สรงน้ำพระได้บุญอย่างไร?  เปิดอานิสงส์การสรงน้ำพระ ขจัดทุกข์ภัย เย็นกาย เย็นใจ พร้อมวิธีสรงน้ำพระพุทธรูป (ที่บ้าน) เพื่อความร่มเย็นเป็นสุข

สรงน้ำพระได้บุญอย่างไร? เปิดอานิสงส์การสรงน้ำพระ ขจัดทุกข์ภัย เย็นกาย เย็นใจ พร้อมวิธีสรงน้ำพระพุทธรูป (ที่บ้าน) เพื่อความร่มเย็นเป็นสุข

Publish 2018-04-03 10:26:01

การสรงน้ำพระ ทั้งพระพุทธรูปอันเป็นเสมือนองค์แทนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า การสรงน้ำพระสงฆ์ ตลอดจนการสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุในเทศกาลวันสงกรานต์หรือวันขึ้นปีใหม่ของไทย ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่โบราณ  โดย การสรงน้ำพระ ในทางพระพุทธศาสนา จะใช้คำว่า  ถวายเครื่องเถราภิเษก”   ถือเป็นนัยย์ของอามิสบูชา หรือ การบูชาด้วยวัตถุสิ่งของ  อันมีจิตที่เลื่อมใสศรัทธานอบน้อมในพระรัตนตรัย จึงเกิดอานิสงส์แก่ผู้บูชา คือ เกิดความสงบร่มเย็น สบายกาย สบายใจ เย็นกาย เย็นใจ พ้นจากความเศร้าหมองและทุกข์ภัยทั้งปวง





โดยมีเรื่องเล่าสมัยพุทธกาล  ที่ว่าด้วยอานิสงส์ของการถวายเครื่องเถราภิเษก (อ้างอิงจาก http://www.84000.org/anisong/07.html ) ใจความโดยย่อกล่าวคือ  ครั้งหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศล พร้อมด้วยมหาอำมาตย์ทั้งหลาย ได้นำเครื่องสักการะถวายแด่พระพุทธเจ้า แล้วกราบทูลถาม ถึงอานิสงส์ของการบูชาเครื่องเถราภิเษกแก่สงฆ์ด้วยจิตใจเลื่อมใสศรัทธา ว่ามีอย่างไรบ้าง

สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสตอบว่า  การทำเถราภิเษกนี้ ได้กระทำกันสืบกันมาตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ  โดยสมัยพุทธเจ้าเมธังกร  มีพระยาผู้หนึ่งนามว่า พระยาวิชัยยะ ได้เสวยสมบัติในเมืองสารนครท่านได้ทำการถวายเถราภิเษกด้วยน้ำหอมแก่พระเถระองค์หนึ่ง พร้อมถวายภัตตาหาร โดยได้ตั้งความปรารถนาว่าปวงชนทั้งหลายที่อยู่ในเขตนี้จงตั้งอยู่ในโอวาทคำสอนของพระพุทธเจ้าทุกเมื่อ พระยาวิชัยยะยังได้อธิษฐานขอให้ตนพ้นจากทุกข์ภัย ข้าศึกศัตรูทั้งหลาย พระมหาเถระจึงได้อนุโมทนาและถวายพรทิพย์ 10 ประการ  เมื่อสิ้นจากโลกนี้ไปแล้ว จึงเป็นเหตุให้พระยาวิชัยยะ ได้ไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดุสติ  ครั้นสิ้นชีพบนสวรรค์แล้ว ได้ไปเกิดเป็นเจ้าพระสิริตะ และพระยาวิชัยยะก็คือพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันนี้เอง

นอกจากการสรงน้ำพระพุทธรูปและพระสงฆ์ตามวัดต่างๆแล้ว ใครที่มีพระพุทธรูปที่บ้าน ก็จะอัญเชิญพระเพื่อสรงน้ำ  โดย แต่ละท้องถิ่นก็อาจปฏิบัติแตกต่างกันไปในรายละเอียดของพิธีกรรม หากแต่จะกล่าวถึงข้อปฏิบัติโดยทั่วไปคือ ลำดับแรกเป็นการอัญเชิญพระพุทธรูปลงมาจากหิ้งพระ  โดยกล่าวคำอาราธนาพระพุทธรูปลงสรงน้ำ คือ  

(อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์วัดป่ามหาชัย http://www.watpamahachai.net/khao_75.htm)

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)

อุกาสะ ภันเต ภะคะวา อะยัง กาโล คิมหันตะอุตุ

กาละสัมปัตโต อิจฉามะ ภะคะวันตัง อะภิสิญจิตุง

สักกัจจัง อาราธะนัง กะโรมะ

 

คำแปล ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ขอประทานพระวโรกาศ เวลานี้เป็นหน้าร้อน

ฝูงข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ปรารถนาอาราธนาพระผู้มีพระภาคเจ้าลงสรงน้ำ

ด้วยความเคารพยิ่ง เพื่อความผาสุกของข้าพเจ้าทั้งหลาย

 

คำกล่าวขอขมา

ตั้งนะโม 3 จบ

ระตะนัตตะเย ปะมาเทนะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง 

สัพพัง อะปะราธัง ขะมะตุ โน ภันเต

 

คำแปล กายกรรม ๓ วจีกรรม ๔ มโนกรรม ๓ ที่ข้าพเจ้าได้ประมาทพลาดพลั้งในพระรัตนตรัย

ด้วยความตั้งใจก็ดี ไม่ตั้งใจก็ดี ต่อหน้าก็ดี ลับหลังก็ดี ขอพระรัตนตรัยได้โปรดยกโทษให้ข้าพเจ้าด้วยเถิด)

หลังจากนั้นจึงอัญเชิญพระพุทธรูปเพื่อสรงน้ำ

 

 คำอธิษฐานสรงน้ำพระ  (อธิษฐานแล้วจึงสรงน้ำทันที)

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)

อิมินา สิญฺจะเนเนวะ โรโค โสโก อุปัททะโว

นิพพันตุ สัพพะโส เอเต สุขี โหนตุ นิรันตะรัง

 คำแปล เดชะ ข้าสรงน้ำ พระชุ่มฉ่ำตลอดกาล

ทุกข์โศกโรคภัยพาล อันตรธาน เป็นสุข เทอญ

อย่างไรก็ดีสำหรับคำอาราธนา คำกล่าวขอขมา หรือคำอธิษฐานนั้น อาจแตกต่างกันไปในแต่ละแห่ง หรือ ในบางท่านอาจจะใช้คำกล่าวเฉพาะตนก็ย่อมได้ โดยเฉพาะคำอธิษฐานเพื่อปรารถนาให้ตนเองเป็นสุขอย่างไรก็กล่าวอย่างนั้น 

 

 

ส่วนบ้านไหนที่มีพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือ พระธาตุของพระอรหันต์ การบูชาด้วยการสรงน้ำในวันสงกรานต์ก็ถือเป็นสิ่งที่ดีเช่นกัน โดยสามารถดูขั้นตอนและรายละเอียดของการสรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุได้อย่างถูกต้อง ได้ที่ เว็บไซต์ พระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุพระพุทธสาวกhttp://www.relicsofbuddha.com/page6-xp.htm

 

 

 

 

อ้างอิงข้อมูลจาก :  อานิสงส์การถวายเครื่องเถราภิเษก http://www.84000.org/anisong/07.html

วิธีการสรงน้ำพระ จากเว็บไซต์วัดป่ามหาชัย http://www.watpamahachai.net/khao_75.htm

เครดิตภาพ : วัดป่าโนนวิเวก , FB :.นัยจัน

 

 

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นภาพร เครือชัยสุ