วันนี้นั่งหงอย ไม่เกรี้ยวกราด เสื้อผ้าหน้าผมเป๊ะ!ครอบครัวชายหมวกดำกร่างใส่นักข่าว เข้าพบผู้กำกับ หลังแฟนสาวแสดงกิริยาไม่เหมาะสม

Publish 2018-09-05 11:57:13

จากกรณีในเฟซบุ๊กSomsak Amthong โพสต์ข้อความว่าลพบุรีเกิดเหตุวัยรุ่นหัวร้อนใหญ่คับเมืองขับรถยนต์กลับรถในที่ห้ามกลับรถทำผิดกฏหมายจราจรสร้างปัญหาให้กับบ้านเมืองยังไม่พอขนาดตำรวจจราจรมาปิดกั้นก็ยังฝ่าฝืน นักข่าวลงพื้นที่ถ่ายภาพข่าวหลังจากที่มีผู้ร้องเรียนทำให้ชายชุดดำที่ขับรถเก๋งฮอนด้า สีเทา หมายเลขทะเบียน ขฉ-6835 ครราชสีมา ไม่พอใจจอดรถเดินขึั้นสะพานลอยจะทำร้ายนักข่าวและแย่งโทรศัพท์แถมผลักอกนักข่าวช่อง7เท่านั้นยังไม่พอก่อนขับรถหนียังถ่ายภาพรถและข่มขู่ทำให้เด็กชาย ป 6 เด็กหญิง ป 4 รวม 3 คน อยู่บนรถตกใจกลัว หลังเกิดเหตุนำหลักฐานคลิปวีดีโอหลังถูกชายชุดดำข่มขู่จะแย่งโทรศัพท์มือถือและผลักอกจะทำร้ายร่างกาย เข้าพบกับร้อยตำรวจเอกวิชัย แสนบุตร พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลพบุรี เพื่อให้ติดตามตัวมาดำเนินคดี เนื่องจากการกระทำของชายชุดดำดังกล่าวผมและครอบครัวเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2561 เวลา 14 นาฬิกา บนสะพานลอยหน้าโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 1 อำเภอเมืองลพบุรี

 

 

 

 

 

 

 

 


คลิปตอนเกิดเรื่อง

ต่อมาเข้าพบพนักงานสอบสวน แล้วเจอ 2 ข้อหาแต่ยังไมจบแฟนสาวของขึ้นออกอาการท้าทายจนผู้กำกับต้องเชิญออกนอกห้องสอบสวน หลังจากที่เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14 นาฬิกา ของวันที่ 1 กันยายน 2561 ขณะที่นายสมศักดิ์ อ่ำทอง ผู้สื่อข่าวพิเศษช่อง 7 HD ประจำจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วยเด็กชาย ป 6 เด็กหญิง ป 4 นำหลักฐานคลิปวีดีโอหลังถูกชายชุดดำข่มขู่จะแย่งโทรศัพท์มือถือและผลักอกจะทำร้ายร่างกาย กับร้อยตำรวจเอกวิชัย แสนบุตร พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลพบุรี เพื่อให้ติดตามตัวมาดำเนินคดี

 

 

ล่าสุดวันนี้ นายชัยวัฒน์ บุตรเนตร์ พ่อของชายชุดดำหัวร้อนที่ก่อเหตุ คือนายบัญญัติ บุตรเนตร์ อายุ 25 ปี พร้อมแฟนสาว คือนางสาวสุวิมล เสมาปรุ อายุ 26 ปี เจ้าของรถเก๋ง ฮอนด้า สีเทา หมายเลขทะเบียน ขฉ-6835 นครราชสีมา ได้นำตัวเข้าพบกับพันตำรวจเอกศักดิ์ชัย เกษโกมล ผู้กำกับการ สภ.เมืองลพบุรี และ ร้อยตำรวจเอกวิชัย แสนบุตร พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลพบุรี เจ้าของคดี โดยแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของรถเก๋งและเป็นชายชุดดำที่เป็นคนขับรถคันดังกล่าวและเป็นคนที่ก่อเหตุในวันดังกล่าวสะพานลอย หน้าโรงเรียนไทยรัฐ โดยหลังจากที่แสดงตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วทางพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลพบุรี จึงได้แจ้งข้อหาให้ทราบ 2 ข้อหา คือ ความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ข้อ 1 มาตรา 43 (3)ขับรถในลักษณะกีดขวางการจราจร มาตรา 53 (2) ข้อ 2 กลับรถในที่คับขันปรับตามมาตรา 157 ปรับตั้งแต่ 400-1,000 ข้อหาที่ 2 ทำร้ายร่างกาย มีความผิดตามประมาลกฎหมายอาญา มาตรา 391 ผู้ใดใช้กำลังทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายหรือจิตใจระวางโทษจำคุกไม่เกิด 1 เดือน ปรับไม่เกิด 10,000 บาท มาตรา 392 ผู้ใดทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจโดยการขู่เข็นระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท 

 

 

ซี่งทางด้านนายบัญญัติ ชายชุดดำผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพและยอมรับผิดตามข้อกล่าวหา และได้มีการขอโทษทีมข่าว และได้สำนึกผิดในการกระทำดังกล่าวต่อหน้าผู้กำกับการ พร้อมกล่าวฝากขอโทษทุกคนขอโทษสังคมที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นจากความอารมย์ร้อนของตนเองจนส่งผลกระทบกับตนเองและครอบครัวเป็นบนเรียนที่ต้องจดจำและจะไม่ให้เกิดเหตุเช่นนี้อีกต่อไป

 

 

พนักงานสอบสวน จึงสั่งลงโทษปรับในข้อหาทั้ง 2 ข้อหา เป็นเงิน 11,000 บาท แต่ทางนายบัญญัติ แจ้งว่าตนเองมีเงินติดตัวมาเพียง 2,000 บาท จึงขอความกรุณาทางพนักงานสอบสวนและทางผู้สื่อข่าว ลดค่าปรับทั้ง 2 ข้อหา ในวงเงิน 2,000 บาท ซึ่งทางพนักงานสอบสวน และผู้สื่อข่าวเห็นว่านายบัญญัติ ได้สำนึกผิดและกล่าวขอโทษจึงได้ติดใจและยินยอมปรับเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาทตามที่ร้องขอซึ่งไม่ขัดกับข้อกฎหมาย เรื่องทุกอย่างกำลังจะจบอยู่ๆนางสาวสุวิมล แฟนสาวเกิดของขึ้นต่อหน้าผู้กำกับและพนักงานสอบสวน โวยวายไม่ยอมรับผิดแถมยังมีการโฟสข้อความต่อว่า ทั้งที่นายบัญญัติ ก็ได้พยายามห้ามปราบแฟนสาวและกล่าวคำขอโทษ แทนแฟนสาวก็ยังไม่ยอมหยุด จนผู้กำกับและพนักงานสอบสวน เชิญออกนอนห้องสอบสวน ทำให้เกิดความวุ่นวาย ให้แยกตัวกลับไปก่อนทำให้เกิดประเด็นดาม่าซึ่งทางผู้สื่อข่าวหลังจากที่เจรจากับนายบัญญัติ จนตกลงกันได้ก็ได้แยกย้ายกันกลับ ส่วนกรณีนาวสางสุวิมล ทางญาติได้นัดหมายนางสาวสุวิมล มาเจรจาทำความเข้าใจกันอีกครั้ง

 


นายชัยวัฒน์ บุตรเนตร์ พร้อมด้วยนายบัญญัติ บุตรเนตร์ ชายชุดดำ และนางสาว สุวิมล เสมาปรุ แฟนสาว เดินทางเข้าพบกันพันตำรวจเอกศักดิ์ชัย เกษโกมล ผู้กำกับการ สภ.เมืองลพบุรี ร้อยตำรวจเอก วิชัย แสนบุตร พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลพบุรี และนายสมศักดิ์ อ่ำทอง ผู้สื่อข่าวช่อง 7 HD ประจำจังหวัดลพบุรี อีกครั้ง เพื่อกราบขอโทษ หลังจากได้สำนึกผิด และสัญญาว่าจะเป็นคนดี ทำความดีทำคุณประโยชน์ให้กับสังคม 

ทางด้านนายชัยวัฒน์ ในฐานะพ่อและหัวหน้าครอบครัว กล่าวว่าเหตุที่ต้องพาลูกชายและแฟนสาวมาในครั้งนี้ เนื่องจากตนเองนั้นเกิดความไม่สบายใจจากเหตุการณ์ที่ลูกชายและแฟนสาวของลูกชายได้กระทำผิดและแสดงกิริยาพูดจาไม่เหมาะสม ต่อท่านผู้กำกับการ สภ.เมืองลพบุรี และพนักงานสอบสวน ตลอดจนนักข่าวที่มาทำข่าว ทำให้ตนเองและครอบครัวรู้สึกผิด เป็นเด็กไม่เคารพผู้ใหญ่ ทำความผิดแล้วยังไม่ยอมรับผิด ดังนั้นในวันนี้จึงอยากจะมากราบขอโทษ ท่านผู้กำกับ สภ.เมืองลพบุรี พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลพบุรี และผู้สื่อข่าว ตลอดจนสังคม ได้ยกโทษให้กับตนเองที่กระทำผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขาดความยั้งคิด จึงอยากให้สังคมให้อภัยและให้โอกาสครอบครัวของตนเอง โดยเฉพาะลูกชายกับแฟนสาวที่อยู่ระหว่างสร้างครอบครัว ตนเองก็มีส่วนผิดและยอมรับผิดที่ดูแลอบรมลูกไม่ดีพอแต่ขอสัญญาว่าต่อไปนี้จะดูแลอบรมให้ลูกทั้งสองคนรู้จักผิดชอบชั่วดี
ขณะที่นางสาวสุวิมล แฟนสาว ก็ได้กราบขอโทษทุกคน ขอโทษสังคม ที่ได้กระทำการที่ไม่เหมาะสมแสดงกริยาไม่ดีต่อผู้ใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจเพียงแต่เพราะความห่วงใยแฟนหนุ่ม แต่วันนี้ได้สำนึกผิดแล้วและถูกสังคมลงโทษ ทำให้พ่อแม่เดือดร้อน และเกิดความไม่สบายใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดตนจากการกระทำของตัวเอง ตนเองจะขอจดจำเป็นบทเรียน และขอสัญญาว่าจะทำตัวเป็นคนดี ของพ่อแม่ ของสังคม 

ด้านพันตำรวจเอกศักดิ์ชัย เกษโกมล ผู้กำกับการ สอ.เมืองลพบุรี ร้อยตำรวจเอกวิชัย แสนบุตร พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลพบุรี และนายสมศักดิ์ อ่ำทอง ผู้สื่อข่าวช่อง 7 HD ประจำจังหวัดลพบุรี และเพื่อนสื่อมวลชน กล่าวว่า ทุกคนพร้อมรับคำขอโทษและให้อภัยให้โอกาส ซึ่งทุกคนก็เหมือเป็นลูกหลาน เมื่อทำผิดแล้วสำนึกผิด ก็พร้อมให้อภัย ทุกคนเข้าใจดี ตำรวจ และ สื่อมวลชน ก็เป็นที่พึ่งของประชาชน การทำหน้าที่อาจจะมีประชาชนบางคนเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างกระทั้งกันบ้าง แต่ก็คนไทยด้วยกัน ต่อจากนี้ก็ขอให้ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเอง มีปัญหาอะไรก็สามารถเข้ามาปรึกษาได้ ทำผิดแล้วยอมรับผิดทุกคนให้อภัย จบกันด้วยดีทุกฝ่าย

 

 

 

 

 

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย
HASTAG :