พยาบาลโชว์ภาพเลือดสีชมพูนู้ดของผู้ป่วยค่าเลือดผิดปกติ เกิดจากการรับประทานยาลดน้ำหนักมาเป็นเวลา1ปี

พยาบาลโชว์ภาพเลือดสีชมพูนู้ดของผู้ป่วยค่าเลือดผิดปกติ เกิดจากการรับประทาน"ยาลดน้ำหนัก"มาเป็นเวลา1ปี

Publish 2019-01-05 14:23:37


พยาบาลสาวเจ้าของเฟซบุ๊กชื่อว่า Patteera Yodsaterun ได้โพสต์รูปภาพเลือดของคนไข้รายหนึ่งที่มีอาการค่าเลือดผิดปกติ โดยเลือดของคนไข้รายนี้มีสีชมพูนู้ด ไม่ได้เป็นสีแดงสดอย่างธรรมชาติที่มนุษย์เราควรมี สาเหตุเกิดจากการรับประทานยาลดน้ำหนักต่อเนื่องกันมากว่า 1 ปี โพสต์เป็นอุทาหรณ์เตือนภัยผู้ที่อยากผอมทางลัด ผลที่ได้อาจก่อให้เป็นอันตรายถึงชีวิต

 



คุณ Patteera Yodsaterun โพสต์เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2561 ที่ผ่านมาระบุว่า 

เลือดสีชมพู นู๊ด นี้ไม่ใช่เรื่องขำขำ อาการ ผู้ป่วยต้องใส่ท่อทางปากค่าเลือดพบค่าผิดปกติ เกิดจาก “การรับประทานยาลด น้ำหนักมาเป็นเวลา1ปี” นี่แหละคือการสวยผ่อนส่งความตาย 

 

 

#อยากผอมต้องออกกำลังกายควบคุมน้ำหนักนะจ๊ะ
#เรียนให้ทราบว่าเป็นภาพของสีเลือดจริงที่เจาะจากผู้ป่วย นะคะ เลยเอามาเป็นอุทาหรณ์ ตัวอย่างเคส
#โดยส่วนตัวไม่เคยใช้ หรือรับประทานยาลดน้ำหนัก
#ดีใจมากที่ ทุกท่านที่ได้อ่านตื่นตัว ในเรื่องภัยจากการใช้ยาลดน้ำหนัก อย่าทานเลยนะคะ ออกกำลังกายและควบคุมอาหาร ปลอดภัยและดีกับสุขภาพค่ะ
“ขอประโยชน์จากแชร์นี้ ส่งผลบุญกุศลให้ผู้ป่วยรายนี้รอด ปลอดภัย สาธุค่ะ

 

 

คอมเมนต์จากชาวเน็ต

 

 



 

หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมาก็เคยเกิดกรณีที่คุณหมอเจาะเลือดของคนไข้และพบเลือดสีชมพูและสาเหตุก็เช่นเดียวกันคือเกิดจากการรับประทานยาลดน้ำหนักเหมือนกับเคสนี้ 

 

 

โดยทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2559 ระบุว่า ยาดีท็อกซ์ ที่มีส่วนผสมของสมุนไพร ทำให้หลายคนเข้าใจว่ากินได้ปลอดภัยไม่เป็นอันตราย แต่จริง ๆ แล้วอันตรายมาก ๆ โดยเฉพาะมีส่วนผสมของมะขามแขก ซึ่งดูเหมือนสมุนไพรธรรมดา แต่สรรพคุณที่แท้จริงคือเป็นยาระบายไม่ใช่ยาลดความอ้วน แถมยังบอกด้วยว่าจะขับเมือกไขมัน พร้อมระบุว่า คนเราไม่ใช่ปลา ไม่มีเมือก และพวกมะขามแขกเหล่านี้ก็กินมากไปไม่ดี ทำให้เราเสียน้ำเสียเกลือแร่จนหมดแรง 

 

 

 

นอกจากนี้ ยังมีภาพของเลือดที่เป็นสีขาวขุ่น ซึ่งคุณหมออธิบายว่าตรงนี้คือไขมันในเส้นเลือดสูง และคาดว่าอาการนี้น่าจะมีปัญหาที่ตับพังนั่นเอง พร้อมกับเตือนให้ประชาชนเลิกกินยาลดความอ้วน แม้ว่าจะมีฉลากส่วนผสมที่เขียนว่าสมุนไพร แต่สมุนไพรบางตัวหากกินโดยไม่ปรึกษาแพทย์ ก็อาจจะเกิดอันตรายได้

 

ขอบคุณ Patteera Yodsaterun และ เฟซบุ๊ก ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล