เสียทั้งประเทศ!! คดี"ธัมมชโย"ฝั่งนึงไม่ยอมรับกฎหมาย...อีกฝั่งบังคับใช้กฎหมายไม่ได้...เรื่องนี้จะจบลงตรงไหน?? เป็นคำถามที่คาใจคนทั้งประเทศ

Publish 2016-11-28 14:46:55

ในรายการ ทีนิวส์ สด ลึก จริง วันที่ 28 พ.ย. 59 ความคืบหน้า คดีธัมมชโย

พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล 4 ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าหลังผลการเจรจากับตัวแทนคณะศิษยานุศิษย์และพระลูกวัดของวัดพระธรรมกาย ในการขอให้พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เข้ามอบตัวกรณีศาลจังหวัดสีคิ้วอนุมัติหมายจับพระธัมมชโยกรณีบุกรุกพื้นที่ป่าในการก่อสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม เวิลด์พีซ วัลเล่ย์ เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ว่า ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 25 พ.ย. จนถึงขณะนี้ ตำรวจยังไม่ได้รับการประสานจากคณะตัวแทนที่เข้าร่วมเจรจาดังกล่าวว่าพระธัมมชโยจะเข้ามอบตัวหรือไม่ แต่จากการพูดคุยกับทางตัวแทนคณะศิษยานุศิษย์และพระลูกวัดของวัดพระธรรมกาย พบว่ามีความเห็นเป็น 2 ฝ่าย คือส่วนหนึ่งอยากให้พระธัมมชโยอยู่มอบตัว แต่อีกส่วนยังไม่อยากให้มอบตัว โดยต้องรอความชัดเจนในวันที่ 28 พ.ย. ที่จะประสานงานกันอีกครั้ง

“หากผลการเจรจามอบตัวไม่ประสบความสำเร็จ จะดำเนินการอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่จะเป็นผู้สั่งการ” พล.ต.ต.ชยพลระบุ

โดยเส้นตายของ พล.ต.อ.ศรีวราห์นั้น กำหนดให้พระธัมมชโยเข้ามอบตัวในวันที่ 30 พ.ย.นี้



ขณะเดียวกัน ในวันจันทร์ที่ 28 พ.ย.นี้ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เพื่อเตรียมวางแผนในการเข้าปฏิบัติการเข้าวัดพระธรรมกาย เพื่อนำตัวพระธัมมชโยมาส่งฟ้องศาลตามคำสั่งของ อสส. แต่ปัญหาสำคัญขณะนี้คือ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถขอหมายค้นได้ เนื่องจากยังไม่รู้ที่อยู่ที่แน่ชัดของพระธัมมชโยว่าพักอยู่ตรงจุดไหนของวัดพระธรรมกายกันแน่ แม้ว่าคณะศิษยานุศิษย์อ้างว่ายังอยู่ภายในวัด และยังมีอาการป่วยหนัก
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ดีเอสไอมีแผนปฏิบัติการอยู่แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์และประสานขอความร่วมมือกับตำรวจอย่างใกล้ชิด หากพระธัมมชโยยังประสงค์จะเข้ามอบตัว ดีเอสไอก็พร้อมรับมอบตัว และนำตัวส่งพนักงานอัยการ โดยอำนาจการให้ประกันตัวหรือไม่ ถือเป็นดุลยพินิจของพนักงานอัยการ เพราะสำนวนคดีอยู่ในขั้นตอนของอัยการแล้ว อย่างไรก็ตาม กรณีผู้ต้องหาตามหมายจับประสงค์เข้ามอบตัว ย่อมแสดงให้เห็นว่ามีเจตนาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตามหลักกฎหมายจึงไม่มีเหตุให้ต้องคัดค้านการประกัน
 


ส่วนทางด้าน นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ห้องแก้วสารพัดนึก สภาธรรมกายสากล ยืนยันว่า คณะศิษยานุศิษย์ที่มาวัดพระธรรมกายขณะนี้ทุกคนต่างรักสงบ สันติ ไม่นิยมความรุนแรง ไม่ข้องเกี่ยวการเมือง มาวัดเพื่อร่วมกันประพฤติปฏิบัติธรรม สวดมนต์ รักษาศีล นั่งสมาธิ เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งคณะศิษย์ได้กระทำมาโดยต่อเนื่อง ตั้งแต่ครั้งพระองค์ท่านทรงพระประชวรอยู่

“ขอปฏิเสธว่าศิษย์วัดพระธรรมกายไม่ได้มาวัดเพื่อสร้างกำแพงมนุษย์ หรือมีความพยายามข่มขู่เป็นคู่ขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่รัฐหรือใครๆ ตามที่อาจมีผู้พยายามสร้างภาพหรือกล่าวหา ขอความเห็นใจอย่าพยายามนำคณะศิษย์และวัดพระธรรมกายเข้าไปสู่ความขัดแย้งใดๆ ทั้งสิ้น ทุกคนมาวัดเพื่อปฏิบัติธรรม ปล่อยวางจากความวุ่นวายทางโลก มาค้นหาให้พบความสุขสงบทางธรรม” นายองอาจกล่าว
นอกจากนั้น ในเฟซบุ๊กสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ยังได้นำคำให้สัมภาษณ์นายองอาจที่ให้สัมภาษณ์ช่องทาง ART Channel ผ่านเว็บไซต์ยูทูบมาเผยแพร่อีกครั้ง พร้อมติดแฮชแท็กระบุว่า ช่วยกันแชร์ความจริง โดยนายองอาจระบุว่า ตอนนี้มีสื่อมวลชนบางท่านบางสำนักได้นำข้อมูลข่าวสารที่สัมภาษณ์ไปสู่สาธารณชน และมีการใช้ถ้อยคำที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด และคลาดเคลื่อนไปจากความตั้งใจจริง โดยพาดหัวข่าวต่างๆ ที่ใช้คำว่าขู่บ้าง ใช้คำว่าไล่กลับไปกวาดบ้าน ไปเก็บกวาดบ้าน หรือแม้กระทั่งถ้อยคำที่นำไปสู่ความรุนแรงเสมือนคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายตั้งแนวรบ ตั้งธงเป็นปรปักษ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น ต้องขอชี้แจงว่าไม่ใช่ความเป็นจริง ไม่ใช่ความตั้งใจและด้วยความบริสุทธิ์ใจของตนเอง

“ขอร้องสื่อมวลชนบางท่าน บางสำนัก ที่พยายามสร้างบรรยากาศให้เกิดเป็นลักษณะคู่ปรปักษ์หรือคู่ขัดแย้ง คณะศิษยานุศิษย์ฯ ไม่ได้ปรารถนา แม้เคยกล่าวประเด็นคำว่าอย่าทำให้ศิษย์ตกใจ แต่คำว่าตกใจจริงๆ แล้วก็เป็นคำที่เราใช้กันอย่างปกติ บางท่านเอาไปผูกโยงกับประเด็นทางการเมือง ซึ่งลูกศิษย์วัดพระธรรมกายนั้น เมื่อเข้าวัดยึดถือกฎระเบียบของวัดอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะข้อที่ว่าห้ามยุ่งเกี่ยวกับการเมืองหรือห้ามทำกิจกรรมทางการเมืองที่วัด” นายองอาจกล่าว

นายองอาจยอมรับว่า อาจอ่อนด้อยทางด้านเนื้อหาสาระทางการเมือง แต่ความตั้งใจที่ได้กล่าวไปนั้นเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ ด้วยคำพูดบ้านๆ สไตล์ตนเองที่ไม่ได้มีความซับซ้อนในจิตใจ ในขณะเดียวกันที่พูดไปว่าตกใจและมันก็อาจเกิดความวุ่นวายขึ้น ซึ่งก็เป็นปกติเวลาเราตกใจอะไร เราก็จะควบคุมกลุ่มคนหรือทำให้ความสงบเรียบร้อยมันเกิดขึ้นก็จะยากขึ้น มันก็เป็นเหตุเป็นผล ที่พูดอย่างนั้นก็เพื่อขอความเห็นใจ เพื่อขอความเป็นธรรม เพื่อที่จะให้ทุกท่านนั้นได้โปรดอย่าได้ก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้

“ไม่ได้ท้าทาย ไม่ได้ต้องการเป็นปรปักษ์กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ดีเอสไอ หรือใครก็ตาม ผมมีความปรารถนาที่จะร่วมสร้างบรรยากาศที่ดีในการประพฤติปฏิบัติธรรม ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายถ้าจะตกใจจริงนั้น ก็ทำได้อย่างเต็มที่โดยการสวดมนต์ นั่งสมาธิ ปฏิบัติธรรม และถ้าจะมากไปกว่านั้นก็แผ่เมตตา ทำได้เพียงเท่านี้ จะทำอะไรไปได้มากกว่านี้” นายองอาจกล่าว และว่า ท่านที่พยายามจะเร้าให้เกิดเป็นบรรยากาศความขัดแย้ง โปรดหยุด เหมือนกับที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า อย่าไปยุให้เกิดเรื่อง ให้เกิดความรุนแรง หรือให้ตีกัน ขอความอนุเคราะห์จากพี่น้องสื่อมวลชนที่รักและเคารพทุกท่าน ได้โปรดอย่านำตนเองเข้าไปร่วมในบรรยากาศท้าทาย ความขัดแย้ง และอย่าทำให้ตกเป็นจำเลยของสังคมเลย

โดย จิรศักดิ์ สำนักข่าวทีนิวส์

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

จิรศักดิ์ ทิตตยานนท์