อัพเดทความคืบหน้า หนุ่มจีน โมโหแม่ค้าเสื้อผ้าวัย 70 บอกปัดยืมเงิน

Publish 2019-07-25 13:05:27


จากกรณีที่นายวูซูหมิง อายุ 28 ปี สัญชาติจีน ได้ลงมือสังหาร นางสาวอารยา อายุ 70 ปี แม่ค้าขายเสื้อผ้าจนเสียชีวิต เหตุเกิดภายในห้องพักของคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งภายในซอยพหลโยธิน 52 แยก 16 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา 


 


อัพเดทความคืบหน้า หนุ่มจีน โมโหแม่ค้าเสื้อผ้าวัย 70 บอกปัดยืมเงิน

โดยล่าสุดที่ห้องพิจารณา 801 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาคดีดำ อ.1189/2562 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้องนายวูซูหมิง (Wu Zhuo ming)อายุ 28 ปีสัญชาติจีนเป็นจำเลย ในความผิดฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่นชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

 

กรณีเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 62 เวลากลางวัน จำเลยได้ลวงน.ส.อารยา ทรัพย์สวรรค์ อายุ 70 ปี แม่ค้าขายเสื้อผ้า เข้าไปในห้องพักเลขที่ 564/38 นิวพอร์ตคอนโดมิเนียม ซอยพหลโยธิน 52 แยก 16 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม.แล้วใช้มือบีบคอ น.ส.อารยา จนสิ้นใจตายก่อนลักเอาเงินสดและทรัพย์สินหลายรายการรวม มูลค่า 95,000 บาทหลบหนีไป ก่อนถูกตำรวจสน.บางเขนติดตามจับกุมดำเนินคดี ในชั้นจับกุมและสอบสวนจำเลยรับสารภาพ 

             

วันนี้เจ้าหน้าราชทัณฑ์เบิกตัวจำเลย จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อมาฟังคำพิพากษา ซึ่งศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์และจำเลยนำสืบรับฟังได้ว่า ตามวันเวลาผู้ตายถูกฆ่ารัดคอในนิวพอร์ตคอนโดมิเนียม โจทก์มีบุตรชายของผู้ตายเป็นพยานเบิกความว่าก่อนเกิดเหตุ มารดาเคยเล่าให้ฟังว่าจำเลยเคยมายอยืมเงิน 1 แสนบาท และนัดให้นำเงินไปให้ที่คอนโดดังกล่าว แต่บุตรชายของผู้ตายได้บอกว่าไม่ต้องไป 

 

 


กระทั่งเวลา 21.00 น. วันเกิดเหตุ บิดาของพยานโทรมาบอกว่าผู้ตายยังไม่กลับบ้าน จึงได้ออกตามหา และได้มาที่คอนโดดังกล่าว เวลา 23.00 น. เจอรถของผู้ตายจอดอยู่ ตรวจสอบห้องพักถูกล็อคจากด้านใน พยานจึงได้ใช้ไฟฉายส่องเข้าไปในบานเกร็ด เห็นผู้ตายนอนเสียชีวิตลักษณะนอนหงายอยู่บนเตียง สภาพศพถูกรัดบริเวณลำคอจนขาดอากาศหายใจ ตรวจสอบทรัพย์สินในห้องพักหายไปหลายการ และจากการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของผู้ตายพบว่ามีการติดต่อกับจำเลยหลายครั้งก่อนเกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่าผู้ตายและจำเลยได้เข้าไปในห้องพักด้วยกัน ก่อนที่จำเลยจะออกมาจากห้องเพียงคนเดียว

 

 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน จับกุมตัวจำเลยได้ ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพ จากการตรวจสอบร่างกายจำเลย มีรอยถลอกที่บริเวณข้อมือด้านขวา ซึ่งจำเลยให้การว่ารอยถลอกเกิดจากการต่อสู้กัน 



เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานไปยัง รพ.ภูมิพล ให้ตรวจสอบเนื้อเยื่อสารพันธุกรรมที่ปลายเล็บของผู้ตาย ผลการตรวจพิสูจน์เนื้อเยื่อมีดีเอ็นเอตรงกันกับรอยถลอกแขนขวาจำเลย 

 

 

เห็นว่าโจทก์มีพยาน ซึ่งเป็นบุตรชายของผู้ตายมาเบิกความตามลำดับเหตุการณ์เชื่อมโยงกันมีน้ำหนักสมเหตุสมผล และพยานไม่มีเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน จึงเชื่อว่าพยานเลิกความไปตามจริง นอกจากนี้ผลตรวจสอบดีเอ็นเอเนื้อเยื่อสารพันธุกรรมที่ปลายเล็บของผู้ตายก็ตรงกับรอยถลอกที่แขนขวาจำเลย จึงเชื่อว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิด

 

 


พิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นเพื่อความสะดวกในการที่จะกระทำความผิดอย่างอื่นชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ให้ประหารชีวิต, ฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ให้จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ฐานฆ่าผู้อื่นฯ จำคุก 25 ปี และฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นฯ จำคุก 6 เดือน รวมโทษจำคุก 25 ปี 6 เดือน และให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมแก่บุตรชายผู้ตาย 1 ล้านบาท  

 

 

 

 

โดยก่อนหน้านี้ นายวู ซูว หมิง เคยรับสารภาพตอนที่ถูกจับกุมตัวว่า รู้จักกับผู้ตายจากที่ทำธุรกิจขายเสื้อผ้าด้วยกัน ตอนนั้นตั้งใจมายืมเงิน 100,000 บาท ใช้อุบายบอกว่าจะนำเงินมาคืน 120,000 บาท แต่ผู้ตายไม่ยอมให้จึงมีปากเสียงกัน ทำให้บันดาลโทสะบีบคอผู้ตายจนแน่นิ่งไป ไม่คิดว่าผู้ตายจะถึงขั้นเสียชีวิต เพราะแค่ใช้แรงบีบเล็กน้อยเท่านั้นหวังแค่สลบ จากนั้นก็ปลดทรัพย์แล้วขึ้นรถหลบหนีไปยังเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล
ข่าวล่าสุด โดยสำนักข่าวทีนิวส์