บอกได้คำเดียวว่ามันเด็ดมาก!!เคล็ดลับเด็ดกินทุเรียนอย่างไรไม่ให้อ้วน แถมยังลดไขมัน ทำให้แก่ช้า รู้แล้วรีบแชร์ต่อ

บอกได้คำเดียวว่ามันเด็ดมาก!!เคล็ดลับเด็ดกินทุเรียนอย่างไรไม่ให้อ้วน แถมยังลดไขมัน ทำให้แก่ช้า รู้แล้วรีบแชร์ต่อ

Publish 2017-07-02 11:37:48

ความน่าเกรงขามอย่างหนึ่งของทุเรียนคือ “กินแล้วอ้วน” ชวนให้ผู้รักสุขภาพ แต่ก็รักทุเรียนไม่น้อย หลายท่านบ่นอุบว่าไม่กล้ากินหรือจะกิน ก็ต้องกินแบบเกรงอกเกรงใจแทบจะสะกิดพูกินกัน ซึ่งที่จริงการกินแบบไม่เสี่ยงเพิ่มพุงให้ยุ่งยากของทุเรียนก็คือไม่ควรกินมากเกินไป

 



1) กินไม่เพิ่มพุง

ความน่าเกรงขามอย่างหนึ่งของทุเรียนคือ “กินแล้วอ้วน” ชวนให้ผู้รักสุขภาพ แต่ก็รักทุเรียนไม่น้อย หลายท่านบ่นอุบว่าไม่กล้ากินหรือจะกิน ก็ต้องกินแบบเกรงอกเกรงใจแทบจะสะกิดพูกินกัน ซึ่งที่จริงการกินแบบไม่เสี่ยงเพิ่มพุงให้ยุ่งยากของทุเรียนก็คือไม่ควรกินมากเกินไป

และที่สำคัญคือ ไม่ควรกินกับอาหารแป้งหรือของหวานอื่นๆ บ่อยนัก เช่น กินทุเรียนแล้วก็ไม่ต้องซ้ำด้วยของหวานอื่น หรือถ้าจะกินทุเรียนมื้อนี้ ก็ควรกินข้าวให้น้อยแล้วเผื่อท้องไว้แทน รวมถึงไม่ควรกินข้าวเหนียวทุเรียนที่อร่อยหวานมันบ่อยนัก

 

2) กินลดไขมัน

ใครว่าทุเรียนมีแต่น้ำตาลกับแป้งก็ผิดถนัดเพราะในความหวานมันและกลิ่นแรงของมันนั้นมีสารเคมีธรรมชาติที่ช่วยลดไขมันได้จากการวิจัยครับ

โดยการทดลองชี้ให้เห็นว่าสารสำคัญในทุเรียนหมอนทองมีส่วนช่วยลดไขมันในเลือดได้ แต่ทั้งนี้อยู่ที่การกินในปริมาณที่เหมาะสมและต้องคุมอาหารอย่างอื่นๆ ด้วยนะครับ

เพราะการกินหมอนทองแสนอร่อยทีเดียวหลายพูแล้วก็นั่งอืดอยู่ ไม่สามารถช่วยให้สุขภาพดีได้เลยครับ

 

3) กินกับผลไม้คู่

พ่อแม่ปู่ย่าเราท่านมีเคล็ดดีๆ ที่น่าประทับใจหลายอย่าง โดยเฉพาะกับเรื่องทุเรียนนี้ท่านว่าให้กินกับ “มังคุด” เพราะท่านว่ามังคุดมีฤทธิ์เย็นช่วยต้านกับทุเรียนร้อนได้ดี ซึ่งเรื่องการกินคู่นี้เป็นสิ่งดียิ่งครับ

เพราะในมังคุดมีเส้นใยอาหารสูง มีสารต้านการอักเสบช่วยแก้เรื่องร้อนในและยังมีน้ำในปริมาณมาก ดังนั้นการกินทุเรียนกับมังคุดจึงเข้ากันดีช่วยสุขภาพราวกับกิ่งทองใบหยกจริงๆ ครับ

 

4) กินดับกลิ่น

ปัญหาสำคัญอีกเรื่องคือ กลิ่นที่แรงจัดของทุเรียน ซึ่งถ้าคนชอบก็ยังพอรับได้ แต่ถ้าคนไม่ก็จะกลายเป็นสิ่งชวนไม่ปลื้มทันที ในเรื่องกลิ่นนี้มาจากสารอินทรีย์กำมะถันในทุเรียน ซึ่งการแก้กลิ่นหลังกินทุเรียนนี้คงไม่ถึงขนาดทำให้ไร้กลิ่น แต่ก็พอช่วยบรรเทาไปได้

มีเทคนิคคือ กินฝรั่งห่ามๆ สัก 3-4 ชิ้น เคี้ยวใบสะระแหน่สด หรือสูตรโบราณท่านว่าให้ดื่มน้ำที่รินใส่เปลือกทุเรียน

 


 

 

5) กินช่วยลำไส้

ถ้าจะกินลูกไม้หนามแหลมนี้ให้ช่วยลำไส้ ขอให้อย่ารับประทานหนักเกินไป เพราะเนื้อทุเรียนจะหมักให้แก๊สทำให้อึดอัดท้อง

แต่อาจรับประทานแบบพอประมาณแล้วดื่มน้ำตามได้ หรือจะกินตอนท้องว่างก็ได้ เพราะจะช่วยระบายและไล่เชื้อในลำไส้ด้วยฤทธิ์ต้านจุลินทรีย์แบบธรรมชาติ ส่วนที่เปลือกมีของดีที่ใช้ฆ่าเชื้อฟันผุในช่องปากได้

 

6) กินชะลอวัย

ทุเรียนไม่ได้กินเพื่อประชดพุงอย่างเดียวนะครับแต่ยังช่วยกระชากวัยได้ด้วย เพราะในทุเรียนมีสารต้านสนิมแก่ที่สำคัญหลายตัวดังที่บอกไป อย่างโพลีฟีนอลส์ และฟลาโวนอยด์ ซึ่งมีพลังในการต้านอนุมูลอิสระที่โดดเด่น

นอกจากนั้นยังมีวิตามินที่ช่วยสุขภาพผิวพรรณอย่างเบต้าแคโรทีน วิตามินอี และวิตามินซีด้วย ขอท่านที่รักอย่าคิดว่าต้องเปรี้ยวจึงมีซีนะครับ เพราะทุเรียนก็มีกรดแอสคอบิกนี้เช่นกันซึ่งช่วยทำงานร่วมกับคอลลาเจนของท่านด้วย

 

7) กินเติมแร่ธาตุ

ในทุเรียนเนื้อเหลืองมีแร่ธาตุสำคัญที่ร่างกายคนเราขาดไม่ได้อาทิ ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม แมกนีเซียม ทองแดง และสังกะสีครบ

ท่านที่มีโลหิตจางขาดธาตุเหล็กก็กินทุเรียนอร่อยๆเ ป็นตัวเติมเหล็กได้ ส่วนท่านที่อยากบำรุงเส้นผมก็ได้ “ซิงก์” คือ แร่สังกะสีกับกำมะถัน ที่ช่วยสุขภาพผมที่มีอยู่ในทุเรียนได้

นอกจากนั้นถ้าไม่ได้ป่วยด้วยโรคไตเสื่อมหรือโรคหัวใจทุเรียน ก็เป็นแหล่งโพแทสเซียมที่ช่วยลดความดันได้ด้วยครับ

 

8) กินเลี่ยงกับยา

ท่านที่รับประทานยาประจำอยู่ขอให้จับตาดูนิดหนึ่งครับโดยเฉพาะกับท่านที่เป็น “เบาหวาน” เพราะทุเรียนมีผลให้น้ำตาลขึ้นในเลือดได้

ยิ่งทุเรียนสุกเนื้อเหลืองกลิ่นอวลยิ่งชวนให้น้ำตาลพุ่งปรี๊ดกลายเป็นคนหวานมากแทนอ่อนหวานไปส่วนในท่านที่มีไขมันสูงก็ควรจำกัดปริมาณรับประทานให้เหมาะสมด้วย

นอกจากนั้นขอเสริมการกินทุเรียนกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นสิ่งที่ไม่ดีมีผลต่อสุขภาพแน่ ขออย่าทานร่วมกันครับ

 

9) กินเติมวิตามินบี

ทุเรียนเป็นแหล่งใหญ่ของ “วิตามินบี” ทั้งบี1 บี2 บี3 บี5 และ บี6 ซึ่งช่วยร่างกายเราในการเมตาโบลิซึมคาร์โบไฮเดรต เป็นวิตามินที่ขาดแล้วจะมีปัญหาทันที

นอกจากนั้นท่านที่รับประทานเนื้อสัตว์น้อย อาจรับประทานทุเรียนเป็นแหล่งวิตามินบีที่แทนได้ครับ

 

10) กินเพิ่มพลังงาน

ถ้าใครอยากได้พลังงานเร็วๆ เข้าสู่ร่างกายทุเรียนจัดเป็นแหล่งพลังงานสูงเลยครับ ซึ่งขุมพลังจากลูกหนามนี้มาจากคาร์โบไฮเดรต น้ำตาล และไขมันที่มีอยู่เช่นเดียวกับเพื่อนผลไม้อย่างกล้วย ขนุน หรืออโวคาโด

การรับประทานทุเรียนหลังอาหารมื้อใหญ่อาจทำให้ท่านอิ่มเกินไปจนจุก จึงขอให้วางแผนก่อนกินโดยการลดข้าวและแป้งลง ถ้าหลังจากนั้นจะกินทุเรียนเป็นของหวาน
 


โดย นพ.กฤษดา ศิรามพุช

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สถาพร เกื้อสกุล