เหนือก็แรง อีสานก็หนัก!!น้ำโขง เพิ่มต่อเนื่อง ใกล้จุดวิกฤติแล้ว

เหนือก็แรง อีสานก็หนัก!!"น้ำโขง" เพิ่มต่อเนื่อง ใกล้จุดวิกฤติแล้ว

Publish 2018-08-18 16:58:08


ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา"พายุเบบินคา" ฉบับที่ 33 ลงวันที่ 18 สิงหาคม 2561เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (18 ส.ค. 61) หย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน “เบบินคา” (BEBINCA) ได้เคลื่อนออกจากบริเวณภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยเข้าปกคลุมประเทศเมียนมาแล้ว ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ยังคงมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือยังคงมีฝนมากกว่าบริเวณอื่นๆ และมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน โดยมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตามภาคต่างๆ ดังนี้ 

ในวันที่ 18 สิงหาคม 2561
ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก
ภาคกลาง จังหวัดราชบุรี และกาญจนบุรี
ภาคตะวันออก: จังหวัดจันทบุรี และตราด
ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต

ในวันที่ 19 สิงหาคม 2561
ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ สุโขทัย และตาก
ภาคตะวันออก: จังหวัดจันทบุรี และตราด
ภาคใต้: จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งไว้ด้วยสำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2561 ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกให้ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย โดยในช่วงวันที่ 20-24 สิงหาคม 2561 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมบริเวณทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังอ่อนลงเป็นกำลังค่อนข้างแรง ทำให้ประเทศไทยมีแนวโน้มปริมาณฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกจึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง



ล่าสุดมีรายงาน จังหวัดนครพนม ระดับน้ำโขงล่าสุดอยู่ที่ 11.40 เมตร  ห่างจากจุดวิกฤติประมาณ 1.60 เมตร และยังส่งผลกระทบทำให้ลำน้ำสาขาสายหลัก อย่าง ลำน้ำอูน ลำน้ำสงคราม ไหลระบายลงสู่น้ำโขงช้า  จนเอ่อท่วมบ้านเรือน รวมถึงพื้นที่การเกษตรใน อ.ศรีสงคราม  และ อ.นาหว้า ซึ่งเป็นที่รองรับน้ำก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง

 

 

ปัจจุบันได้รับผลกระทบถูกน้ำท่วมขัง ไม่ต่ำกว่า 50,000 ไร่  รวม 12 อำเภอ  โดยชลประทานนครพนม ยังคงเร่งระบายน้ำจากประตูลำน้ำอูนและลำน้ำสงคราม ให้มากที่สุด วันละประมาณ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร

 

 

นายสมชาย  วิทย์ดำรงค์  ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และหน่วยงานเกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามวางแนวทางป้องกันแก้ไข รวมถึงนำถุงยังชีพไปแจกจ่ายช่วยเหลือให้ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ท่าบ่อสงคราม อ.ศรีสงคราม หลังได้รับความเดือดร้อน จำนวน 300 ชุด พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังพายุฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และสั่งการให้เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้ง 12 อำเภอ เตรียมพร้อมดูแลช่วยเหลือประชาชน

 

 



ล่าสุด นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ฐานะผู้อำนวยการกลางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) เปิดเผยว่า กอปภ.ก.ได้ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำท่า และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบว่าช่วงที่ผ่านมาทุกภาคของประเทศไทยมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายพื้นที่เกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม

 

ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศแจ้งเตือนพายุโซนร้อน “เบบินคา” บริเวณประเทศเวียดนามตอนบนเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศลาว และอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่น โดยอยู่ห่าง จาก จ.น่าน ประมาณ 250 กิโลเมตรส่งผลให้ช่วงวันที่ 17 – 20 ส.ค.ทั่วทุกภาคของประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย จะมีกำลังแรง คลื่นสูง 2 – 4 เมตร อีกทั้งกรมทรัพยากรธรณีได้ออกประกาศให้เฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากซึ่งมีพื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์ภัย แยกเป็น พื้นที่เฝ้าระวังดินถล่มเป็นพิเศษ ได้แก่ น่าน (อ.ท่าวังผา อ.ปัว อ.บ่อเกลือ อ.แม่จริม อ.เวียงสา) แพร่ (อ.สอง อ.วังชิ้น อ.ร้องกวาง) อุตรดิตถ์ (อ.ลับแล อ.น้ำปาด อ.ท่าปลา) พิษณุโลก (อ.นครไทย อ.ชาติตระการ) ลำปาง (อ.แจ้ห่ม อ.เมืองปาน อ.งาว) เชียงใหม่ (อ.เชียงดาว อ.ฝาง อ.แม่อาย) แม่ฮ่องสอน (อ.แม่สะเรียง อ.สบเมย อ.ขุนยวม อ.แม่ลาน้อย) ตาก (อ.ท่าสองยาง อ.แม่ระมาด) เลย (อ.ด่านซ้าย)

 

ภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิจิตร ตาก นครสวรรค์ และอุทัยธานี
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ด ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี
ภาคกลาง 11 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
ภาคใต้ 9 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง 13 จังหวัด แยกเป็นภาคกลาง 4 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
ภาคใต้ 9 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

 

นายชยพล กล่าวอีกว่า กอปภ.ก. จึงได้ประสานจังหวัด รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม และคลื่นลมแรง โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิดพร้อมจัดมิสเตอร์เตือนภัยเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย อีกทั้งตรวจสอบเขื่อน ฝาย อ่างเก็บน้ำ คันกั้นน้ำให้อยู่ในสภาพมั่นคงแข็งแรง อีกทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดเรือทุกประเภท ทั้งเรือเล็ก เรือประมง เรือท่องเที่ยว เรือข้ามฟาก และเรือเฟอร์รี่ ให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง พร้อมตรวจสอบสภาพเรือให้มีความปลอดภัย และอุปกรณ์ชูชีพให้เพียงพอ

สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัย พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด เตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงให้พ้นจากระดับน้ำท่วมถึง ตลอดจนหมั่นสังเกตสัญญาณความผิดปกติทางธรรมชาติ จะได้อพยพหนีภัยทันท่วงที ทั้งนี้ สามารถติดต่อแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสาขาในพื้นที่หรือสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

 

พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม 2561 - 24 สิงหาคม 2561ในช่วงวันที่ 18-19 ส.ค. 61 ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 20-24 ส.ค. 61 ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนลดลง แต่ยังมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ข้อควรระวัง   ในช่วงวันที่ 18-19 ส.ค. 61 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง ในช่วงวันที่ 18-19 ส.ค. 61 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชั่น “เบบินคา” (BEBINCA) ปกคลุมบริเวณประเทศเมียนมา ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 20-24 ส.ค. 61 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงตลอดช่วง

ภาคเหนือ ในช่วงวันที่ 18-19 ส.ค. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70-80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนในช่วงวันที่ 20-24 ส.ค. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งทางด้านตะวันตกของภาค ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วงลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส

ภาคกลาง ในช่วงวันที่ 18-19 ส.ค. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนในช่วงวันที่ 20-24 ส.ค. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งทางด้านตะวันตกของภาคลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก    ในช่วงวันที่ 18-19 ส.ค. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70-80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตรส่วนในช่วงวันที่ 20-24 ส.ค. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ในช่วงวันที่ 18-24 ส.ค. 61 มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่โดยในช่วงวันที่ 18-20 ส.ค.61 มีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากทางตอนบนของภาคตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งส่วนมากทางตอนบนของภาค ตลอดช่วงในช่วงวันที่ 18-19 ส.ค. 61 ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-45 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตรตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตรส่วนในช่วงวันที่ 20-24 ส.ค. 61 ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตรตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรอุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ตลอดช่วง กับมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงวันที่ 18-19 ส.ค. 61ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส

 

 

 

 

 

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย