การใช้มือถือเป็นเรื่องปกติที่มนุษย์เราต้องใช้กันทุกวัน แต่รู้ไหมว่า เสี่ยงต่อภัยร้ายอะไรบ้าง!? (รายละเอียด)

การใช้มือถือเป็นเรื่องปกติที่มนุษย์เราต้องใช้กันทุกวัน แต่รู้ไหมว่า เสี่ยงต่อภัยร้ายอะไรบ้าง!? (รายละเอียด)

Publish 2017-11-12 18:13:04

สิ่งของทุกอย่างหากใช้ด้วยความพอดีและใช้อย่างเหมาะสม มักจะไม่ค่อยเกิดปัญหา ยังแต่ประโยชน์ให้ แต่ทว่าอะไรที่เกินไป ไม่รู้จักความพอดี ไม่รู้จักความถูกต้อง รวมทั้งการใช้สิ่งของนั้นๆ ผิดวัตถุประสงค์ที่แท้จริง ย่อมต้องส่งผลร้าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหนักหรือเรื่องเบา เสมือนดาบสองคม เช่น กรณีของ โทรศัพท์มือถือ ซึ่งกลายเป็นปัจจัยหนึ่งในชีวิตของผู้คนไปแล้ว นอกจากมีประโยชน์มหาศาลและก็ยังมีภัยมหันต์เช่นกัน ดัง 1 ในตัวอย่างคือ คลิปโป๊ที่หลุดออกมาทั้งหลาย โดยเฉพาะของบุคคลที่มีชื่อเสียง ย่อมส่งผลเสียอย่างแน่นอน มาดูกันว่า 9 ภัยอันตรายของโทรศัพท์มือถือมีอะไรกันบ้าง 

 

 

1.มะเร็งหรือเนื้องอกในสมอง 
จากผลวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดที่ได้รับทุนจากบริษัทมือถือ สรุปผลออกมาแล้วว่า การใช้โทรศัพท์มือถือส่งผลให้เซลล์มนุษย์เปลี่ยนแปลง และอาจก่อให้เกิดมะเร็งหรือเนื้องอกในสมองได้ แนะให้กดรับ โทรศัพท์ให้ห่างตัวก่อนพูดคุยตามปกติ นักวิจัยได้เปิดเผยผลการศึกษาในสัตว์ทดลองที่ศึกษามานานกว่า 7 ปี พบว่า การใช้โทรศัพท์มือถือมีผลกระทบต่อความเปลี่ยนแปลงในระดับเซลล์ของมนุษย์ ทำให้การซ่อมแซมดีเอ็นเอในร่างกายเสื่อมสมรรถภาพ และมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เกิดเนื้องอกหรือมะเร็งที่สมองได้ จากการศึกษาดังกล่าว นักวิจัยได้นำไปศึกษาต่อในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งสมอง พบว่า เนื้องอกที่สมองมีความสัมพันธ์กับการใช้โทรศัพท์มือถือ กล่าวคือ พบว่าผู้ป่วยที่เป็นเนื้องอกในสมองจะเป็นข้างเดียวกับข้างที่ใช้โทรศัพท์ ถ้าถือโทรศัพท์มือถือข้างขวาก็เป็นเนื้องอกที่สมองข้างขวา และยังพบว่า ในเนื้องอกนั้นมีเซลล์ลักษณะพิเศษที่พบเฉพาะในผู้ที่ใช้โทรศัพท์มือถือ ซึ่งนักวิจัยพยายามหาข้อมูลเชิงระบาดวิทยาให้มากขึ้น เพื่อยืนยันผลการทดลองดังกล่าว รวมไปถึงที่แพทย์อเมริกาได้ค้นพบว่า ถ้าหากคุณเอามือถือของคุณ (ทุกยี่ห้อ) ใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อของคุณ คุณอาจเป็นมะเร็งในเต้านมได้ มะเร็งในเต้านมเกิดขึ้นกับผู้หญิงและผู้ชาย ที่เราห้ามเอามือถือใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อนั้น ก็เพราะคลื่นของโทรศัพท์จะมากระทบกับหน้าอกของคุณ ซึ่งทำให้เกิดมะเร็งเต้านม

 

 

2.ฟ้าผ่า ขณะฝนฟ้าคะนอง  

ในปี 2549 สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานถึงผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์อังกฤษ หรือ บริติช เมดิคอล เจอร์นัล (BMJ) ว่า การใช้โทรศัพท์มือถือในที่โล่งแจ้งขณะเกิดพายุฝนอาจนำภยันตรายมาสู่ตัว เนื่องจากเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่าอย่างยิ่ง แม้ว่าจะไม่มีข้อมูลหรือรายงานยืนยันชัดเจนว่า การใช้โทรศัพท์มือถือหรือคลื่นพลังงานจากโทรศัพท์มือถือที่เกิดขึ้นขณะใช้งานในช่วงเวลาที่มีพายุฝนฟ้าคะนองจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดฟ้าผ่าให้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการใช้งานก็ตามที ผู้ใช้ควรตระหนักและพึงระวังด้วยเช่นกัน สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) แนะนำว่า หากจำเป็นต้องใช้โทรศัพท์ขณะที่ฝนตกควรหลบไปใช้งานในตัวอาคารที่มีสายล่อฟ้าติดอยู่ เพราะหากไปใช้งานกลางแจ้งอาจได้รับอันตรายถึงชีวิตหรือบาดเจ็บได้ สิ่งที่ควรทำคือ ควรจะปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือ เพราะการปล่อยให้โทรศัพท์ยังคงเชื่อมต่อกับเครือข่ายสื่อสารอยู่นับว่าเป็นความเสี่ยง



 

3.ทำลายประสาทการได้ยินเสียง 

โดยเฉพาะเสียงแจ้งเตือนตอนแบตใกล้หมด นอกเหนือจากความกังวลในเรื่องของการแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สุขภาพหูของเราอาจจะกำลังเสี่ยงกับการได้รับความเสียหายได้ในบางกรณี ซึ่งเกิดกับมือถือบางรุ่น บางยี่ห้อ ซึ่งอาจทำให้ความสามารถในการได้ยินของหูเสียหายได้ เนื่องจากพลังงานในแบตเตอรี่กำลังจะหมด จะมีเสียงแจ้งให้ทราบว่า ระบบกำลังจะตัดการทำงาน ซึ่งเจ้าเสียงเตือนนี้เองที่มักจะดังเกินไป สำหรับอันตรายดังกล่าวจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้ใช้แนบโทรศัพท์ไว้กับหู ขณะที่มันกำลังเล่นเสียงแจ้งเตือนแบตใกล้หมดเท่านั้น ก่อให้เกิดสารพัดโรค จากการศึกษาในประเทศอเมริกา พบว่า รังสีไมโครเวฟจากมือถือจะทำลายเซลล์ประสาท เซลล์ตัวอ่อนที่อยู่ในครรภ์มารดา ทำให้เป็นโรคต้อกระจก การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของโลหิต และยังเป็นสาเหตุให้เกิดความอ่อนแอในระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ ยังเป็นตรายต่อเด็กๆ เพราะเด็กจะไวต่อการกระตุ้นจากสารเคมีต่างๆ ที่จะเกิดกับร่างกายของมนุษย์ จากการรายงานในประเทศออสเตรเลียสรุปว่า เด็กจะดูดซับรังสีไมโครเวฟในอัตราที่สูงกว่าผู้ใหญ่ถึง 3 เท่า ฉะนั้น อย่าวางโทรศัพท์มือถือที่เปิดอยู่ในเปลเด็กเล็กหรือที่นอน เพราะโทรศัพท์มือถือจะมีการแผ่รังสี ถึงแม้ว่าในขณะนั้นคุณจะไม่ได้ใช้โทรศัพท์ก็ตาม 

 

4.เสี่ยงต่อการเป็นหมัน   

หลีกเลี่ยงการคาดโทรศัพท์มือถือไว้ที่เอวของเรา ไม่มีความจำเป็นเลยที่จะให้รังสีไมโครเวฟที่เป็นอันตรายนั้นวิ่งผ่านไขกระดูกที่อยู่บริเวณสะโพกและลูกอัณฑะของท่าน ซึ่งผลการวิจัยกล่าวว่า เป็นบริเวณที่มีความเสี่ยงมากที่สุด ซึ่งบริเวณที่มีอันตรายน้อยที่สุด คือ วางโทรศัพท์มือถือไว้ที่กระเป๋าบริเวณขา เช่น กระเป๋าของกางเกงทหาร 

 

5.อุบัติเหตุทางรถยนต์ 

โทรศัพท์มือถืออาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะทางรถยนต์ เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิตได้ขณะที่กำลังขับรถอยู่ การคุยโทรศัพท์ไปด้วยขับรถยนต์ไปด้วยอาจไปทำลายสมาธิขณะขับ และประโยคสนทนาก็มีผลต่อสมาธิเช่นกัน หากการสนทนานั้นลึกซึ้งและต้องคิดมาก จะรบกวนการขับขี่มากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงมากกว่าการคุยเพียงเล็กน้อย จากการศึกษาของนักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเมสซี่พบว่า การคุยโทรศัพท์ขณะขับรถโดยใช้มือเดียว จะทำให้เกิดความผิดพลาดในขณะขับรถเท่ากับคนเมาแล้วขับ โดยการศึกษารณรงค์ให้ไม่ให้คุยโทรศัพท์โดยถือมือเดียวขับรถ จากการศึกษาเมื่อ 2 ปีก่อน นักวิจัยพบว่า 4% จาก 8,700 คน ใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างขับรถ โดยทางทีมวิจัยเชื่อว่า เปอร์เซ็นต์จะมีการเพิ่มขึ้นไปพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของมือถือ และการศึกษาจากนานาชาติล่าสุดได้แสดงให้เห็นว่า การใช้มือถือขณะขับรถทำให้เกิดอาการ "การรับรู้ล้นเกิน" (cognitive overload) ซึ่งเป็นผลให้มีอัตราอุบัติเหตุที่เท่าหรือสูงกว่าความผิดพลาดจากการขับรถหรือเมาแล้วขับ ความเสี่ยงในการชนจะเพิ่มขึ้นเป็น 4 เท่าในขณะคุยโทรศัพท์ระหว่างขับรถ และมีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 9 เท่าจากการชน

6.ปวดหัว นอนไม่หลับ 

นักวิจัยของสวีเดนพบโทษของโทรศัพท์มือถือใหม่ หากว่ามัวคุยเพลินตอนก่อนนอน จะทำให้นอนหลับยากไปทั้งคืน จากการศึกษาพบว่า รังสีของโทรศัพท์มือถือมีฤทธิ์ทำให้นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ และเสียสมาธิได้ โดยศึกษากับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นชาย 35 คน และหญิง 36 คน ที่อยู่ในวัยระหว่าง 18-45 ปี โดยให้ถูกคลื่นสัญญาณวิทยุความถี่ 884 เมกะเฮิร์ตซ์ ที่มีความแรงขนาดเดียวกับเมื่อใช้โทรศัพท์มือถือ เปรียบเทียบกับกลุ่มอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ถูกรังสีอื่นใด ซึ่งกลุ่มที่ถูกรังสีบางคนจะรู้สึกปวดศีรษะ นอนไม่ค่อยหลับ และกระสับกระส่ายทั้งคืน  

7.เสียเงินค่าโทรศัพท์ 

ย่อมเป็นธรรมดากับการเสียค่าใช่จ่ายในเรื่องของค่าใช้โทรศัพท์ ที่คิดตังค์เป็นนาทีหรือวินาที ก็แล้วแต่โปรชั่นของเครือข่ายนั้นๆ ซึ่งถ้าหากวางแผนการใช้ไม่เป็น อาจทำให้เสียค่าโทรเยอะเกินความจำเป็น ควรจะตรวจสอบให้บิลค่าใช้โทรศัพท์ละเอียดในแต่ละเอียด บางทีอาจผิดพลาดหากไม่ตรวจให้ดีอาจเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์  บางคนใช้จนเกินโปรโมชั่นติดหนี้ค่าโทรศัพท์เป็นหมื่นๆ


8.คลิปหลุด 

ถือว่าเป็นภัยอันตรายร้ายแรง เพราะปัจจุบันโทรศัพท์มือถือแทบทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ สามารถภ่ายภาพ อัดเป็นคลิปวิดีโอได้สบายๆ ดังนั้น ถ้าตัวเองไม่ระวังหรือประมาทเอากล้องจากมือถือมาภ่ายภาพที่ไม่เหมาะสม หรืออัดวิดีโอเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะไม่ควร ถ้าทำโทรศัพท์หายหรือถูกขโมย แล้วคนที่ได้ไปนำภาพเหล่านั้นมาเผยแพร่ ก็อาจทำให้เสียชื่อเสียง ยิ่งเหล่าดาราคนดังมีชื่อเสียงด้วยแล้ว ต้องระวังเป็นหลายเท่ากว่าคนธรรมดา เพราะถ้าหากภาพที่เป็นภาพลับส่วนตัวแล้วล่ะก็ เสียหายแน่ๆ ดูได้จากข่าวคลิปหลุดดาราดังที่ผ่านๆ มาเป็นตัวอย่างได้ 

9.แบตเตอรี่ระเบิด 

นับว่าเป็นเรื่องที่อาจถึงแก่ชีวิตได้ เพราะหากเกิดระเบิดขณะที่เรากำลังคุยโทรศัพท์ด้วยแล้ว แค่นึกก็น่ากลัวสุดๆ ที่ผ่านมามีข่าวคราวเกี่ยวกับแบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือระเบิดเกิดขึ้นทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งล้วนแต่น่ากลัว ถึงขั้นนิ้วขาด หน้าเสียโฉมเลยเชียวล่ะ สาเหตุของการระเบิดมาจากใช้แบตเตอรี่ปลอม เนื่องจากราคาถูกกว่าของจริง หรือเพราะใช้โทรศัพท์ที่ใช้มานานหลายปีแล้ว หรือเรื่องการวางโทรศัพท์ก็สำคัญ อย่าวางไว้กับโลหะ อย่างเช่น เหรียญกษาปณ์  สำหรับคนที่ชอบเอาโทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าที่มีเศษเหรียญ เพราะโลหะเหล่านี้เมื่อสัมผัสกับขั้วที่ใช้ชาร์จอาจทำให้ไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งอาจเป็นที่มาของการระเบิดได้ 

 


ขอบคุณข้อมูลจาก : kapook


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สราวุฒิ ธนกุสุมาลย์