ภาค 1 สั่งเด้ง5ตำรวจ สภ.หนองแค เด็กฉี่ม่วงนับร้อย ปฏิบัติการ "ล้างป่าช้า"!

Publish 2018-11-01 13:55:52


จากกรณี พ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ทนไม่ไหวร้องเรียนสื่อมวลชนเรียกร้องให้ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองช่วยตรวจสอบ เพราะที่ผ่านมาลูกหลานและลูกศิษย์ เข้าไปเสพยา กินเหล้า เมามาย ติดยางอมแงม จนทิ้งการเรียน บางรายกลับออกจากผับเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต ซ้ำร้าย บางคนได้ ลูกเขย ลูกสะใภ้ ได้หลาน โดยไม่เต็มใจ โดยชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ "ล้างป่าช้า" หลังส่งสายลับเข้าสืบสวน จนทราบว่า ผับหลังเขา หรือ Back Moutain ตั้งอยู่ริมถนนสุวรรณศร สายหินกอง - นครนายก ตำบลห้วยทราย อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี เปิดเป็นสถานบริการโดยไม่มีใบอนุญาต เปิดถึงตี 3 อีกทั้งปล่อยให้เด็กเข้าไปใช้บริการและปล่อยปละละเลยให้ใช้เป็นที่อัพยาอย่างโจ๋งครึ่ม

ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง จึงได้วางแผนส่งสายลับเข้าไปแฝงตัวในร้านหลังเขา เมื่อคืนวันที่ 31 ตุลาคม 2561 ซึ่งเป็นคืนวันฮาโลวีน ที่ทางร้านจัดคอนเสิร์ตปาร์ตี้ โดยใช้ชื่องานปาร์ตี้ว่า "คืนหลอก คืนหลอน" จนกระทั่งเวลา 00.20 น. หลังจากที่สายลับของฝ่ายปกครองได้ให้สัญญาณ ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง นำโดยนายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการส่วนกำกับ สืบสวนและปราบปราม สํานักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน นำโดยนายอภิชาต จารุศิริ รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และฝ่ายปกครองจังหวัดสระบุรี ได้บุกจู่โจมเข้าทำการปิดล้อม ตรวจค้น จับกุมผับหลังเขา
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปถึงได้พบว่านักเที่ยวกำลังดื่มกินและเต้นกันอย่างเมามัน จำนวนกว่า 400 คน เนื่องจากทางร้านจัดปาร์ตี้คืนฮาโลวีน

 



เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้แสดงตัว นักเที่ยวที่เสพยา ต่างตกใจ โยนยาเสพติดทิ้งลงเกลื่อนพื้น
ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองได้ทำการคัดแยกนักเที่ยวที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ออกมา และทำการตรวจปัสสาวะนักเที่ยวทุกคน พบว่ามีนักเที่ยวที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปใช้บริการจำนวนมากถึง 128 คน แยกเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 43 คน เป็นเด็กอายุเกิน18 ปี แต่ยังไม่ถึง 20 ปี จำนวน 85 คน รวมเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีจำนวนทั้งสิ้น 128 คน มีนักเที่ยวที่ปัสสาวะเป็นสีม่วง จำนวน 131 คน พบยาเสพติดและอุปกรณ์การเสพหลายชนิด ทั้งยาไอซ์ ยาอี ยาเคตามีน ยาไฟว์ เกลื่อนพื้นร้าน และในห้องน้ำภายในร้าน เจ้าหน้าที่ตรวจพบยาอี และยาเค บรรจุซองพร้อมใช้ จำนวน 83 หน่วยการใช้(83 ห่อ) ยาอีและยาไฟว์ อีกจำนวนหนึ่ง พร้อมอุปกรณ์การเสพ

ขณะตรวจค้น มีนายกฤษณะ วงศ์ด้วงอายุ 30 ปี แสดงตัวเป็นผู้จัดการดูแลร้าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พบว่าร้านหลังเขา มีนางขวัญจิต แซ่หงุ่ย มารดาของนายกฤษณะฯ เป็นผู้มีชื่อในใบอนุญาตจำหน่ายสุรา และในใบทะเบียนพาณิชย์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองได้แจ้งข้อหากับนายกฤษณะ ฯ และแจ้งความดำเนินคดีกับนางขวัญจิต ฯ จำนวน 6 ข้อหา ร่วมกันดังนี้
1.ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต
2.จำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด
3.ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี
4.จำหน่ายสุราให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี
5.ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร
6.ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย(จัดโปรโมชั่น)

 

 

 

 



ล่าสุด พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวเปิดเผย ว่า ตำรวจภูธรภาค1 ได้มีคำสั่งให้ให้ 5 ตำรวจ สภ.หนองแค จว.สระบุรี มาปฎิบัติราชการที่ศูนย์ปฎิบัติการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมสั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงแล้ว หากพบบกพร่องต่อหน้าที่หรือมีการปล่อยปละละเลยก็จะต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน

 

 

 

ในส่วนพื้นที่ดังกล่าวซึ่งตนเองเพิ่งลงพื้นที่ไปมอบนโยบายแต่กลับพบการกระทำผิด จะเป็นการไม่ปฎิบัติตามคำสั่งหรือไม่นั้น ขอให้รอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ยืนยันจะให้ความเป็นธรรม พร้อมย้ำว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ความสำคัญและดำเนินการมาตรการป้องกันและปราบปรามสกัดยาเสพติดอย่างจริงจังและเด็ดขาด แบบขุดรากถอนโคนเพื่อป้องกันไม่ให้เข้าประเทศและหากเข้ามาแล้วก็จะต้องดำเนินการจับกุมให้หมด ในส่วนภายในประเทศสั่งการให้เข้มงวดกวดขัน โดยเฉพาะ สถานบันเทิง สถานบริการที่ปล่อยให้มีการใช้สารเสพติดโดยเฉพาะเด็กและเยาวชน

 

 

 

รายงานว่าล่าสุดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค1 ได้มีหนังสือคำสั่งตั้ง พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เป็นประธานในการตรวจสอบและรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และให้ 5 เสือ สภ.หนองแค จ.สระบุรี มาปฏิบัติหน้าที่ช่วยราชการ ที่ ศปก.ภาค1 แล้วตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

 

 

 

ขอบคุณภาพ ปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย