สารเลวหาใดเปรียบ !!! "ไพศาล" เดือดดาล "ยิ่งลักษณ์" ชิ่งศาล....ขบวนการชั่วแหกตากันเอง!

Publish 2017-08-28 14:27:24

วันที่ 25 ส.ค. 2560 วันชี้ชะตาตัดสินคดีจำนำข้าวของนางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยมีประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อย่างหนาตา ในขณะเดียวก็ยังคงมีประชาชนทยอยเดินทางมากันเรื่อยๆ โดยบางคนใส่เสื่อ ถุงมือ เพื่อแสดงสัญลักษณ์



แต่ทว่าท้ายที่สุดแล้วนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่เดินทางมารับฟังการคำพิพากษา อ้างว่าน้ำในหูไม่เท่ากัน ล่าสุดศาลออกหมายจับแล้ว พร้อมยึดหลักทรัพย์ประกันตัว 30 ล้านบาท และนัดอ่านคำพิพากษาอีกครั้ง 27 กันยายน 2560 ในเวลา 09:00 น. หากนางสาวยิ่งลักษณ์ไม่เดินทางมา ศาลอาจจะมีการพิจารณาพิพากษาลับหลังจำเลยได้

ซึ่งนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความ นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเปิดเผยภายหลังจากรับทราบว่านางสาว ยิ่งลักษณ์ ถูกศาลออกหมายจับเนื่องจากไม่เดินทางมาศาลเพื่อรับฟังคำพิพากษาวันนี้ว่า ตัวเองก็เพิ่งได้รับทราบว่านางสาวยิ่งลักษณ์ ป่วยเป็นโรคน้ำในหูไม่เท่ากันเมื่อเวลาประมาณ 8.00 น. ของเช้าวันนี้ โดยเป็นการติดต่อผ่านตัวแทนของนางสาว ยิ่งลักษณ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ไม่ทราบมาก่อนว่า นางสาว ยิ่งลักษณ์ มีอาการป่วยเพราะช่วง 2-3 วัน ที่ผ่านมา จะติดต่อนางสาว ยิ่งลักษณ์ ผ่านทางตัวแทนเท่านั้น ทั้งนี้ สาเหตุที่ไม่ได้มีการนำใบรับรองแพทย์มายืนยันต่อศาลนั้น เนื่องจากเป็นเหตุฉุกเฉินและเพิ่งได้รับทราบ

อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถยืนยันได้ว่านางสาวยิ่งลักษณ์อยู่ที่ไหน ในประเทศหรือต่างประเทศ ส่วนการที่ศาลออกหมายจับแล้วหากนางสาว ยิ่งลักษณ์ เดินทางมาพบศาลก่อนวันที่ 27 กันยายน  ซึ่งเป็นวันที่ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีจำนำข้าวจะทำให้ศาลเพิกถอนหมายจับหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล แต่ทว่าขณะนี้ยังไร้วี่แววน.ส.ยิ่งลักษณ์ และมีกระแสข่าวว่าได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว


จากกรณีที่เกิดขึ้นไพศาล พืชมงคลได้ตั้งข้อสังเกต7ข้อต่อการหนีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่าเหมือนเป็นafter shock สร้างความสั่นสะเทือนหนักถึงตัวเธอรวมถึงพรรคเพื่อไทยด้วย

ข้อสังเกตจากการหนีของยิ่งลักษณ์

1.การลงทุนลงแรงสร้างภาพว่าเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยพังทะลายทั้งหมด ถึงคราวคับขันก็หนีเอาตัวรอดแต่คนเดียว พรรคพวกติดคุกเรียบ

2.การเถียงคอเป็นเอ็นและชวนบริวารให้เชื่อว่าโครงการจำนำข้าวไม่ผิด มีประโยชน์ ถูกศาลชี้ว่าผิด โกง ติดคุกหนักกันทุกคน

3. ที่ให้คำมั่นสัญญากับสื่อทั้งในและต่างประเทศว่าจะไม่หนีนั้น ในที่สุดก็หนี สื่อและชาวโลกย่อมรับรู้ว่ามีสัจจะเขื่อถือได้ไหม

4.ที่สร้างภาพลักษณ์ว่าจะเป็นอองซาน ซูจี เมืองไทย จะต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยวแม้ติดคุกก็ยอมนั้น ได้รับการพิสูจน์ในครั้งนี้แล้วว่าเทียบกันได้หรือไม่ ใครเป็นวัวใครเป็นอึ่งอ่าง

5.แม้หนีไปแล้วยังให้ทนายความไปแถลงต่อศาลว่าป่วยมาศาลไม่ได้ คนทั้งหลายย่อมคิดว่าขนาดหนีไปแล้วทำไมต้องโกหกศาล โกหกแฟนคลับที่มาให้กำลังใจ

แต้มนี้พลาดเอามากๆ

6. after shock ยังมีอีก เพราะการหนีย่อมมีคนเกี่ยวข้อง ใครช่วยเหลือในการหลบหนีซ่อนเร้น มีความผิดทางอาญา โทษจำคุก ที่เที่ยวออกคลิปอะไรต่อมิอะไรระวังจะเป็นหลักฐานนะครับ

7.การหนีของยิ่งลักษณ์จะกระทบงานของเพื่อไทยไม่เบาแน่

เหล่านี้ย่อมประมวลประเมินได้ว่าการหนีคือการแพ้ยับ แต่ไม่หนีก็คงไม่ได้ เพราะคนระดับยิ่งลักษณ์ก็เช่นเดียวกับคุณทักษิน ที่ไม่มีวันยอมติดคุกหรอก
เหล่านี้ย่อมเป็นบทเรียนแก่ผู้มีอำนาจทั้งปวงที่มักลืมตัวเคลิ้มหลงไปกับคำยอคำลวงและการเอาใจตามใจของพวกเจ้าเล่ห์ ไม่เชื่อเพืี่อนและคำเตือนของบัณฑิต วันหนึ่งเมื่อพ้นจากอำนาจก็อาจมีชะตากรรมเช่นนี้
พระพุทธองค์จึงทรงสอนว่าการมีผู้เตือนคือลาภอันประเสริฐ

ล่าสุดได้โพสต์ถึงขบวนการแหกตากันเอง เพื่อช่วยเหลือให้น.ส.ยิ่งลักษณ์หลบหนี สร้างความชอบธรรมในการไม่ไปฟังคำตัดสินของศาล และได้ประนามการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการกระทำที่สารเลวหาใดเปรียบ

ไม่มีความสมเพทเวทนาใดเสมอด้วยความสมเพทเวทนาที่แหกตาพวกกันเอง โดยที่คนแหกตาก็รู้ดีอยู่แล้วว่าผิดชอบชั่วดีเป็นอย่างไร

ตอนนี้ตั้งขบวนแหกตาพวกเดียวกันเองเพื่อสร้างความชอบธรรมในการหนีไม่ไปฟังคำตัดสินของศาลด่าว่าศาลสารพัดที่จะด่าและยังพาดพิงสถาบันเบื้องสูงอีกด้วย

ก็คอยดูกันว่าสามารถพลิกชั่วเป็นดี พลิกการหนีคุกเป็นวีรกรรมได้หรือไม่สารเลวหาใดปานมิได้จริงๆ

 

 

อ้างอิง Paisal Puechmongkol

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล