กรมชลฯเตือนอยุธยา 5 อำเภอ รับมือน้ำท่วม!

"กรมชลฯ"เตือนอยุธยา 5 อำเภอ รับมือน้ำท่วม!

Publish 2018-08-31 11:51:17


พยากรณ์อากาศประจำวัน ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนในบริเวณภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง 

ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา และประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง

ภาคเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม และชัยภูมิ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

ภาคกลาง มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท อุทัยธานี และกาญจนบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

ภาคตะวันออก    มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง และพังงา อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. 

 



พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม 2561 - 5 กันยายน 2561 ในช่วงวันที่ 30-31 ส.ค. 61 บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้มีฝนลดลง ส่วนในช่วงวันที่ 1 – 5 ก.ย. 61 บริเวณประเทศไทยตอนบนมีปริมาณฝนลดลง ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ข้อควรระวัง   ในช่วงวันที่ 30-31 ส.ค. 61 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่ม ไว้ด้วย

ในช่วงวันที่ 30-31 ส.ค. 61 ร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านประเทศเมียนมา ประเทศลาวและประเทศเวียดนามตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังปานกลาง ส่วนในช่วงวันที่ 1 – 5 ก.ย. 61 ร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศเมียนมา ประเทศลาว และเวียดนามตอนบนมีกำลังอ่อนลง ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ด้านรับลมของภาคเหนือ และภาคใต้ฝั่งตะวันตกยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีฝนลดลง

ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 30-31 ส.ค. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนในช่วงวันที่ 1 – 5 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงวันที่ 30-31 ส.ค. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนในช่วงวันที่ 1 – 5 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส

ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 30-31 ส.ค. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ส่วนในช่วงวันที่ 1 – 5 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก    ในช่วงวันที่ 30-31 ส.ค. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนในช่วงวันที่ 1 – 5 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 30-31 ส.ค. 61 ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ส่วนในช่วงวันที่ 1– 5 ก.ย. 61 ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) ในช่วงวันที่ 30-31 ส.ค. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ส่วนในช่วงวันที่ 1 – 5 ก.ย. 61 ฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 30-31 ส.ค. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ส่วนในช่วงวันที่ 1 – 5 ก.ย. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส

 



ล่าสุด นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ว่าพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลแผนน้ำของประเทศ ได้สั่งการให้ทำบัญชีอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีน้ำมากเกินเกณฑ์ควบคุม พร้อมแผนเผชิญเหตุภาวะวิกฤติเป็นหนึ่งเดียว พร้อมเส้นทางเบี่ยงน้ำกรณีฉุกเฉินเพื่อให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด  โดยกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ดูแลอ่างขนาดเล็กกว่า 4 พันแห่ง กรมทรัพยากรน้ำ 470 แห่ง กรมชลประทาน ดูแลอ่างขนาดกลางมีน้ำมาก ในภาคอีสาน 25 แห่ง และร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต(กฟผ.)ดูแล เขื่อนใหญ่ 6 แห่งมีน้ำมาก ร้อยละ90-100 เขื่อนน้ำอูน เขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนแก่งกระจาน  เขื่อนปราณบุรี เขื่อนขุนด่านปราการชล ให้ทุกแห่งทำแผนเส้นทางระบายน้ำ ถึงช่วงไหนเปิดทางน้ำให้ผ่านได้รวดเร็ว ต้องส่งแผนมาทั้งหมดให้สทนช.ภายในวันที่ 31 ส.ค.นี้ พร้อมจัดทำบัญชีอ่างน้ำทุกแห่ง รองนายกฯ ห่วงสถานการณ์น้ำให้การคาดการณ์ ของกรมอุตุนิยมวิทยา กับสำนักงานสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร(สสนก.)ทำเป็นหนึ่งเดียว พบว่าวันที่ 30 ส.ค.-1 ก.ย.ยังมีฝนมากจากหย่อมความกดอากาศปกคลุม อ่าวตังเกี๋ย ประเทศเวียดนาม ส่งผลฝนหนักน้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม แนวจังหวัดติดแม่น้ำโขงรับน้ำจากประเทศลาว มีระดับน้ำสูงล้นตลิ่ง จ.มุกดาหาร ถึงอุบลราชธานี ที่จะทำให้แม่น้ำสงคราม เพิ่มสูงขึ้นกระทบการระบายน้ำจากเขื่อนน้ำอูน จ.สกลนครโดยรองนายกฯได้ให้กรมชลประทาน เร่งพร่องลำน้ำภาคอีสานรองรับฝนใหม่ และภาคเหนือ จ.น่าน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แม่ฮ่องสอน  ทั้งนี้ยังมีอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เพิ่มน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ศรีนครรินทร์ แก่งกระจาน ปราบุรี ต้องเร่งระบายน้ำและพร่องลำน้ำให้มากขึ้นเพื่อมีพื้นที่รับน้ำฝนมากขึ้นให้ได้ 

นายสมเกียรติ กล่าวว่า ในส่วนภาคกลาง อาจจะมีพายุเข้าช่วงปลายเดือนก.ย.-ต.ค.ได้สั่งให้กรมชลประทาน เร่งพร่องลำน้ำเจ้าพระยา เพิ่มการระบายเขื่อนเจ้าพระยา ประกาศเพิ่มการระบายผ่านเขื่อนจาก 630 ลบ.ม.ต่อวินาทีเป็น 800 ลบ.ม.ต่อวินาที หรือ 70 ล้านลบ.ม.ต่อวัน ผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ลงอ่าวไทย ในวันที่ 31 ส.ค.จะส่งผลพื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำท่วมซ้ำซาก อ.เสนา บางบาล ป่าโมก ผักไห่ อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา มีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 30-50 ซม.ใน1-2 วันนี้เพราะรับน้ำจากฝนตกในพื้นที่ด้วย รวมทั้งช่วงกลางเดือนก.ย.มีร่องมรสุมมาจากประเทศจีนกระทบมากขึ้นด้วย ได้ให้กรมชลประทาน เร่งผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งประกาศเตือนประชาชนอยู่อาศัยในพื้นที่ลุ่มต่ำ และเฝ้าระวังโบราณสถาน ใกล้แม่น้ำใน จ.พระนครศรีอยุธยา ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพิ่มระบายจากเขื่อนเจ้าพระยา ลงอ่าวไทย วันละ 70 ล้านลบ.ม. เพื่อพร่องน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา รับฝนเดือนก.ย.ที่แนวฝนอาจมาตกท้าย 4 เขื่อนใหญ่ ภูมิพล สิริกิต์ แควน้อย ป่าสักฯ มีน้ำ60-70% ยังรับน้ำได้อีก ส่วนพื้นที่ลุ่มต้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา จะล้นตลิ่งตั้งแต่ระดับน้ำที่ระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 700 ลบ.ม.ต่อวินาที เริ่มกระทบ ส่วนเขื่อยป่าสักฯเริ่มพร่องน้ำวันละ23 ล้านลบ.ม.เพื่อรับน้ำเข้าฤดูฝนภาคกลางโดยเขื่อนป่าสัก ระบายออกคลองระพีพัฒน์แยกใต้ 6 ล้านลบ.ม.ต่อวันลงอ่าวไทย ฝั่งตะวันออกของกทม.และผ่านเขื่อนพระราม6 ลงแม่น้ำเจ้าพระยา 17 ล้านลบ.ม. ทำให้ระดับน้ำที่อ.บางไทร 1,000 ล้านลบ.ม. ทั้งนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนใหญ่ลุ่มเจ้าพระยา ปีนี้ยืนยันว่าน้อยกว่าปี 54 โดยเขื่อนขนาดใหญ่ ช่วงเดียวกันของปี53 เต็ม100% แล้วทั้งเขื่อนภูมิพล สิริกิติ์  ซึ่งสทนช.ได้แจ้งเตือนจ.พระนครศรีอยุธยา แนวจังหวัดติดแม่น้ำโขง รับมือน้ำล้นตลิ่ง"นายสมเกียรติ กล่าว

เลขาฯสทนช.กล่าวว่า สำหรับเขื่อนใหญ่ในภาคตะวันตก ภาคตะวันออก ต้องเร่งระบายในช่วงนี้ เพราะช่วงกลางเดือนก.ย.จะได้รับกระทบจากร่องมรสุมด้วย เขื่อนปราณบุรี เขื่อนขุนด่านฯ ส่วนที่ต้องเพิ่มการระบายน้ำเร่งด่วน คือเขื่อนศรีนครรินทร์ เขื่อนวชิราลงกรณ์ ขณะนี้ระบาย 53 ล้านลบ.ม.ต่อวัน ถึงวันที่ 3 ก.ย. ให้ทำแผนปรับเพิ่มเพราะฝนยังมาเติมอยู่ โดยเขื่อนวชิราลงกรณ ขยับเพิ่มขึ้นอีก 5-10 ล้านลบ.มต่อวัน ซึ่งต้องดูผลกระทบพื้นที่ตอนล่างด้วย แจ้งเตือนประชาชนก่อนปรับเพิ่มระบายน้ำ 3 วัน และเขื่อนศรีนครินทร์ มีน้ำมากกว่า90 % ให้ขยับเพิ่มระบายจาก 20 ล้านลบ.ม.ต่อวันเพิ่มอีก 5 ล้านต่อวัน ยังไม่กระทบแม่น้ำแควใหญ่ แม่กลอง พร้อมแจ้งทราบล่วงหน้า
 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย