เตือนภัยด่วนอีก3วันท่วม!หลังน้ำโขงวิกฤต

เตือนภัยด่วนอีก3วันท่วม!หลังน้ำโขงวิกฤต

Publish 2018-09-01 14:14:09


จากกรณีระดับน้ำในแม่น้ำโขงพื้นที่ จ.นครพนม ที่สถานีหลวงพระบาง สปป ลาว ระดับน้ำโขงพุ่งพรวดถึง 1.50 เมตร ทำให้สถานีตรวจวัด จ.หนองคาย มีระดับน้ำเพิ่มขึ้น 99 ซม. เพิ่มขึ้นเกือบ 1 เมตร ทาง จ.นครพนม จึงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ฝน และการระบายน้ำจากเขื่อนของประเทศเพื่อนบ้าน ที่จะมีผลต่อการเพิ่มระดับน้ำในลำน้ำโขง คาดว่าอีกประมาณ 3 วัน มวลน้ำจะไหลมาถึงนครพนม

ล่าสุด นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผวจ.นครพนม สั่งประตูระบายน้ำให้เครื่องผลักดันน้ำ เร่งพร่องน้ำออกจากอ่างเป็นการด่วน เพื่อเตรียมรอรับน้ำที่จะไหลเข้ามาสมทบอีกระลอก

ขณะที่ นายสินสมุทร หินเธาว์ หัวหน้าฝ่ายช่างกล รักษาการผู้อำนวยการโครงการชลประทานนครพนม มีหนังสือที่ กษ 0316.10/508 ลงวันที่ 1 ก.ย.61 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดฯ และผู้เกี่ยวข้องทุกหน่วย อ้างถึงการคาดการณ์น้ำของแม่น้ำโขงจากเว็บไซต์ http://www.mrcmekong.org/ โดยคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำในแม่น้ำโขง บริเวณจังหวัดนครพนม จะสูงถึง 12.93 เมตร ในวันที่ 4 ก.ย.ที่จะถึงนี้

จึงขอแจ้งให้ประชาชนที่พักอาศัยในพื้นที่ริมตลิ่ง และพื้นที่ลุ่มของแม่น้ำโขง เขต อ.บ้านแพง , อ.ท่าอุเทน , อำเภอเมือง , อ.ธาตุพนม เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ที่จะไหลบ่าเข้าท่วมในพื้นที่ ขอให้ขนย้ายสิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ต่างๆ รวมทั้งสัตว์เลี้ยงขึ้นที่สูงด่วน หากเป็นไปตามที่ http://www.mrcmekong.org/  คาดการณ์จริง ปริมาณน้ำในแม่น้ำโขงก็จะขึ้นสูงสุดในรอบ 13 ปี ทุบสถิติข้อมูลปี 2548 ที่ระบุว่าเดือน ส.ค. มีปริมาณน้ำขึ้นถึง 12.88 เมตร

รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า เขื่อนน้ำงึม 1 สปป.ลาว มีการระบายน้ำเพิ่มมาอีก ตั้งแต่บ่ายวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้ปริมาณน้ำดังกล่าวจะไหลมาสมทบน้ำจากเขื่อนน้ำงึม 5 และเขื่อนน้ำงึม  2 ระบายลงแม่น้ำโขงเป็นจำนวนมาก โดย จ.บึงกาฬ จะได้รับผลกระทบ ก่อนที่จะไหลมาที่ จ.นครพนม เป็นลำดับต่อไป

ต่อมาโครงการชลประทานฯได้รายงานระดับน้ำในแม่น้ำโขงของสถานีตรวจวัดชุมชนหนองแสง เขตเทศบาลเมืองนครพนม เวลา 12.00 น. อยู่ที่ระดับ 12.68 เมตร โดยลดลงอีก 2 ซม. จากช่วงเช้าเวลา 09.00 น.

 



พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง ส่วนภาคเหนือยังคงมีปริมาณฝนมากกว่าภาคอื่นๆ ขอให้ประชาชนในบริเวณภาคเหนือ ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง ส่วนภาคเหนือยังคงมีปริมาณฝนมากกว่าภาคอื่นๆ

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู และอุดรธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม และพระนครศรีอยุธยา อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก    มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

 



พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2561 - 7 กันยายน 2561 ในช่วงวันที่ 1 – 2 ก.ย. 61 บริเวณประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง ส่วนในช่วงวันที่ 3 – 7 ก.ย. 61 บริเวณประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ข้อควรระวัง   ในช่วงวันที่ 3 – 7 ก.ย. 61 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่ม ไว้ด้วย  ในช่วงวันที่ 1 – 2 ก.ย. 61 ร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศเมียนมา ประเทศลาว และเวียดนามตอนบนมีกำลังอ่อนลง ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังอ่อน ทำให้บริเวณประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง ส่วนในช่วงวันที่ 3 – 7 ก.ย. 61 ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังปานกลาง

ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 1 – 2 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ส่วนในช่วงวันที่ 3 – 7 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 1 – 2 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ส่วนในช่วงวันที่ 3 – 7 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส

ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 1 – 2 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ส่วนในช่วงวันที่ 3 – 7 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก    ในช่วงวันที่ 1 – 2 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ส่วนในช่วงวันที่ 3 – 7 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ตลอดช่วงลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 1 – 2 ก.ย. 61 ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรส่วนในช่วงวันที่ 3 – 7 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 1 – 2 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำส่วนในช่วงวันที่ 3 – 7 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย