ศูนย์เฉพาะกิจในภาวะวิกฤต เตือน มรสุมลูกใหม่ 13 จังหวัดภาคเหนือเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน!!

ศูนย์เฉพาะกิจในภาวะวิกฤต เตือน มรสุมลูกใหม่ 13 จังหวัดภาคเหนือเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน!!

Publish 2018-08-23 13:35:56


ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต สรุปสถานการณ์น้ำและพื้นที่เสี่ยงสำคัญ วันพฤหัสบดีที่ 23สิงหาคม 2561 สรุปสถานการณ์ 
-23-28 ส.ค. 61ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมา ลาว และเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่องอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มได้
-แม่น้ำในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก ระดับน้ำเพิ่มขึ้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีระดับน้ำน้อย ภาคตะวันตก ภาคกลางและภาคใต้มีระดับปานกลางถึงน้ำมากโดยต้องเฝ้าระวังแม่น้ำเพชรบุรีที่ยังคงมีระดับสูงแต่เริ่มทรงตัวเนื่องจากปริมาณน้ำล้นอาคารระบายน้ำของเขื่อนแก่งกระจานลดลงแม่น้ำยมตอนล่างบริเวณสุโขทัย ที่ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น
-แม่น้ำโขง:มวลน้ำจากฝนตกหนักไหลผ่านบริเวณ จ.หนองคายแล้ว มีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งที่ จ.นครพนม และต้องเฝ้าระวังบริเวณ จ.มุกดาหาร และ อุบลราชธานี ที่จะมีระดับน้ำสูงขึ้น
-23 ส.ค. 61ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยมีพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก13 จังหวัดภาคเหนือ น่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือหนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร ภาคตะวันออกจันทบุรี ตราด ภาคใต้ระนองพังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง และสตูล
-24 ชั่วโมงที่ผ่านมา (05.00 น.) ไทยยังคงมีฝนตกปานกลางถึงหนักในภาคเหนือ(น่าน 120.0 มม. กำแพงเพชร 95.0 มม. เชียงราย 86.5มม. อุตรดิตถ์ 43.0 มม. พะเยา 37.4 มม.)ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อุบลราชธานี 77.0 มม. บึงกาฬ 52.6 มม.) ภาคตะวันตก(กาญจนบุรี 37.6มม.)และภาคใต้ (พังงา212.5มม. ภูเก็ต170.5มม. สตูล133.0มม. นราธิวาส 35.2 มม.)

 



สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ อ่างฯขนาดใหญ่ที่มีระดับเกินเกณฑ์ควบคุม (Upper Rule Curve) และปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุ มี 5แห่ง ดังนี้
1. เขื่อนแก่งกระจานจ.เพชรบุรี สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ(06.00 น./ชป.)ปริมาณน้ำ767ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 773) คิดเป็น 108% น้ำล้นทางระบายน้ำ (Spillway) สูง 1.24 ม. (เมื่อวาน 1.37)ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 13.41ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 19.41)มีปริมาณน้ำไหลออกวันละ19.75ล้าน ลบ.ม.(เมื่อวาน 22.75)ปริมาณการระบายน้ำลดลง
สภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำ ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี(06.00 น.) บริเวณ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ต่ำกว่าระดับตลิ่ง (สถานี B.3A)0.32 ม.แนวโน้มลดลงและที่ อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี สูงกว่าระดับตลิ่ง (สถานี B.15) 0.51 ม.แนวโน้มทรงตัวทำให้พื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเพชรบุรียังคงได้รับผลกระทบน้ำท่วมต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ส่วนในเขตอำเภอเมืองเพชรบุรี มีน้ำเอ่อล้นท่วมพื้นที่นอกคันกั้นน้ำเทศบาลที่มีระดับต่ำกว่าตลิ่ง การบริหารจัดการน้ำต้องเร่งระบายน้ำผ่านระบบชลประทานและแม่น้ำเพชรบุรีโดยประสานจังหวัดและพื้นที่เพื่อแจ้งเตือน การช่วยเหลือ และเร่งระบายน้ำหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเร่งระบายน้ำเอ่อล้นในชุมชน สนับสนุนเครื่องสูบน้ำรถสูบน้ำท่วมขัง รถสูบส่งน้ำระยะไกล เรือยนต์ผลักดันน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ รถบรรทุกขนย้ายผู้ประสบภัย เรือพาย/ท้องแบน

2. เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนครสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ(06.00 น./ชป.) ปริมาณน้ำ 543ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 534) คิดเป็น 104% ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ15.65ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 12.55)มีปริมาณน้ำไหลออกวันละ6.16ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 5.65)สภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำ มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งบริเวณบ้านนาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม บ้านพอกใหญ่ อ.พรรณานิคม จ.สกลนครการบริหารจัดการน้ำ ต้องเร่งพร่องน้ำ ให้เต็มศักยภาพของลำน้ำท้ายน้ำ เพื่อรองรับปริมาณฝนที่ตกเหนือเขื่อนโดยประสานจังหวัด และพื้นที่การแจ้งเตือนและการช่วยเหลือ มีการแจ้งให้ติดตามสถานการณ์น้ำในจังหวัดสกลนคร บึงกาฬ และนครพนม 

3. เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรีสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ(24.00 น./21ส.ค.61/กฟผ.) มีปริมาณน้ำ 8,032ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 8,025) คิดเป็น 91% ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ50.10ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 53.79)มีปริมาณน้ำไหลออกวันละ41.93 ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 41.95)สภาพน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำ กระทบพื้นที่รีสอร์ทที่สร้างอยู่ในแม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแม่กลอง จ.กาญจนบุรีแต่ยังไม่สูงกว่าตลิ่งการบริหารจัดการน้ำ วันนี้จะเริ่มระบายน้ำเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 53 ล้าน ลบ.ม. การแจ้งเตือนและการช่วยเหลือ มีการแจ้งให้พื้นที่ท้ายเขื่อนตามลำน้ำแควน้อยให้ทราบถึงแผนการระบายน้ำของอ่างเก็บน้ำ

4. เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายกสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ (06.00 น./ชป.)ปริมาณน้ำ 194ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 194)คิดเป็น 87% ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 8.46ล้าน ลบ.ม.(เมื่อวาน 7.19) มีปริมาณน้ำไหลออกวันละ 7.61ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 6.48) น้ำไหลผ่านทางระบายน้ำล้นสูง 0.69 ม.(เมื่อวาน 0.63 ม.)การบริหารจัดการน้ำ ต้องเร่งพร่องน้ำ ให้เต็มศักยภาพของลำน้ำท้ายน้ำ เพื่อรองรับปริมาณฝนที่ตกเหนือเขื่อนโดยประสานจังหวัด และพื้นที่

5. เขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ (06.00 น./ชป.) ปริมาณน้ำ332ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 335) คิดเป็น 85% ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 8.14ล้าน ลบ.ม.(เมื่อวาน 11.19) มีปริมาณน้ำไหลออกวันละ 11.21 ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 11.19)การบริหารจัดการ ระบายน้ำลงแม่น้ำปราณบุรีเพิ่มขึ้นทั้งนี้จะค่อยๆเพิ่มอัตราการระบายโดยติดตามดูผลกระทบท้ายน้ำและแจ้งจังหวัด อำเภอ ให้กระจายข่าวก่อนเพิ่มอัตราการระบาย

 



อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่/กลางที่มีปริมาณน้ำในอ่างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีจำนวน 3แห่ง คือ
1. เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฏร์ธานีสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ (24.00 น./กฟผ.)ปริมาณน้ำ 4,913 ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 4,915) คิดเป็น 87%ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 22.43 (เมื่อวาน 26.53) มีปริมาณน้ำไหลออกวันละ 23.65ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 24.93)การบริหารจัดการน้ำปรับแผนการระบายน้ำเป็นวันละ 25 ล้าน ลบ.ม. ตั้งแต่ 18 ส.ค. 61 การแจ้งเตือนและการช่วยเหลือ ติดตามสถานการณ์ด้านท้ายน้ำเพื่อปรับแผนการระบายให้มีผลกระทบด้านท้ายน้ำน้อยที่สุด
2. อ่างเก็บน้ำคิรีธาร จ.จันทบุรี สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ (09.00 น.วานนี้/พพ.) ปริมาณน้ำ 77ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น101%ปริมาณน้ำที่ระบาย0.94ล้าน ลบ.ม.ระดับน้ำอยู่ที่ 205.11 ม.รทก.การบริหารจัดการน้ำเร่งระบายน้ำ
การแจ้งเตือนและการช่วยเหลือ ติดตามสถานการณ์ด้านท้ายน้ำอย่างใกล้ชิดเพื่อการปรับเพิ่ม/ลดการระบาย
3. เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรีสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ (24.00 น./กฟผ.) ปริมาณน้ำ 15,822 ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 15,787) คิดเป็น 89% ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 57.70 ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 56.09) มีปริมาณน้ำไหลออกวันละ 21.63 ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 18.17)การบริหารจัดการน้ำ อยู่ในช่วงเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมหากระดับน้ำสูงถึงเกณฑ์ควบคุม จำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำโดยเปิด spillway ที่เขื่อนท่าทุ่งนา
การแจ้งเตือนและการช่วยเหลือ ติดตามสถานการณ์ด้านท้ายน้ำ

 

 

 

สถานการณ์น้ำในแม่น้ำ/ลำน้ำแม่น้ำสายสำคัญ
- ภาคเหนือมีระดับน้ำปานกลางถึงน้ำมากมีน้ำสูงกว่าตลิ่งในแม่น้ำเข็ก จ.พิษณุโลก
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีระดับน้ำปานกลางถึงน้ำมากมีน้ำสูงกว่าตลิ่งในแม่น้ำสงคราม จ.สกลนคร ห้วยหลวง จ.อุดรธานี
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง มีระดับน้ำน้อยถึงปานกลาง ไม่มีน้ำสูงกว่าตลิ่ง
- ภาคตะวันตก มีระดับปานกลางถึงน้ำมากมีน้ำสูงกว่าตลิ่งในแม่น้ำเพชรบุรี จ.เพชรบุรี
- ภาคตะวันออก ภาคกลางและภาคใต้ มีระดับปานกลางถึงน้ำมาก ไม่มีน้ำสูงกว่าตลิ่ง


แม่น้ำโขงมวลน้ำเคลื่อนผ่านบริเวณ จ.หนองคาย ทำให้บริเวณดังกล่าวมีระดับน้ำลดลง แต่จังหวัดท้ายน้ำจะมีระดับน้ำสูงขึ้นทำให้มีระดับน้ำสูงกว่าตลิ่งที่ จ.นครพนมและต้องเฝ้าระวังบริเวณ จ.มุกดาหาร และอุบลราชธานี
การติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่อ่างฯ ขนาดใหญ่+ กลาง :ปริมาตรน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มี 51,882 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 73ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มี 3,050ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 59รับน้ำได้อีก 21,163 ล้าน ลบ. ม.น้ำไหลเข้าอ่างฯสะสม (14 – 22ส.ค. 61)มีน้ำไหลเข้าอ่างฯขนาดใหญ่ รวมทั้งประเทศ 4,299.84ล้าน ลบ.ม. แยกเป็น ภาคเหนือ1,549.04ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ372.35ล้าน ลบ.ม.ภาคกลาง84.98ล้าน ลบ.ม.ภาคตะวันตก1,345.10ล้าน ลบ.ม.ภาคตะวันออก169.79ล้าน ลบ.ม.และภาคใต้778.58ล้าน ลบ.ม.

 

 

 

อ่างฯที่ความจุเกิน 100% ขนาดใหญ่ 2 แห่ง เขื่อนน้ำอูน (104% เมื่อวาน 103%) เขื่อนแก่งกระจาน(108%เมื่อวาน 109%) ขนาดกลาง 18 แห่ง(เพิ่มขึ้น 4 แห่ง) ซึ่งอยู่ใน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 แห่ง (เพิ่มขึ้น4 แห่ง) และภาคตะวันออก 5 แห่ง (เพิ่มขึ้น 1 แห่ง) ภาคใต้ 1 แห่ง (ลดลง 1 แห่ง)อ่างเฝ้าระวัง (80-100%)ขนาดใหญ่ 5 แห่ง เขื่อนศรีนครินทร์ (89% เท่าเดิม)เขื่อนวชิราลงกรณ (91% เท่าเดิม)เขื่อนรัชชประภา (87% เท่าเดิม)เขื่อนขุนด่านปราการชล (87%เมื่อวาน 86%)เขื่อนปราณบุรี (85% เมื่อวาน 86%)ขนาดกลาง 59 แห่ง(ลดลง 3 แห่ง)แยกเป็น ภาคเหนือ 6 แห่ง (เท่าเดิม) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 39 แห่ง (ลดลง 5 แห่ง) ภาคตะวันออก 7  แห่ง (เท่าเดิม)ภาคกลาง 3 แห่ง (เพิ่มขึ้น 1 แห่ง) และภาคใต้ 4 แห่ง (เพิ่มขึ้น1 แห่ง)อ่างเฝ้าติดตาม (น้อยกว่า 30%) ขนาดใหญ่ 3 แห่ง เขื่อนอุบลรัตน์ (28%เท่าเดิม) เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ (17%เมื่อวาน16%) เขื่อนทับเสลา (25%เท่าเดิม)ขนาดกลาง 44 แห่ง(เท่าเดิม) ภาคเหนือ 3 แห่ง (เท่าเดิม) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 28 แห่ง (เท่าเดิม) ภาคตะวันออก 4 แห่ง (เท่าเดิม) ภาคกลาง 4 แห่ง (เท่าเดิม) ภาคใต้ 5 แห่ง (เท่าเดิม)
- พื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงน้ำท่วม:แม่น้ำเพชรบุรี บริเวณ อ.แก่งกระจาน อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด อ.เมือง อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรีลำน้ำก่ำ ลำน้ำสงคราม ลำน้ำอูนแม่น้ำยม แม่น้ำน่าน แม่น้ำแควน้อย แม่น้ำนครนายก 
- พื้นที่เฝ้าระวังจากการเร่งระบายน้ำ: อ่างขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80%เขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนวชิราลงกรณเขื่อนศรีนครินทร์ เขื่อนรัชชประภา เขื่อนขุนด่านปราการชลและเขื่อนน้ำอูนรวมถึงอ่างขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่มีปริมาณน้ำเต็มความจุซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อน/อ่างได้ ต้องประสานแจ้งจังหวัด และหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ให้ทราบ

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย