หนุ่มนักธุรกิจ หลงรักสาวในแชทไลน์ โอนเงินให้ตลอด 4 ปี ทั้งที่ไม่เคยเจอตัวจริง

Publish 2019-07-26 14:13:25


จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรจท่องเที่ยว สามารถจับกุมตัว น.ส.นิทิวรรณ เรืองทิพวรรณ หรือสาวใบปอ ไม่ตรงปก ปลอมเฟซบุ๊ก ลวงเงินหนุ่มนาน 2 ปี จนทำให้เหยื่อสูญเงิน 10 ล้านบาทนั้น ก็มีอีกคดีในทำนองดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อหนุ่มวัย 35 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองปราบ หลังถูกหลอก โดยคนร้ายใช้รูป นางแบบสาว นางเอกมิวสิควีดีโอ ซึ่งไม่เคยเจอตัวจริงกัน จนสูญเงิน 7 ล้านบาท 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องสาวใบปอ ตอกกลับ นนท์ โอนบ่อย สวมภาพหญิงอื่นเริ่มจากมุมขำๆ


หนุ่มนักธุรกิจ หลงรักสาวในแชทไลน์ โอนเงินให้ตลอด 4 ปี ทั้งที่ไม่เคยเจอตัวจริง

โดยนายเค (นามสมมุติ) หนุ่มนักธุรกิจรับออกแบบจัดตกแต่งสวน อายุ 35 ปี พร้อมมารดา และทนายความ นำหลักฐานการพูดคุยผ่าน แอพพลิเคชั่น ไลน์ และเฟซบุ๊ก รวมทั้งหลักฐานการโอนเงิน เข้าแจ้งความ ร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองปราบ หลังถูกหลอก โดยคนร้ายใช้รูป นางแบบสาว นางเอกมิวสิควีดีโอ ซึ่งไม่เคยเจอตัวจริงกัน แต่ติดต่อกันทางแอพพลิเคชั่นไลน์ กับเฟซบุ๊กเท่านั้น

 

 


นายเค กล่าวว่า คนร้าย ซึ่งแอบอ้างเป็นนางแบบสาว ได้หลอกให้ตนโอนเงิน โดยอ้างว่า เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งค่ารักษาโรคมะเร็ง ค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่ได้ทำงาน พี่ชายยืม และญาติยืม  รวมถึง ค่าดาวน์บ้าน ที่หญิงสาว ในแอพพลิเคชั่น ไลน์ และเฟซบุ๊ก อ้างว่าจะซื้อไว้เป็นเรือนหออยู่ตน ทั้งนี้เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2558 ต่อเนื่องกระทั่งถึงปัจจุบัน ปี 2562  เป็นเวลากว่า 4 ปี สูญเสียเงินไปกว่า  7 ล้านบาท

 

 

 

หนุ่มนักธุรกิจ หลงรักสาวในแชทไลน์ โอนเงินให้ตลอด 4 ปี ทั้งที่ไม่เคยเจอตัวจริง


ทั้งนี้นายเค  กล่าวว่า เมื่อปี 2558 ตนผิดหวังกับความรัก ขณะนั้นใช้แอพพลิเคชั่น เฟซบุ๊กอยู่ กระทั่งได้เจอกับหญิงผู้ใช้รูปโปรไฟล์ เป็นนางแบบ และนางเอกมิวสิคคนดังกล่าว จึงได้พูดคุยกันผ่านแอพพลิเคชั่นจนรู้สึกไว้ใจ จากนั้นหญิงผู้ใช้รูปโปรไฟล์ นางแบบ ได้ขอยืมเงิน และบางช่วงที่ตนหมุนเงินไม่ทันก็ได้ขอยืมเงินหญิงสาวกลับประมาณ 1 ล้านบาท โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 ซึ่งก็ได้โอนคืนไปแล้ว และเชื่อว่าเงินจำนวนดังกล่าวก็เป็นเงินที่ตนเองโอนให้ตลอด

 

 


เมื่อช่วงต้นปี 2562 ที่ผ่านมา ตนเริ่มรู้ตัวว่าโดนหลอก จึงได้นำเลขบัญชี ทั้ง 3 บัญชีที่หญิงสาวส่งมาให้โอนเงินไปตรวจเช็ค  พบรายชื่อที่คาดว่า จะเป็นขบวนการเดียวกัน ทำให้ฝ่ายหญิงพยายามข่มขู่ ทั้งกับตนเอง และครอบครัว และจะจ้างมือปืนมาฆ่า โดยอ้างว่ารู้จักกับนักการเมือง รวมทั้งผู้มีอิทธิพล ทั้งนี้ยอมรับว่า ที่โอนเงินไปให้เพราะความสงสาร และความรักแม้จะไม่เคยเห็นตัวจริงก็ตาม

 

 


อย่างไรก็ตามทางด้านทนายความ ระบุว่า การมาแจ้งความครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 เนื่องจากต้องรอหลักฐานการโอนเงินตลอดทั้ง 4 ปี มาเป็นหลักฐาน โดยครั้งนี้กองปราบปรามได้ให้ไปแจ้งความที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับทางเทคโนโลยี

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์