บทเรียนราคาแพง ขรก. ไทย “ธาริต เพ็งดิษฐ์” จากอธิบดี ดีเอสไอ เป็นนักโทษ โดนยึดทรัพย์ – เรียกคืนเครื่องราชย์!!

บทเรียนราคาแพง ขรก. ไทย “ธาริต เพ็งดิษฐ์” จากอธิบดี ดีเอสไอ เป็นนักโทษ โดนยึดทรัพย์ – เรียกคืนเครื่องราชย์!!

Publish 2019-07-12 19:26:21


ถือเป็นหนึ่งในข้าราชการที่มีเส้นทางชีวิตพลิกผันสุดๆ คนหนึ่ง สำหรับ นายธาริต เพ็งดิษฐ์  อดีตอธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษ  หรือ  ดีเอสไอ  ที่วันนี้กลายเป็นนักโทษคดีอาญา สำคัญสุดของความเป็นข้าราชการ  ของนายธาริต  วันนี้  มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี  เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์  ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือกประถมาภรณ์มงกุฎไทย  ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก  ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก และเหรียญจักรพรรดิมาลา 

 

ตามรายละเอียดที่เป็นข่าวก่อนหน้าว่า นายธาริต อดีตข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สังกัดสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักนายกรัฐมนตรี ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก คดีความผิดฐานหมิ่นประมาทและคดีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการรวม 2 คดี และถูกลงโทษไล่ออกและปลดออก  เพราะกระทำผิดวินัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนหรือตามกฎหมายอื่น  โดยคำสั่งอันถึงที่สุด  อันเป็นเหตุแห่งการเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามข้อ 6  และข้อ 7  (2) และ (4) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ. 2548  

 

 



ย้อนความเพื่อความเข้าใจ ในสิ่งที่นายธาริตกระทำ จนทำให้ต้องกลายเป็นนักโทษคดีอาญา

 

เริ่มต้นจากคำพิพากษาเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2561 ในการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินให้จำคุกนายธาริต เป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา ฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 หลังจากนายธาริต จัดแถลงข่าวกล่าวหา  นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี สั่งการไม่ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำสัญญาก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจทดแทน  396 แห่ง ซึ่งเป็นการแสดงความเห็นในลักษณะ พาดพิงให้เกิดความเข้าใจผิด ว่า นายสุเทพ เกี่ยวข้องกับการทุจริตจัดสร้างโรงพัก และศาลฎีกาฯเห็นว่าการให้ข้อมูลชองนายธาริต  ไม่ใช่เป็นการกระทำโดยหน้าที่ตรวจสอบ และ ชี้มูลว่าใครเป็นผู้กระทำผิด แต่เป็นหน้าที่โดยตรงของปปช.   

 

นอกเหนือจากความผิดในลักษณะให้ข้อมูลหมิ่นประมาท นายสุเทพ แล้ว นายธาริตยังโดนอีก 1 คดีสำคัญ โดยการลงโทษหนนี้  เกิดขึ้นเมื่อวันที่   21 มีนาคม 2562 โดยศาลอาญาได้พิพากษาให้จำคุก นายธาริต เป็นเวลา 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา ฐานความผิด ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ  ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ด้วยการโยกย้าย พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ อดีต ผบ.สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญาฯ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)   ขณะดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญาฯ ดีเอสไอ ไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะคดี ซึ่ง มีระดับต่ำกว่าตำแหน่งเดิม  ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 

จะเรียกว่าวิบากกรรมหรืออะไรก็ตาม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับนายธาริต ถือเป็นตัวอย่างหนึ่งของข้าราชการไทย ที่ใช้อำนาจไปในทางมิชอบ และยึดโยงกับนักการเมือง โดยไม่สนใจความถูกต้อง โดยตลอดชีวิตราชการของนายธาริตที่ผ่านมา ถูกระบุว่าเป็นข้าราชการที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ในเรื่องจุดยืนการทำงานรับใช้ทุกขั้วทุกสี’ และมักออกหน้าแทน  โดยไม่แคร์ว่าจะถูกกล่าวหาว่า เป็นข้าราชการเปลี่ยนสี ด้านประวัติส่วนตัว   มีข้อมูลว่า  นายธาริต   เริ่มต้นเกี่ยวข้องกับการเมืองในช่วงรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร   โดยขณะดำรงตำแหน่งอัยการประจำกรม   และมีบทบาทสำคัญในการร่างกฎหมายจัดตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ  ในยุคที่มี  นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์  เป็น รมว.ยุติธรรม 

 



รวมถึงยังมีส่วนร่วมในการยกร่างกฎหมาย จัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)  และดำรงตำแหน่งเลขาธิการคนแรก   ซึ่ง  นาย ธาริต เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า   "ผมถือว่ามีความก้าวหน้าในช่วงรัฐบาลไทยรักไทย ความรู้สึกในบุญคุณ หรือความเมตตาที่ฝ่ายการเมืองให้กับผม  ผมก็เก็บไว้  ความรู้สึกที่ดี หรือความเมตตาที่ได้รับ เราก็ไม่ได้จืดจาง เลอะเลือน หรือลืมไป ผมว่าข้าราชการที่เติบโตในช่วงนี้ ผ่านยุคสมัยของไทยรักไทยมาทั้งนั้น"

 

กระทั่งรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายธาริตก็ก้าวสู่ตำแหน่งอธิบดี ดีเอสไอ และมีส่วนสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ กับศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่ต้องควบคุมสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง จากการชุมนุมเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง และมีการจับกุม ควบคุม สั่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก แต่พอสิ้นยุครัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ สถานการณ์ก็เปลี่ยน เช่นเดียวกับแนวทางการทำงานของนายธาริต จนนำมาสู่การสั่งรื้อคดีคนเสื้อแดง และทำให้นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ต้องตกเป็นจำเลย จากการทำหน้าที่รักษาความสงบให้กับประเทศในช่วงปี 2552-2553

 

กระทั่งท้ายสุด นายธาริต จากเจ้าหน้าที่รัฐต้องกลายเป็นนักโทษคดีอาญา ไม่เท่านั้นยังถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ร่ำรวยผิดปกติ และมีการดำเนินยื่นฟ้องให้ยึดใทรัพย์สินของนายธาริต คู่สมรส และผู้เกี่ยวข้อง จำนวนกว่า 346,652,588 บาท ตกเป็นของแผ่นดิน ข้อมูลคร่าวๆ ของเส้นทางชีวิต นายธาริต  ต้องยอมรับว่าโลดโผนอยู่ไม่น้อย ด้วยหลักการทำงาน ที่โอนอ่อนไปตามกระแสการเมือง จนสุดท้ายชะตาบาปก็ตกมาสู่ตัวเอง

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

วรงค์โชว์หมายศาล ยึดทรัพย์แล้วกว่า1.2หมื่นล้านแก๊งจีทูจี

"หมอวงรค์" ขยี้ซ้ำ "หมอโด่ง" หลังศาลฎีกาพิพากษายึดทรัพย์!! ทวนความจำ ครั้งเอี่ยวโครงการรับจำนำข้าว เตลิดหนีคนแรกแต่ไม่รอด??

ยึดทรัพย์"หมอโด่ง" อดีตเลขาฯ บุญทรง 896 ล. ร่ำรวยผิดปกติเซ่นคดีจีทูจีข้าว

โต๊ด ลาดกระบัง ถูกยึดทรัพย์สินบ้าน รถหรูกว่า 20 ล้าน เจ้าตัวอ้างรวยเปิดร้านขายโทรศัพท์มือสอง



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สุกันยา บุญซ้วน
ข่าววันนี้ โดยสำนักข่าวทีนิวส์