ยังไงก็ไม่รอด...!!! "พระทัตตชีโว"...ให้ที่พักพิง "ธัมมชโย" โดนเต็มๆ มาตรา 189 - มาตรา 157 (รายละเอียด)

Publish 2016-12-03 11:35:55

พ้นกำหนดเส้นตายมอบตัวในวัน 30 พ.ย. มาแล้วทางวัดพระธรรมกายยังคงนิ่งเฉย ไร้ท่าทีตอบกลับว่า พระธัมมชโยอยู่ในวัดหรือไม่

 

และจากการที่ทางดีเอสไอส่งหนังสือถึงรักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายนำตัวพระธัมมชโยส่งมอบให้พนักงานสอบสวน แต่ถ้าไม่นำมาก็จะมีการดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157และ มาตรา189

 

ปทส.แจ้งความพระราชภาวนาจารย์ หรือ พระทัตตชีโว รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย



ล่าสุดที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ รักษาราชการแทนผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รรท.ผบก.ปทส.) พร้อมคณะทำงาน ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อให้ดำเนินคดีกับ พระราชภาวนาจารย์ หรือ พระทัตตชีโว รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ฐานให้ที่พักพิงผู้ที่มีหมายจับ คือ พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย หลังจากเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ที่ผ่านมา เป็นวันครบกำหนดที่ทางตำรวจ ปทส. ให้เวลากับรักษาการเจ้าอาวาสวัดธรรมกาย นำ พระธัมมชโย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีคดีบุกรุกป่า สร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิล์ดพีซ วัลเลย์ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา เพื่อมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

พล.ต.ต.วรพงษ์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) ให้ดำเนินการเข้าแจ้งความกับ พระทัตตชีโว รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในข้อหา เป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบมาตรา157 และข้อหาช่วยเหลือผู้กระทำความไม่ให้ได้รับโทษ ซึ่งเป็นการแจ้งความตามกฎหมายอาญา กับพระธัมมชโย ผู้ต้องหาในคดีบุกรุกป่า สร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมเวิล์ดพีซ วัลเลย์ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา พร้อมนำหลักฐาน เป็นเอกสาร ภาพถ่าย และคลิปสัมภาษณ์ของ นายองอาจ ธรรมนิทา ที่ระบุว่า พระธัมมชโยยังอยู่ในวัดพระธรรมกาย มามอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อประกอบสำนวนคดี

 

พล.ต.ต.วรพงษ์ กล่าวอีกว่า การดำเนินการทางกฎหมายหลังจากนี้ ในส่วนการดำเนินคดีกับพระทัตตชีโว คือ เมื่อแจ้งความแล้ว ทางตำรวจจะมีการส่งหมายเรียก 3 ครั้ง หากเมื่อครบกำหนดหมายเรียกยังไม่มาก็จะมีการออกหมายจับทันที สำหรับการดำเนินการกับพระธัมมชโย นั้น ทางผู้บังคับบัญชาจะเป็นผู้กำหนดแนวทางอีกครั้ง


พระราชภาวนาจารย์ หรือ พระทัตตชีโว รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

 

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบของสำนักข่าวทีนิวส์พบว่าในข้อกฎหมาย อีกสถานะหนึ่งของเจ้าอาวาสก็คือการเป็นเจ้าพนักงานของรัฐที่จะต้องมีความรับผิดชอบต่อตำแหน่งหน้าที่ เป็นกรณีพิเศษ

 

ซึ่งเจ้าอาวาสนอกจากการเป็นผู้แทนวัดซึ่งเป็นนิติบุคคล อีกฐานะหนึ่งยังเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งคำว่า เจ้าพนักงานตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ หมายความว่า บุคคลผู้ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติราชการ ไม่ว่าเป็นประจำหรือชั่วคราว และหมายความรวมถึงบุคคลผู้ทำหน้าที่ช่วยราชการ ซึ่งกฎหมายถือว่าเป็นเจ้าพนักงานเฉพาะคดีด้วย ซึ่งผู้อ่านคงหมายความได้ถึงข้าราชการทั่วไป เช่น ตำรวจ อัยการ ผู้พิพากษา ทหาร นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นต้น

มาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ. 2535 ให้ถือว่าพระภิกษุซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในการปกครองคณะสงฆ์และไวยาวัจกรเป็นเจ้าพนักงานในประมวลกฎหมายอาญา

จากอำนาจและหน้าที่ดังกล่าวของเจ้าอาวาสหมายความว่า เจ้าอาวาสนั้นจะไม่สามารถที่จะปฎิเสธการส่งมอบตัวพระธัมมชโยให้กับดีเอสไอได้ ไม่เช่นนั้นจะต้องถูกกล่าวโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่และมาตรา 189 ช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ

ส่วน มาตรา 189  ผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้นหรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

เรียบเรียงโดย : วัสดา สำนักข่าวทีนิวส์



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวภูมิภาค

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วัสดา แสงทิพย์