ดราม่าจัดหนัก !!! เพจดังชำแหละ "กฎหมายนั่งท้ายกระบะ" .... จู่ๆมาหักดิบก็เป็นอย่างที่เห็น (รายละเอียด)

Publish 2017-04-05 17:29:58

เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันยกใหญ่ในสังคมไทย จากกรณีมาตรการบังคับใช้กฎหมาย โดยให้ผู้โดยสารจะต้องรัดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งในรถทุกประเภท ที่ทำการจดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบก ตามคำสั่งกฎหมาย ม.44 กรณีรถกระบะแบบมีแคปว่า สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้หรือไม่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบก ได้อธิบายและชี้แจงตรงกันว่า ไม่ใช่แค่ห้ามนั่งท้ายกระบะ แต่ตรงช่วงแคป ก็ห้ามนั่ง ซึ่งก็มีใครหลายๆคนออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงไม่เห็นด้วยกับมาตรการนี้สักเท่าไหร่นัก และก่นด่ารัฐบาลกันยกใหญ่
 



ล่าสุดเพจดังอย่าง Drama-addict ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าว ระบุว่า 

ไอ้เรื่องดราม่าห้ามนั่งหลังกะบะ ห้ามนั่งแคปนี่ มันมีประเด็นซ้อนทับกันหลายอัน ต้องค่อยๆแยกประเด็น
อย่างแรก ถ้าว่ากันตามหลักความปลอดภัย มันก็อันตรายจริงนั่นแหละ และตามกฏหมายมันมีระบุไว้ค่อนข้างชัดเจนนานมากละ เกือบสามสิบปีได้
ปัญหาคือ มันไม่มีการบังคับใช้จริงจังไง ตำรวจก็กวดขันมั่งไม่กวดขันมั่ง ประชาชนก็ไม่รู้ว่ามันผิดกฏหมาย

ก็ทำตามๆกันไป จนกลายเป็นวิถีประชาที่เราทำกันมาร่วมสามสิบปีแล้ว อันนี้สมัยเด็กๆจ่าก็ทำบ่อยนะ นั่งหลังกะบะ กับนั่งแคปเนี่ย แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาก็อันตรายน่าดู

ดังนั้นถ้าเอาตามมาตรฐานจริงๆ ก็ควรกวดขันกันให้ชัดเจน อันนี้เป็นประโยชน์กับประชาชนเอง
แต่ปัญหาคือ อย่างที่บอกว่าคนไทยทำแบบนั้นกันมานานมากแล้ว

จู่ๆจะให้หักดิบ ห้ามทำเลย ก็อย่างที่เห็นครับ กระแสตีกลับกันโครมๆ มันต้องค่อยเป็นค่อยไป นี่เป็นเรื่องของมวลชน เรื่องของการบริหารบ้านเมือง ไม่ใช่การดูแลกองร้อยที่สั่งให้ลูกน้องซ้ายหัวขวาหันแล้วก็ทำตามคำสั่งหมดโดยไม่อิดออดหรือกังขาในคำสั่งนั้น

ถ้าจะบังคับใช้กันควรค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆให้ความรู้กันว่าทำไมการนั่งกะบะหลังจึงไม่ควร มันอันตรายยังไง เวลาเกิดอุบัติเหตุจะเป็นยังไง กำหนดเส้นตายว่าเดี๋ยวเราจะเริ่มกวดขันจริงๆในกี่เดือนกี่ปีก็ว่ากันไป แล้วระหว่างนั้นก็ให้ประชาชนค่อยๆปรับตัว

หรือในกรณีที่มีประชาชนนั่งกะบะหลังไม่ได้ แล้วจะเดินทางกลับ ตจว. ยังไงช่วงหยุดยาว อันนี้จะมากำปั้นทุบดินว่า นั่งกะบะไม่ได้ ก็นั่งรถตู้ นั่งรถทัวร์ นั่งรถไฟกลับบ้านเด่ะ
ไอ้คนพูดนี่มึงมาต่อคิวซื้อตั๋วรถไฟเหมือนชาวบ้านก่อนตะแล้วค่อยพูดแบบนั้น

มึงต้องจัดสรรและบริหารขนส่งมวลชนให้พอเพียงกับประชาชนด้วย ไม่ใช่พอถึงเวลาก็ให้คนไปขี่คอซ้อนทับกันบนรถไฟ อนาถตายห่า

สรุป ไอ้เรื่องนโยบายห้ามนั่งกะบะห้ามนั่งแคบไรนี่
มันก็เป็นบททดสอบของรัฐบาลอันนึงนั่นล่ะครับ ว่ามีกึ๋นแค่ไหน ที่จะสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ ซึ่งจากกระแสตอบรับที่ผ่านมาก็ได้พิสูจน์แล้วว่า...............


โดยตามที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแจงมาตราตามมาตรา 44 ฉบับที่ 14/2560 เรื่องมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฏหมายว่าการจราจรเพื่อควบคุมวินัยจราจรอย่างเข้มข้นนั้น เพื่อความปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์จึงขอชี้แจ้งเพิ่มเติมดังนี้

1. การนำรถปิกอัพขนน้ำไปสาดกันช่วงสงกรานต์ โดยมีการนั่งกระบะท้ายผ่านไปตามถนนหลวงนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคงไม่สามารถอนุญาตได้ แต่พร้อมจะอะลุ้มอล่วย โดยให้รถบรรทุกน้ำและมีผู้โดยสารอยู่ที่กระบะท้ายได้ เฉพาะในกรณีที่อยู่ในพื้นที่โซนที่อนุญาตให้เล่นน้ำและให้รถเคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆเท่านั้น

2.ขณะขนน้ำไป ขอให้นั่งในรถและเมื่อถึงที่แล้ว ขอให้จอดรถแล้วค่อยลงมาเล่นที่กระบะหลัง

3.หากจะเล่นสาดน้ำแบบวิ่งไปด้วย ก็ขอให้เล่นอยู่ภายในพื้นที่หมู่บ้าน หรือชุมชนอย่าขึ้นไปเล่นบนถนนหลวงสายหลัก จึงขอความร่วมมือในการปฏิบัติตามตามกฎจราจรและมาตรการต่างๆ อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยในการสัญจรทางถนนของส่วนรวม   จากการชี้แจงในประเด็นดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ ทำให้มองเห็นว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องการที่จะลดการสูญเสียจากการเกิดอุบัติเหตุมากกว่า ที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดโดยผ่อนผันให้ทุกคนยังคงเล่นสาดน้ำ บรรทุกน้ำกันได้ตามบรรยากาศของสงกรานต์ในชุมชน หรือย่านใจกลางเมืองถนนสายหลัก ยกเว้นบนถนนหลวงที่รถใช้ความเร็วห้ามนั่งกระบะท้ายเล่นน้ำ หรือระหว่างขนน้ำ เพื่อความปลอดของตัวท่านเอง และไม่เสี่ยงต่อการขัดข้อกฎหมายช่วงเทศกาลสงกรานต์ของปีนี

 

 

 

อ้างอิงข้อมูล เพจเฟสบุ๊ค Drama-addict


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

สินีนุช บรรเจิดธนากุล