ชายชราใช้ชีวิตลำพัง มีเพื่อนบ้านใจบุญคอยดูแล

ชายชราใช้ชีวิตลำพัง มีเพื่อนบ้านใจบุญคอยดูแล

Publish 2019-04-30 13:10:39


ถือเป็นเรื่องราวสุดสะเทือนใจอย่างมาก เมื่อชายชราวัย 80 ปี ต้องใช้ชีวิตลำพัง ไม่มีลูกหลานคอยดูแล แต่โชคดีที่มีเพื่อนบ้าน จิตใจเมตตา คอยนำน้ำ อาหารมาส่งให้เป็นประจำ โดยจิตอาสาใจบุญอย่าง เมศ เจ้าชายน้อย ได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมเยียน และพูดคุยกับชายชราคนนี้ และได้เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นผ่านทางเฟซบุ๊ก Poramet Misomphop 
 



โดยระบุว่า "ช่วยผมด้วย อย่าทิ้งผมนะ " โป๊กๆ โป๊กๆเสียงไม้เคาะกำแพงพร้อม เสียงร้องโหยหวน ชวนน่าหดหู่ กับเสียงที่พูดว่า" ช่วยผมด้วย อย่าทิ้งผมนะ ผมหิวข้าว"

 

คุณเคยคิดบ้างไหม ?? ยามที่คุณแก่ตัวลง เจ็บป่วย หรือ อายุมากขึ้น จะมีซักกี่คนที่จะคอยดูแลอยู่เคียงข้างคุณไปตลอดชีวิต... 2 มือยกพนมยกขึ้นไหว้ พร้อมดวงตาที่เศร้าหมอง มันเป็นความรู้สึกที่พลเมืองดีเห็นแล้วน่าเวทนา ชวนสลดหดหู่กับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า บางวันเมื่อพลเมืองดีเปิดประตูมา คุณตาก็พลัดตกเตียงลงมานอนอยู่กับพื้น บางวันก็ขับถ่ายของเสียเลอะเต็มห้อง มันภาพที่พลเมืองท่านนี้สลดยิ่งหนัก

 

เมื่อคุณตาวัย 80 ปี นอนป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ พักอาศัยอยู่ในห้องพักย่านใจกลางกรุงเทพ เพียงตัวคนเดียว  โดยมีเพียงเพื่อนบ้านที่อยู่ห้องติดกันค่อยดูแล ส่งข้าว ส่งน้ำ พาไปหาหมอ ช่วยได้ตามกำลังเท่านั้น

 

พลเมืองดียังเล่าให้ฟังอีกว่า.. คุณตาจะมีไม้อยู่อันนึง จะค่อยเคาะกำแพงส่งเสียงเรียกหา ยามที่หิวข้าว หรือเกิดเรื่องอะไรขึ้น ตี 1 ตี 2 ก็เคาะส่งเสียงเรียก พอเปิดประตูมาดู บางทีคุณตาก็ตกจากเตียงนอน 
หรือบางครั้งก็ขับถ่ายเต็มห้อง แต่พลเมืองดีท่านนี้ ก็มิได้รังเกลียดเลยแม้แต่น้อย
แต่ในทางกลับกับ พลเมืองดีคนนี้ กลับเฝ้าดูแลประดุจญาติคนนึง

 

บางครั้งต้องใช้เงินส่วนตัวของตัวเองที่ทำงานแลกมา
เอามาซื้อข้าว ซื้อน้ำ ซื้อแพมพริส หรือพาไปหาหมอ

 

 

แต่บางครั้งด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากทำงาน
ก็มีความท้ออยู่บ้างจนมีอยู่วันนึงต้องเอ่ยปากพูดกับคุณตาว่า..
คุณตาหนูดูแลคุณตาไม่ไหวแล้วนะ
หนูจะติดต่อหน่วยงานให้รับคุณตาไปดูแลนะ



ครั้งนั้นคุณตายก 2 มือไหว้ น้ำตาซึมไหลออกมา
พร้อมพูดว่า..."อย่าเอาผมไปไหนเลย อย่าทิ้งผมเลย ผมขอตายที่นี่"

 

คำพูดวันนั้นทำให้พลเมืองดีท่านนี้สงสาร  และเวทนาคุณตายิ่งนักทำให้ทุกวันนี้พลเมืองดีท่านนี้ต้องคอยดูแลคุณตาอย่างใกล้ชิด เสมือนเป็นญาติคนนึง

 

ปัจจุบันนี้ คุณตาวัย 80 ปีที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้คนนี้ ยังคงพักอาศัยอยู่ในห้องพักที่นี่เพียงคนเดียว
โดยมีเพื่อนบ้างที่อยู่ห้องติดกันดูแลอย่างใกล้ชิด คุณตาได้รับเบี้ยคนสูงอายุเดือนละ 700 บาท เบื้องต้นเมศได้มอบเงินจำนวนหนึ่ง ให้กับทางพลเมืองดีคนนี้เพื่อเอาไว้ซื้อข้าว ซื้อยา ดูแลคุณลุงครับ

 

( คุณตามีเลขบัญชีธนาคาร แต่จากที่เมศพิจารณาโดยละเอียดแล้ว 

ด้วยเหตุผลบ้างประการเมศไม่สามารถลงเลขบัญชีธนาคารคุณตาได้ครับ )

 


เมศไม่ขอพูดว่าคุณตามีญาติหรือไม่ หรือถ้าสมมุติคุณตามีญาติ  บ้างทีเราต้องเข้าใจว่า บางทีญาติคุณตาอาจจะต้องมีภาระทางครอบครัวที่ต้องดูแล หรือ อายุมาก เจ็บป่วยอยู่ ก็เป็นได้ แต่ยังไงเมศต้องขอชื่นชม และขอขอบคุณ พลเมืองดีที่ไม่ประสงค์ออกนามคนนี้ ที่คอยเฝ้าดูแลคุณลุง คอยช่วยเหลือคุณลุง
เสมือนคุณตาเป็นญาติ ขอขอบคุณน้ำใจที่คุณมีให้ครับ

 

 

เนี่ยละครับ คุณเคยคิดบ้างไหมว่า..?? ยามตัวเราแก่ตัว เจ็บป่วย อายุมากขึ้น จะมีสักกี่คน ที่คอยอยู่ดูแล อยู่เคียงข้างตลอดชีวิต ของคุณบ้าง ?? (เมศได้รับเรื่องราวข้อมูลทั้งหมดจากพลเมืองดีท่านนี้ เมศได้รับอนุญาตจากพลเมืองดีที่ดูแลคุณตา ให้ถ่ายรูป และนำรูปถ่ายและรายละเอียดทั้งหมด ลงสื่อออนไลน์เรียบร้อยแล้วครับ )"

 

 


ทำให้บรรดาชาวโซเชียลต่างซาบซึ้งในน้ำใจของพลเมืองดีที่คอยช่วยเหลือคุณตาท่านนี้ และยังชื่นชมเมศ เจ้าชายน้อย ที่ประสานงานนำเงินส่งมอบช่วยเหลือคุณตา  พร้อมขอให้​พลเมือง​ดี​ที่​ดูแล​คุณ​ตา​เสมือน​ญาติ มี​แต่​ความสุข​ความเจริญ​ใน​ชีวิต​ตลอดไป อีกทั้งขอ​ให้​คุณ​เมศ​มีความสุข​ร่ำรวย​เงินทอง​ชีวิต​เจริญ​รุ่งเรือง

 

 

 

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง    

-หากหนูไม่อยู่ ใครจะดูแลแทน สาวป่วยโรคร้ายระยะสุดท้ายห่วง 2 ตายายมากกว่าชีวิตตัวเอง หวั่นไม่มีคนดูแล วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ
-2 ตายาย เดินหน้ารพ.ตาคลี มองหารถกลับบ้านไกล 5-6 ก.ม. แล้วเจอบุรุษไปรษณีย์ชวนขึ้นรถพาส่ง
-ตายายหัวใจแทบหยุดเต้น ซื้อตั๋วรถหวังส่งหลานสุดรักเดินทางไปหาพ่อ สุดท้ายพบเป็นร่างไร้ชีวิตแขวนคอดับคาห้องเกือบต้องล้มทั้งยืน
-2ตายายอาศัยในห้องเช่า คุณตาอดีตทหารขาพิการตามองไม่เห็น คุณยายรับจ้างล้างจานคนเดียวรายได้ไม่พอกิน ซ้ำลูกหลานไม่เคยติดต่อมาหา!

 

ขอบคุณเฟซบุ๊ก : Poramet Misomphop




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ฌาวิตรา พัฒนาอารยสกุล
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์