไม่มีการแจ้งความแต่อย่างใด

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์