เผย"การบินไทย" สั่งห้ามสื่อดูเครื่องบินจอดตายอู่ตะเภาอยากดูทำหนังสือเข้ามาก่อน!!!

Publish 2017-02-11 13:33:16

ต่อเนื่องจากสินบนการจัดซื้อเครื่องยนต์ โรลส์-รอยซ์ ของบริษัทการบินไทย จำกัด มหาชน โดยที่ผ่านมาด้านสื่อโซเชียลมีเดียร์ได้มีการเผยแพร่ภาพเครื่องบินของสายการบินไทยที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ โดยจอดตายอยู่ที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา ในเวลาต่อมากลุ่มธรรมาภิบาล เครือข่ายภาคประชาชนต้านทุจริตและคอร์รัปชั่น พร้อมด้วย นายโยธิน ภมรมนตรี และ นายสุเทพ สืบสันติวงศ์ ได้เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เพื่อขอให้ตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัส A340-500 และ A340-600 มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท ว่าโปร่งใส และคุ้มค่าต่อการลงทุนแล้วหรือไม่ ?

และเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 60 ทางฝั่งของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เข้าตรวจสอบสภาพการบำรุงรักษาเครื่องบินแอรบัส 340 และเครื่องบินพิสัยระยะไกล รวม 14 ลำ  ของการบินไทย   โดยนายประจักษ์ บุญยัง รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องบิน ได้เข้าตรวจสอบสภาพเครื่องบินที่จอดอยู่ภายในฝ่ายซ่อมใหญ่อากาศยานอู่ตะเภา ซึ่งการเดินทางมาของ สตง.ครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่สนามบินอู่ตะเภา ไม่อนุญาตให้เข้าไปภายในพื้นที่จอดเครื่องบินได้ โดยให้เหตุผลว่าจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่การบินไทยก่อน ถึงจะสามารถให้เข้าไปได้

(คลิกอ่าน : ออกแล้ว !!!การบินไทยเผยผลสอบ "สินบนโรลส์รอยซ์" ครึ่งแรก - ขณะที่โรลส์รอยซ์ ปฏิเสธ การเปิดเผยรายชื่อผู้เกี่ยวข้อง!!)



ล่าสุดทางสำนักข่าวอิศราได้เปิดเผยว่า.. ทางด้านของพล.ร.ต.วรพล ทองปรีชา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานอู่ตะเภา ได้กล่าวถึงกรณีดังกล่าวต้องติดต่อกับทางการบินไทยฯ ให้ชี้แจงในเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นเครื่องบินของการบินไทย ที่จอดอยู่ในส่วนที่การบินไทยฯ ได้เช่าไว้กับทางสนามบินฯ ซึ่งเป็นในส่วนของรันเวย์ และลานจอดเท่านั้น

“ต้องติดต่อไปที่การบินไทยฯ เพราะเป็นเครื่องของการบินไทยฯ เราแค่ให้เช่าพื้นที่รันเวย์และลานจอดเท่านั้น ไม่มีข้อมูลที่สามารถจะตอบได้ ส่วนที่มีเจ้าหน้าที่ สตง. เข้ามาตรวจสอบเราทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ส่วนเรื่องที่ไม่อนุญาตให้สื่อฯ เข้ามานั้น เป็นคำสั่งของการบินไทยฯ” พล.ร.ต.วรพล กล่าว

ขณะที่ต่อมา ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อไปที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร การบินไทยฯ โดยฝ่ายประชาสัมพันธ์การบินไทย ระบุว่า เรื่องดังกล่าวนี้ต้องให้ทางฝ่ายผู้บริหารเป็นผู้ชี้แจง โดยให้ผู้สื่อข่าวทำหนังสือเข้ามาก่อน และระบุว่าต้องการจะสัมภาษณ์ในเรื่องใดบ้าง

 


อนึ่ง ก่อนหน้านี้ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เผยแพร่รายงานข่าวอ้างคำให้สัมภาษณ์ของ ร.อ.กนก ทองเผือก รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายทรัพยากรบุคคลและกำกับกิจการองค์กร ถึงกรณีนี้ว่า การจัดซื้อเครื่องบินแต่ละครั้งจะมีคณะกรรมการพิจารณาอยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับการสั่งซื้อเครื่องบิน เครื่องยนต์ และกรอบเวลาในการจัดหา โดยเครื่องบินดังกล่าวคือ เครื่องบินแอร์บัส เอ 340-500 และ เอ 340-600 จำนวน 10 ลำ ซึ่งถูกจอดทิ้งไว้จริง เนื่องจากเมื่อปี 2551 บอร์ดการบินไทย มีมติให้ยกเลิกเส้นทางบินกรุงเทพฯ-นิวยอร์ก และ เส้นทางกรุงเทพฯ-ลอสแอนเจลิส ปัจจุบันจึงถูกนำจอดอยู่ที่สนามบินอู่ตะเภา เนื่องจากอยู่ระหว่างประกาศขาย แต่ยังไม่สามารถขายได้ 

“ส่วนที่ยังไม่สามารถขายได้ เพราะเครื่องบินของการบินไทยแต่ละลำมีอายุในการใช้งานตั้งแต่ 12 ปี 15 ปี และ 20 ปี ซึ่งต้องหักค่าเสื่อม และต้องประเมินราคากลาง การขายหากได้ราคาต่ำก็ไม่คุ้ม นอกจากนี้ก็ยังมีการขายตามสภาพเครื่องยนต์ ต้องพิจารณาถึงความต้องการของตลาด ซึ่งบอร์ดของการบินไทยพยายามเร่งรัดการขายเครื่องบินอยู่เนื่องจากต้องการรายได้” ร.อ.กนก กล่าวและว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครื่องบินที่จอดรอขายอยู่ที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา มีจำนวนทั้งสิ้น 14 ลำ ได้แก่ เครื่องบินแอร์บัส A340 จำนวน 6 ลำ เครื่องบินแอร์บัส A330 จำนวน 4 ลำ และเครื่องบินโบอิ้ง 747 จำนวน 4 ลำ

 

(คลิกอ่าน : เปิดให้เห็นกันชัด ๆ ...ข้อมูลที่การบินไทย ส่งให้ป.ป.ช.)

เรียบเรียง  Wila
ที่มา สำนักข่าวอิศรา



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวการเมือง

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วิลาสินี แววคุ้ม