ทนไม่ไหว!!! กลุ่มวอทช์ด็อกพร้อมทหาร บุกช่วย "สุนัข" ถูกเลี้ยงอย่างแออัดในบ้านขนาดเล็กกว่า 32 ตัว

Publish 2016-10-10 09:26:13


กลุ่มวอทช์ด็อกพร้อมทหาร บุกช่วยสุนัขถูกเลี้ยงอย่างแออัดในบ้านขนาดเล็กกว่า 32 ตัว ภายบ้านพบชายชราวัย 65 ปี เจ้าของ ไม่ยินยอมให้ตรวจค้น จนท.ต้องเกลี้ยกล่อมนาน 3 ชม. เผยไม่ไว้ใจกลัวคนเอาสุนัขของตนไปทำร้าย

วันที่ 9 ต.ค. 59 เมื่อเวลา 22.00 น. พ.ต.ท.ปัญญา เหล็กดี สารวัตรสอบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่ามีผู้เลี้ยงสุนัขอย่างแออัดร้องเสียงโหยหวนเป็นที่น่าเวทนาจำนวน 32 ตัวอยู่ภายในบ้าน ต.ระแหง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จึงไปตรวจสอบพร้อม ร.ท.มนตรี ภมรพล นยน.ปตอ.พัน1 รอ. ทหารชุดรักษาความสงบในพื้นที่อ.ลาดหลุมแก้ว และอาสาสมัครศูนย์เหยี่ยวเวหาปทุมธานี

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบ้านหลังดังกล่าว พบเป็นบ้านชั้นเดียวบนพื้นที่ 60 ตารางวา สภาพภายในบ้านมีกลิ่นเหม็นจากฉี่และมูลสุนัข มีรั่วกั้น ไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปา ข้างบ้านมีกองขยะกองใหญ่ สภาพรอบบ้านมีกลิ่นเหม็นรุนแรงและมีเสียงสุนัขเหาหอนตลอดเวลา

เจ้าของบ้านชื่อนายเจริญชัย พวงศรี อายุ 65 ปี ไม่ยินยอมให้ตรวจค้นเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการเจรจากว่า 3 ชั่วโมง โดยอาศัยอำนาจตาม ม.44 ของ คสช.นำโดยทหารชุดรักษาความสงบในพื้นที่ อ.ลาดหลุมแก้ว ได้เข้าตรวจค้นภายในบ้านหลังดังกล่าว พบภายในบ้านสุนัขเพศเมียจำนวน 22 ตัว และลูกสุนัขเพศผู้จำนวน 4 ตัวและลูกสุนัขเพศเมียจำนวน 3 ตัว รวมมีสุนัข 32 ตัว ซึ่งพบว่ามีบางตัวบาดเจ็บและป่วย เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันจับสุนัขใส่กรงเพื่อขนย้ายไปที่วัดบ่อทองก่อนที่จะนำสุนัขไปรักษาต่อ

 




นายเจริญชัย พวงศรี กล่าวว่า สุนัขที่ตนเองเลี้ยงนั้นตนเองนำมาจากข้างถนนเป็นสุนัขจรจัดทั้งสิ้น ส่วนที่ต้องเอามาเลี้ยงไว้ภายในบ้านเพราะว่าเกรงว่าจะมีคนที่ไม่ชอบสุนัขหรือรำคาญจะมาวางยาให้สุนัขตาย ซึ่งตนเองได้เลี้ยงภายในบ้านแบบนี้มากว่า 10 ปี ไม่เคยมีปัญหาอะไร ถึงผ่านจะมีบางคนได้นินทาว่าตนกินเนื้อสุนัขหรือนำเนื้อสุนัขไปขายก็ตามแต่ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น ตำรวจ สภ.ลาดหลุมแก้วต้องมาจับตนเองเพื่อดำเนินคดีที่ทารุณสัตว์นานแล้ว ทั้งนี้ตนเองยินดีที่จะให้สุนัขไปเลี้ยงต่อ แต่ที่ไม่ยอมในตอนแรกนั้นเพราะว่าตนเองไม่ไว้ใจว่าจะเอาสุนัขของตนไปทำร้าย

ด้านนายพีระบุญ เจริญวัย เครือข่ายวอทช์ด็อก ไทยแลนด์ กล่าวว่า เมื่อช่วยสุนัขออกมาแล้วเราจะฉีดวัคซีนให้กับสุนัขทุกตัว ในส่วนตัวที่บาดเจ็บจะพาไปรักษา และจะหาบ้านให้สุนัขอยู่ต่อไป ซึ่งเมื่อนำสุนัขออกมาแล้วได้สำรวจดูภายในบ้านเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีสิ่งที่ส่อไปในทางทุจริต


ภาพ workpoint news



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ภัทราพร วโรภาสพิมาน