แค่หมาล่าเนื้อ!! “น้องปิ่น”เหรียญทองเซปักตะกร้อซีเกมส์วอนของานทำเป็นหลักแหล่ง-เผยกลับมาอยู่บ้านไม่มีรายได้และไม่มีผู้ใดให้ความสนใจ

Publish 2017-09-07 09:20:13

(7  ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ธิดารัตน์ โสดา อายุ 29 ปี ซึ่งเป็น 1 ในนักกีฬาเซปักตะกร้อ ที่คว้าเหรียญทองกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ผ่านมา เป็นชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช  ได้เดินทางกลับมาอยู่บ้านในชุมชนบ้านโพธิ์ หมู่ 8 ต.โพธิ์เสด็จ  อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช โดยมีพรรคพวกเพื่อนฝูงและญาติพี่น้องจำนวนมากเดินทางไปร่วมแสดงความยินดีที่สามารถคว้าเหรียญทองสร้างชื่อเสียงให้กับครอบครัวและจังหวัดนครศรีธรรมราช รวมทั้งประเทศไทย  จึงเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านเลขที่  205/9  หมู่ 7 ถนนเทวบุรี  ต.โพธิ์เสด็จ  อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พบ น.ส.ธิดารัตน์ หรือน้องปิ่น ฮีโร่ซีเกมส์ อยู่ที่บ้านพร้อมด้วยนายบุญรอด โสดา อายุ 66 ปี บิดาและนางเบญศรี โสดา อายุ 64 ปีแม่รวมทั้งญาติพี่น้องจำนวนหนึ่ง

 น.ส.ธิดารัตน์ หรือน้องปิ่น กล่าวว่า  ตนชอบกีฬาตะกร้อมาตั้งแต่เล็ก ๆ และมักจะติดตามพี่ ๆ และเพื่อน ๆ ของพี่ซึ่งเป็นผู้ชายที่ไปเล่นตะกร้อในช่วงเย็นเกือบทุกวัน จนเข้าเรียนระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดโพธิ์เสด็จ หมู่ 8 ต.โพธิ์เสด็จ  อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช  จึงได้เริ่มหัดเตะตะกร้อและร่วมทีมแข่งขันในระดับหมู่บ้านไปเรื่อย ๆ  จนกระทั้งเรียนจบชั้น ป.6  ได้อ่านพบเอกสารของโรงเรียนกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.ทุ่งสง เปิดรับสมัครนักเรียนที่เป็นนักกีฬาตะกร้อ จึงขอให้พ่อและแม่พาไปสมัครเรียนและฝึกเล่นตะกร้อและเซปักตะกร้ออย่างจริงจัง แต่ในขณะที่ตนเรียนอยู่ชั้น ม. 2 ทางโรงเรียนจึงยุบการเรียนตะกร้อหญิงเหลือแต่ผู้ชาย   เนื่องจากนักกีฬาตะกร้อผู้หญิงมีน้อย และทราบว่าที่โรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานียังเปิดสอนตะกร้อผู้หญิง ประกอบกับอาจารย์ของโรงเรียนกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราชท่านหนึ่งย้ายไปสอนที่โรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานีและชักชวนตนไปเรียนด้วย  ตนจึงตัดสินใจขอพ่อแม่เดินทางไปเรียนที่โรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี  จึงได้เรียนรู้และฝึกฝนเซปักตะกร้ออย่างจริงจัง เข้าร่วมแข่งขันในหลายระดับ จนกระทั้งเรียนจบ ม.6  ระหว่างนั้นได้รับการคัดเลือกติดทีมชาติ (ตัวสำรอง) เข้าร่วมแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์  ซึ่งในครั้งนั้นทีมชาติไทยคว้าเหรียญทอง




“ ต่อมาตนจึงสมัครเรียนต่อระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ด้านพลศึกษาจนจบปริญญาตรี และเข้าร่วมการแข่งขันเซปักตะกร้อในรายการต่าง ๆ มาตลอดจนได้รับการคัดเลือกติดทีมชาติ และเข้าร่วมแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2517 ที่ประเทศมาเลเซีย และคว้าแชมป์ตะกร้อ หญิงเดี่ยวมาได้ด้วยการชนะมาเลเซีย เจ้าภาพ 2 แซทรวด หลังเสร็จสิ้นการแข่งขันได้เดินทางกลับมาอยู่บ้านประมาณ 1 เดือนก่อนจะกลับไปฝึกซ้อมเพื่อเข้าแข่งขัน 2 รายการใหญ่คือตะกร้อชิงแชมป์โลกและคิงส์คัพ ใน ธันวาคม 2560”

                น.ส.ธิดารัตน์ หรือน้องปิ่น กล่าวว่า  ตนในปัจจุบันตนยังไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง  ทุกวันนี้ยังวิตกกังวลว่าเมื่อเลิกเล่นตะกร้อหรือเลิกติดทีมชาติก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร คุณพ่อซึ่งเป็นอดีตข้าราชการแขวงทางหลวงนครศรีธรรมราช หลังเกษียณอายุราชการออกมาทำการเกษตรเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่วนคุณแม่ก็มีอาชีพขายขมปะดาที่ตลาดท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ทั้งพ่อและแม่อายุก็แก่ชราขึ้นทุกวัน  ตนอยากให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองช่วยเหลือเข้าทำงานประจำ โดยอยากทำงานเกี่ยวกับด้านการกีฬาหรือรับราชการทหาร หรือตำรวจก็ได้ จะได้มีอาชีพ มีรายได้เลี้ยงตัวเองและพ่อแม่ในยามแกชราต่อไป

 “ยอมรับว่ารู้สึกน้อยใจบ้างเหมือนกันที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเกิดจังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่ค่อยให้ความสนใจ หรือให้ความสำคัญกับบรรดานักกีฬาที่ไปแข่งขันสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติและจังหวัด ในขณะที่นักกีฬาทุกประเภทในจังหวัดอื่น ๆ แค่ได้เหรียญทองแดงผู้หลักผู้ใหญ่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ละจังหวัดเขาไปต้อนรับแสดงความยินดี ให้กำลังใจ โดยบางจังหวัดมีการจัดพิธีต้อนรับพร้อมจัดขบวนแห่รอบเมือง  แต่ในส่วนของจังหวัดนครศรีธรรมราชไม่มีสีสันต์ บรรยากาศแบบนี้เลย  ซึ่งตนไม่ได้เรียกร้องใด ๆ เพียงแต่รู้สึกน้อยใจบ้างเป็นธรรมดา เมื่อเห็นเห็นข่าวทางสื่อมวลชนที่แต่ละจังหวัดเขาจัดงานต้อนรับนักกีฬาซีเกมส์ หรือเอเชี่ยนเกมส์ หรือโอลิมปิกเกมส์อย่างอบอุ่น สร้างความภาคภูมิใจและสร้างขวัญกำลังใจให้กับตัวนักกีฬารวมทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็ก เยาวชนรุ่นหลัง ๆ ได้ไม่น้อย” น้องปิ่นกล่าว


ผู้สื่อข่าวได้สอบถามน้องปิ่นว่าตั้งแต่เดินทางกลับมาจากการแข่งขันซีเกมส์กลับมาอยู่บ้านในผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดหรือในวงการกีฬาของจังหวัดติดต่อสอบถามมาบ้างหรือไม่ น้องปิ่นตอบว่าไม่มีใครติดต่อใด ๆ กับตนเลย ผู้สื่อข่าวจึงถามว่าอยากจะพบกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชหรือไม่ น้องปิ่นกล่าวตอบว่าก็จะพบท่านกราบคารวะท่านเหมือนกัน ผู้สื่อข่าวจึงรับปากว่าจะช่วยประสานให้เข้าพบคารวะท่านผู้ว่า ฯในเร็วนี้

 ทางด้านนายบุญรอด และนางเบญศรี พ่อและแม่ของ น.ส.ธิดารัตน์ หรือน้องปิ่น ร่วมกันกล่าวว่าน้องปิ่นเป็นบุตรคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้อง 4 คน  โดยน้องปิ่นชอบกีฬาตะกร้อมาตั้งแต่ยังไม่เข้าเรียนหนังสือมุ่งมั่นเรียนและฝึกฝนมาจนติดทีมชาติ จนคว้าเหรียญทองตะกร้อหญิงเดี่ยวให้กับทีมชาติไทย  สร้างความภาคภูมิใจใหฟ้กับครอบครัวและญาติพี่น้องเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามน้องปิ่นยังไม่มีงานทำ ในช่วงไม่มีการแข่งขันน้องปิ่นก็จะเดินทางกลับมาอยู่บ้านโดยไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง จึงไม่มีรายได้ใด ๆ ตนจึงอยากให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในพื้นบ้านเมืองช่วยเหลือให้น้องปิ่นได้มีงานทำที่มั่นคงด้วย.



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ยุทธนะ เตมะศิริ