เปิดคำสารภาพ พี่สาวเล่าสาเหตุหนุ่มบิ๊กไบค์ปะทะ น้องลิ้นจี่

เปิดคำสารภาพ พี่สาวเล่าสาเหตุหนุ่มบิ๊กไบค์ปะทะ น้องลิ้นจี่

Publish 2019-07-07 12:19:26


จากกรณีที่มีสาวเคราะห์ร้าย ถูกรถบิ๊กไบค์ชนขณะข้ามทางม้าลายแยกผังเมือง จนโคม่าสมองตายนั้น โดยในเฟซบุ๊ก ทรงภพ สรรเพชร ได้โพสต์ข้อความระบุว่า #ช่วยแชร์เป็นกระบอกเสียงหน่อยครับ



ในวันที่ 1 ก.ค. 2562 เวลา 07.50 ที่แยกผังเมือง จังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้เกิดประสบอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ได้ขี่ชนนางสาววิลาวัณย์ พุ่มมาลา (เพื่อน) ในขณะที่เพื่อนของผมกำลังเดินทางไปทำงานอาการตอนนี้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ยังไม่รู้สึกตัว ตอนนี้วอนภาวนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ปฏิหารให้มีจริง จึงขอความช่วยเหลือหากใครมีกล้องหน้ารถที่ได้เดินทางผ่านเส้นทางนั้น รบกวนส่งมาให้ผม หรือเพื่อนๆ ได้ครับ ฝาก กดแชร์ เพื่อเป็นการกระจายกระบอกเสียงทีครับ ขอบคุณครับ

 


ต่อมามีรายงานข่าวเพิ่มเติม ระบุว่า ด้านคู่กรณีปฏิเสธที่จะรับผิดชอบ และบอกว่าเป็นความผิดร่วมกัน แต่ถ้าอยากให้รับผิดชอบให้ไปหาหลักฐานมาพิสูจน์ ทางเพื่อนของน้องลิ้นจี่ จึงช่วยกันเดินเรื่อง ทั้งแจ้งความเพื่อดำเนินคดี และช่วยกันหาภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณนั้น แต่ไม่มีกล้องที่สามารถบันทึกภาพไว้ได้ จึงได้แชร์ข้อมูลในเฟซบุ๊กหวังว่าจะมีผู้หวังดีให้ความช่วยเหลือ

 

 


กระทั่งเจ้าของเฟซบุ๊กชื่อ ทรงภพ สรรเพชร ซึ่งเป็นเพื่อนของน้องลิ้นจี่ได้เเจ้งข่าวร้ายน้องได้จากไปอย่างสงบเเล้วระบุรายละเอียดไว้ว่า "  ทุกๆเทศกาลต่อไปคงไม่มีเเกมาบอกฉันเเล้วสินะ.

 

 

อ่านข่าว : เพื่อนสนิทแจ้งข่าวเศร้า "น้องลิ้นจี่" ถูกบิ๊กไบค์ชนตรงทางข้าม จากไปสงบแล้ว



ล่าสุด เพื่อนของน้องลิ้นจี่ เปิดเผยว่า ในวันที่เกิดอุบัติเหตุ น้องลิ้นจี่ยังมีสติอยู่ แต่หลังจากนั้นน้องลิ้นจี่ก็เริ่มอาเจียน พอเอกซเรย์รอบที่สองก็พบว่า กระดูกขาหัก 5 ท่อน กระดูกไหล่ขวาหัก มีเลือดคั่งในสมอง และอาการเริ่มทรุดลงเรื่อย ๆ ผ่านไป 2 วัน ร่างกายของน้องลิ้นจี่เริ่มไม่ขยับ และมีบางช่วงที่หยุดหายใจ คุณหมอบอกว่าน้องลิ้นจี่มีโอกาสรอดชีวิตแค่ 10 เปอร์เซ็นต์

 


ทางด้านคุณพ่อและคุณแม่ของน้องลิ้นจี่ เล่าให้ฟังทั้งน้ำตาว่า น้องลิ้นจี่เป็นเด็กดี ไม่เคยเกเร ซึ่งน้องเพิ่งจะเรียนจบ และกำลังจะเริ่มต้นชีวิตของการทำงาน ตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น ก็เคยเจอกับหนุ่มคู่กรณีแค่ครั้งเดียว และไม่เคยมาเยี่ยมลูกสาวเลย ซ้ำยังพูดแบบไม่สำนึกในทำนองที่ว่า ถ้าหากไม่มีหลักฐานก็จะไม่รับผิดชอบ

 

 


โดยสิ่งที่ทางครอบครัวกังวลที่สุดก็คือ ขณะนี้ได้มีการเซ็นเอกสารยินยอมในการไม่ให้ปั๊มหัวใจน้องลิ้นจี่ ถ้าหากน้องหยุดหายใจ แต่ตอนนี้หัวใจของน้องยังเต้นอยู่ คุณหมอจึงให้อยู่ไปแบบนี้ก่อน ซึ่งทางครอบครัวรู้สึกรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะน้องเพิ่งเรียนจบมาใหม่ ๆ และยังไม่ได้รับปริญญาเลย

 

 


จากการสอบถามไปยังคู่กรณี ได้ความว่า ทางคู่กรณีไม่ขอเปิดเผยตัว และให้พี่สาวออกมาพูดแทน โดยพี่สาวเล่าว่า น้องชายติดตั้งโทรศัพท์มือถือเอาไว้ด้านหน้าของรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งน้องชายมัวแต่มองโทรศัพท์มือถือ พอไฟเขียวก็ขี่รถออกตัวโดยที่ไม่ทันระวัง จึงไปชนเข้ากับน้องลิ้นจี่ ทั้งนี้ พี่สาวของคู่กรณี กล่าวว่า หากฝ่ายน้องชายผิด ก็ยินดีที่จะรับผิดชอบ นอกจากนี้ ทางน้องชายเองก็เพิ่งจะเริ่มงานวันแรกเหมือนกัน

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุลาลีวัลย์ หงษ์เวียงจันทร์
ข่าวด่วน โดยสำนักข่าวทีนิวส์