5 เม.ย. วันปิดฉากเจ้าพ่อเบอร์ 1 นครบาล !!! เปิดเบื้องลึก "แคล้ว ธนิกุล" กับ ปมสังหารที่ยังเป็นปริศนา "ใครฆ่า" !?!

5 เม.ย. วันปิดฉากเจ้าพ่อเบอร์ 1 นครบาล !!! เปิดเบื้องลึก "แคล้ว ธนิกุล" กับ ปมสังหารที่ยังเป็นปริศนา "ใครฆ่า" !?!

Publish 2018-04-05 11:55:19


หากย้อนหลังไปเมื่อ ๖๐ ปีก่อน ระหว่างปี ๒๕๐๐-๒๕๑๐ ชื่อเสียงของ "เฮียเหลา สวนมะลิ" หรือ แคล้ว ธนิกุล เริ่มเป็นที่รู้จักมักคุ้นบนถนนสายนักเลง เติบโตและแผ่ขยายอิทธิพลจนกลายเป็นผู้กว้างขวางที่มีผู้นับหน้าถือตามากมาย 

แคล้ว ธนิกุล เจ้าพ่อวงการมวย เป็นที่รู้จักในฐานะโปรโมเตอร์ในวงการมวยไทย มวยสากลและมวยสากลสมัครเล่น และมีค่ายมวยที่มีชื่อว่า "ส.ธนิกุล" ในยุคนั้นถือเป็นยุคทองของเจ้าพ่อวงการมวยที่ชื่อ "แคล้ว ธนิกุล" ด้วยบุคลิกที่มีการเล่าขานกันมาว่าเป็นคนใจถึงรักพวกพ้อง ทำให้เขาเริ่มมีบริวารมีลูกน้องมากขึ้น ต่อมาเขาได้รับฉายาให้เป็น "เหลา สวนมะลิ" หรือ "เฮียเหลา" และอีกหนึ่งฉายาที่ยิ่งใหญ่ "เจ้าพ่อนครบาล" แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นระดับเจ้าพ่อชั้นแนวหน้าของประเทศไทย ก็เป็นธรรมดาที่ต้องขัดแข้งขัดขาผลประโยชน์กับฝั่งตรงข้าม เฮียเหลา ก็จำเป็นที่จะต้องจ้างมือดีหลายร้อยคน เพื่อดูแลทั้งค่ายมวย บ้านหลายหลัง และไม่ว่าจะเดินทางไปไหนต้องมีคนคุ้มกันเป็นสิบ แต่ก็หนีไม่พ้นที่จะโดนเจ้าพ่ออีกฝั่งพยายามฆ่าหลายต่อหลายครับ และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ถือว่าอุจอาจที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ไทย ที่ทำให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับรู้ความจริงถึงสงครามเจ้าพ่อว่ามีอยู่จริงและโหดร้าย



คืนวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๒๕ ที่ทำให้หน้าหนังสือพิมพ์ทั่วทั้งประเทศและคนไทยในยุคนั้นจดจำได้ดี คือการรอบฆ่าเจ้าพ่อนครบาลที่อุจอาจที่สุด นั่นคือที่สนามมวยลุมพินีคืนนั้น จัด "ศึกดังทะลุฟ้ามหากุศล" ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างแข็งขันของตำรวจกว่า ๑๐๐ นาย เนื่องจากชั้นริงไซด์มีทั้ง "ชวน หลีกภัย" รมว.เกษตรและสหกรณ์ "วีระ มุสิกพงศ์" รมช.มหาดไทย รวมถึง พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ มานั่งชมศึกดวลกำปั้นครั้งนี้ด้วย
 
แน่นอนว่าคืนนั้นเฮียเหลาย่อมไม่พลาดไปร่วมอยู่ในสนามมวยลุมพินีด้วย เหตุการณ์ช่วงแรกผ่านพ้นไปด้วยดี กระทั่งถึงคู่เอก "หนองคาย ส.ประภัสสร" กับ "เริงศักดิ์ เพชรยินดี" เซียนมวยต่างลุ้นกันตัวโก่ง เสียงเฮละโลโห่ร้องเชียร์นักมวยในดวงใจดังขึ้นเป็นระยะๆ เมื่อออกอาวุธจะแจ้ง คะแนนสูสีคู่คี่กันตลอด ๔ ยก จนถึงยกสุดท้ายต้องชิงดำ อีกเพียง ๓๐ วินาทีจะหมดยก วัตถุแปลกปลอมสีดำมะเมื่อมปลิวข้ามหัวคนนับร้อย ตรงไปที่ชั้นริงไซด์ด้านมุมระฆัง ซึ่งมีเฮียเหลานั่งอยู่
 
เสียงเชียร์ถูกแทรกด้วยเสียงระเบิด ดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงหวีดร้องด้วยความเจ็บปวด พร้อมกับผู้คนแตกกระจายหนีตาย กลิ่นควันระเบิดลูกแรกยังไม่ทันจาง ระเบิดลูกที่สองก็ปลิวตามลงมาติดๆ เสียงระเบิดอีกตูมดังสลับกับเสียงปืนจากคนติดตามเจ้าพ่อเมืองหลวง ที่ยิงสุ่มไปยังที่มาของระเบิดกว่า ๑๐ นัด
 
กว่าความวุ่นวายจะจบลงก็กินเวลานานกว่า ๑๐ นาที ร่างอันปราศจากชีวิตปรากฏอยู่บริเวณมุมระฆัง ๔ ราย บาดเจ็บอีกนับไม่ถ้วน ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นลูกชายอดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ พ.ต.ท.สุรศักดิ์ โลหะชาละ

ในการรอบสังหารครั้งนี้ถือว่าเฮียเหลารอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด แม้จะมีคนดังในสังคมอยู่ในเหตุการณ์มากหน้าหลายตา แต่เมื่อวิเคราะห์จากจุดระเบิด ทุกคนต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า เป้าหมายสังหารจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก แคล้ว ธนิกุล 

และทำให้หนังสือพิมพ์ทุกฉบับตีพาดหัวเรื่องนี้ว่านี่คือการเปิดศึกของ ๒ เจ้าพ่อเพื่อแย่งชิงอำนาจ โดยสื่อทุกสำนักเล็งผู้กระทำครั้งนี้ไปที่ "เต็งโก้" เจ้าพ่อคู่แข่งที่มีปัญหากันมายาวนาน และก็เป็นไปตามที่สื่อทั่วประเทศคาดคิด เต็งโก้ เจ้าพ่อสะพานเหลือง ถูกฆ่าโดย ซิตี๋ หรือ ตี๋ ดำเนิน มือปืนคนสนิทของ เฮียเหลา ภายในบ้านพักพร้อมครอบครัว 



สุดท้ายสิ่งที่กลัวก็ไม่อาจหนีพ้น วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๓๔ ข่าวรายงานว่าเจ้าพ่อวงการมวย "แคล้ว ธนิกุล" ถูกสังหารด้วยห่ากระสุนชุดใหญ่จากอาวุธปืนเอ็ม ๑๖ เป็นเหตุเสียชีวิตในรถพร้อมกับลูกน้องคนสนิท เหตุเกิดบริเวณถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ขณะกำลังจะกลับบ้านพักที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยสภาพศพที่เจ้าตัวอมพระอยู่ในปาก แต่ยังไม่รอดเงื้อมือของยมทูตไปได้ ในด้านคดีมีการบันทึกไว้ว่า "ยังไม่สามารถหาผู้กระทำผิดมาลงโทษได้"

อ้างอิงข้อมูลจาก - พลิกแฟ้มคดีดัง


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ปิยะนัย เกตุทอง