น่าสังเวช !!! ดร.จักษ์ ฟาดกลอนตบหน้าเด็กข้างบ้าน เปรียบถึงใคร อ่านก็รู้ไม่ต้องเดา!

Publish 2017-09-01 14:57:54

สืบเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังร้อนระอุในขณะนี้เมื่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เบี้ยวศาลไม่มารับฟังคำพิพากษาวันชี้ชะตาจำนำข้าวในวันที่ 25 สิงหาคม 2560 ตามที่ศาลได้นัดไว้ สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการการเมืองไทยเป็นอย่างมาก

โดยเมื่อวันที่25 สิงหาคม 2560 วันชี้ชะตาตัดสินคดีจำนำข้าวของนางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยมีประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อย่างหนาตา แต่ทว่าท้ายที่สุดแล้วนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่เดินทางมารับฟังการคำพิพากษา อ้างว่าน้ำในหูไม่เท่ากัน ล่าสุดศาลออกหมายจับแล้ว พร้อมยึดหลักทรัพย์ประกันตัว 30 ล้านบาท และนัดอ่านคำพิพากษาอีกครั้ง 27 กันยายน 2560 ในเวลา 09:00 น. หากนางสาวยิ่งลักษณ์ไม่เดินทางมา ศาลอาจจะมีการพิจารณาพิพากษาลับหลังจำเลยได้



ซึ่งนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเปิดเผยภายหลังจากรับทราบว่านางสาว ยิ่งลักษณ์ ถูกศาลออกหมายจับเนื่องจากไม่เดินทางมาศาลเพื่อรับฟังคำพิพากษาวันนี้ว่า ตัวเองก็เพิ่งได้รับทราบว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ป่วยเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากันเมื่อเวลาประมาณ 8.00 น. ของเช้าวันนี้ โดยเป็นการติดต่อผ่านตัวแทนของนางสาว ยิ่งลักษณ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ไม่ทราบมาก่อนว่า นางสาว ยิ่งลักษณ์ มีอาการป่วยเพราะช่วง 2-3 วัน ที่ผ่านมา จะติดต่อนางสาว ยิ่งลักษณ์ ผ่านทางตัวแทนเท่านั้น ทั้งนี้ สาเหตุที่ไม่ได้มีการนำใบรับรองแพทย์มายืนยันต่อศาลนั้น เนื่องจากเป็นเหตุฉุกเฉินและเพิ่งได้รับทราบ

อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถยืนยันได้ว่านางสาวยิ่งลักษณ์อยู่ที่ไหน ในประเทศหรือต่างประเทศ ส่วนการที่ศาลออกหมายจับแล้วหากนางสาว ยิ่งลักษณ์ เดินทางมาพบศาลก่อนวันที่ 27 กันยายน นี้ ซึ่งเป็นวันที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีจำนำข้าวจะทำให้ศาลเพิกถอนหมายจับหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล

ทั้งนี้ได้มีกระแสข่าวออกมาว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์นั้นได้เดินทางหนีออกนอกประเทศไปตั้งแต่ก่อนวันตัดสินคดีแล้ว ซ้ำรอยพี่ชายอย่างนายทักษิณ ชินวัตรที่เดินทางออกนอกประเทศไประหว่างที่กำลังมีการดำเนินคดีที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก ทักษิณและภริยา เดินทางไปต่างประเทศ หลังจากนั้นศาลอ่านคำวินิจฉัยว่า ทักษิณมีความผิดในคดีทุจริตที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษกและคดีปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัท เอสซีแอสเซท จำกัด (มหาชน) ในเครือชินคอร์ป ทักษิณจึงไม่เดินทางกลับมายังประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งเป็นเวลากว่า9ปีแล้วจนถึงปัจจุบัน

ในทัศนะตนนอกจากเห็นใจ เข้าใจ ยังคิดว่าเป็นทางเลือกที่ดี อาจจะไม่ถูกใจคนจำนวนหนึ่ง คนบางส่วนอาจเรียกร้อง อาจถึงที่สุดมากกว่านี้ก็ได้ ในทัศนะยังคิดว่าทำดีที่สุดแล้ว ในแง่ทัศนะมองกันได้ แต่สิ่งที่คุณยิ่งลักษณ์ทำ แม้ใช้คำว่าหนี แต่ในสงครามการต่อสู้ การหนีก็เป็นกลยุทธ์ใน 36 กลยุทธ์โบราณหนีเป็นกลยุทธ์ข้อสุดท้าย ถามว่าหนีแล้วต่อสู้หรือไม่ หนีไม่ได้หมายความว่าไม่สู้ ไม่ได้หมายว่ายอมจำนน ที่บอกจะต้องยอมตายในสนามประชาธิปไตยไม่จำเป็นต้องตาย ยังสู้ได้


ทางด้านแกนนำนปช.อีกคนอย่างนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อก็ได้เคลื่อนไหวหลังกลับจากการไปให้กำลังใจน.ส.ยิ่งลักษณ์แต่ไร้เงา ระบุถึงเหตุการณ์ที่ได้เจอน.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2560 ว่า ผมไม่เคยไปรับฟังการพิจารณาคดี แต่วันนั้นผมไปรอให้กำลังนายกฯปูร่วมกับประชาชนและแกนนำพรรคเพื่อไทยแต่เช้า

เธอลงจากรถทักทายประชาชน ให้สัมภาษณ์กองทัพสื่อมวลชน และหันกลับเดินมาจะเข้าห้องพิจารณาคดี เห็นผมยืนอยู่ตรงนั้น นายกฯปูเข้าสวมกอดทันที
ผมรู้สึกได้ว่าตัวเธอสั่น และมีน้ำตา...เธอถอนตัวออกมา มองหน้าผมแล้วบอกว่า"ดีใจที่มา" แล้วสวมกอดอีกครั้ง

ที่จริงผมไม่เคยไปไหนเลย เคียงข้างและให้กำลังใจเธอตลอดมาตั้งแต่ครั้งเดินสายหาเสียงร่วมกันตลอด 49 วัน และทำหน้าที่ผ่านสถานการณ์ต่างๆมากมาย ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี

ท่านนายกฯครับ...ผมเข้าใจท่าน เห็นใจท่านครับ จนใจที่ไม่อาจทำอะไรให้ได้มากไปกว่าที่ทำอยู่นี้รักษาตัวนะครับ จนกว่าวันเวลาของท่านจะมาถึง

จากกรณีดังกล่าวนั้นดูจะสอดคล้องกับบทกลอนของดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ที่ได้ออกมาฟาดกลอนแรงโดยระบุว่าแต่งถึง "ไอ้แดง" เด็กข้างบ้าน ซึ่งใครหลายคนอ่านแล้วก็มีคำตอบอยู่ในใจว่าใครคือไอ้แดงที่ดร.เปรียบถึง โดย มีรายละเอียดดังนี้
#สงสารไอ้แดง

สงสารไอ้แดง แหกปากเต้น เห็นจะบ้า
พ่อของมัน ก็หนีหน้า ไปเมืองนอก
แม่มันก็ ทิ้งผัวหนี จากบางกอก
แถมพี่ชาย ร่วมคอก ก็ติดคุก

เพื่อนซี้ของมัน ก็ถูกจับ กลับกรงขัง
มันเลยคลั่ง นั่งสำราก ปากขยุก
ป้าแก่ของ มันก็บ้า น่าทนทุกข์
เพ้อพล่ามด่า ขากระตุก ตะเกียกตะกาย

ลุงที่เป็นหมอ ก็บ้า พูดจาไม่รู้เรื่อง
บ่นพล่ามเรื่อง สีเหลือง เคืองขัดหลาย
ญาติของมัน เป็นโรคแปลก "แดกเสร็จตาย"
เมื่อวานก็ได้ยิน ข่าวแม่ยาย มันมีชู้

น่าสังเวช ไอ้แดง เด็กข้างบ้าน 
ดูเหมือนจะ มีอาการ น่าอดสู
เห็นกำนัน ไปเชิญ อบต. หมอ และครู
มาร่วมกัน ตรวจดู อาการมัน

มันเป็นหนัก ขู่เสียงโหด กระโดดเต้น
ทุกคนลง ความเห็น เป็นเอกฉันท์
เป็นแบบนี้ มันคงตาย หายไม่ทัน
ต้องช่วยกัน จับขังกรง ส่งเทศบาล

จักษ์ พันธ์ชูเพชร
๑ กันยายน ๒๕๖๐

 

 

อ้างอิง ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล