ทนายรณณรงค์ แจงกลับ หลังตำรวจแจ้งข้อหาเจ้าของบ้านใช้กระทะตีโจรดับ ลั่น! สมควรแก่เหตุแล้ว

"ทนายรณณรงค์" แจงกลับ หลังตำรวจแจ้งข้อหาเจ้าของบ้านใช้กระทะตีโจรดับ ลั่น! สมควรแก่เหตุแล้ว

Publish 2018-12-02 03:10:09

จากกรณี เกิดเหตุคนร้ายงัดเข้าไปในบ้านพักแห่งหนึ่งในซอยงามวงศ์วาน 18 จ.นนทบุรี ทว่าคนร้ายเผลองีบหลับไป เมื่อเจ้าของบ้านมาเจอได้เกิดการต่อสู้กันเจ้าของบ้านคว้ากระทะฟาดหัวและตัวจนคนร้ายนอนนิ่งไป สุดท้ายพบว่าเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ



โดยในเวลาต่อมานั้น พ.ต.ท.สันติ ชูเชิด รองผกก.สส.สภ.เมืองนนทบุรี กล่าวว่า จากการสืบสวนในที่เกิดเหตุพบโทรศัพท์มือถือของคนร้าย แต่ไม่สามารถใช้งานได้ จึงได้เปลี่ยนซิมโทรศัพท์ พบเบอร์โทรศัพท์ที่มีการติดต่อค้างไว้ จึงได้ประสานไปยังเจ้าของเบอร์ดังกล่าว พบว่าเป็นผู้หญิงรับสาย แต่หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก จึงได้นำเบอร์โทรศัพท์ของคนร้ายไปตรวจสอบชื่อเจ้าของ พบว่าเป็นภรรยาของคนร้าย จากการพิสูจน์ทราบว่าคนร้ายน่าจะเป็นคน จ.ศรีสะเกษ ตอนนี้อยู่ระหว่างประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ จ.ศรีสะเกษ ให้ออกสืบสวนหาญาติอยู่ ด้านสาเหตุการเสียชีวิตนั้น จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยเลือดในที่เกิดเหตุ ตามร่างกายไม่มีบาดแผลถูกทำร้าย มีเพียงศีรษะแตกเล็กน้อย

โดยจากการ สอบสวนเจ้าของบ้านพบว่า มีการต่อสู้กัน และมีการใช้กระทะตีเพื่อป้องกันตัว แต่ไม่สามารถทำอะไรคนร้ายได้ จากนั้นได้มีการกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่พักใหญ่ เจ้าของบ้านได้ใช้แขนล็อกตัวคนร้ายไว้จนนิ่งไป เบื้องต้นแพทย์ชันสูตรว่าขาดอากาศหายใจ ซึ่งต้องรอผลการผ่าพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหากับเจ้าของบ้านว่า ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย เจ้าของบ้านอยู่ในที่เกิดเหตุเพื่อรอให้ปากคำ หลังจากนี้จะเรียกมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง


สืบเนื่องจากกรณีดังกล่าวนั้น ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ ได้ให้ความเห็นกรณีดังกล่าวว่า กรณีนี้ถือเป็นการป้องกันทรัพย์สินภายในบ้าน ขณะที่คนร้ายเข้ามาในบ้านเพื่อหวังต่อทรัพย์ และเจ้าของป้องกันตัว ซึ่งในกรณีการป้องกันตัว หากเจ้าของบ้านมีปืนและใช้ปืนยิงคนร้าย ก็ต้องดูว่ามีเจตนาอย่างไร หากคนร้ายจะเข้ามาทำร้ายร่างกาย ถือว่าเป็นการยิงเพื่อป้องกันตัว แต่หากคนร้ายเห็นเจ้าของบ้านและวิ่งหนีเลย เจ้าของบ้านไม่มีสิทธิ์ยิงเพื่อทำร้าย แต่หากมีการยิง ก็ต้องดูเจตนาว่ายิงเพื่อหยุดคนร้ายหรือยิงหวังเอาชีวิต

 

ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นนี้เป็นมือเปล่ากับอาวุธ มีการยื้อแย่งอาวุธกัน และใช้แขนล็อกคอจนอีกฝ่ายตาย ถือว่าเป็นการป้องกันตัวโดยสมควรแก่เหตุ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ไม่ต้องรับโทษทางอาญา

 

ขอบคุณข้อมูลจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกสิทธิ์ ชูวารี