"จตุพร" ยัน ไม่เคยปกป้องคนผิด สะท้อน ป.ป.ช. ทำงาน 2 มาตรฐาน แนะให้ทำทุกเรื่องเหมือนจำนำข้าว (มีคลิป)

Publish 2016-09-20 12:07:36

วันที่ 20 กันยายน นายจตุพร พรหมพันธ์ ได้กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ว่า ในวันนี้เมื่อปี 2549 หลังการยึดอำนาจ พวกตนแถลงคัดค้าน ไม่ยอมรับการรัฐประหาร และจะต่อสู้ให้ได้ประชาธิปไตยโดยไม่หวั่นกลัวเกรงอำนาจใดๆ แม้เวลาจะผ่านมา 10 ปี ก็ตาม แต่เมื่อผู้มีอำนาจและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่ก้าวข้ามสังคมแบบ 2 มาตรฐานแล้ว ปัญหาจึงอยู่เหมือนเดิม และก่อแนวโน้มขยายเพิ่มเป็นเท่าทวีอีกด้วย

นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยึดอำนาจเมื่อ พ.ค. 2557 โดยอ้างถึงการปราบการคอรัปชั่น การสำรวจความนิยมจากผลโพลต่างๆ ได้รับความนิยมสูงมากคนเดียวถึงร้อยละ 63 เมื่อประชาชนเชื่อประเทศสงบแล้ว ยังสนับสนุนการปราบทุจริต แต่ขบวนการประกาศปราบทุจริต กลับโกงอำนาจ เลือกปฏิบัติ ไม่ทำหน้าที่อย่างเสมอภาคกัน

เวลา 10 ปีที่ผ่านมา หรือจะผ่านไปเป็น 20 ปีก็ตาม ถ้าการปราบทุจริตของ ป.ป.ช. ทำหน้าที่เพียงใส่ร้าย สร้างข้อหาเท็จเพื่อทำลายล้างพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามของผู้มีอำนาจ ไม่ใช่การปราบโกงอันก่อเกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง แต่ทำให้เกิดผลทางจิตวิทยากับประชาชนเท่านั้น เพราะละเลยที่จะจัดการทุจริตของพวกหรือฝ่ายของผู้มีอำนาจชัดเจน จึงสร้างปัญหาสะสมให้ประเทศเพิ่มทวีมากขึ้น

สิ่งที่ยังไม่จัดการความไม่ชอบพามากลกับการแจก สปก.4-01 เพื่อให้คนจนมีที่ดินทำกินนั้น แต่เลขารัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในสมัยหนึ่งนำไปแจกให้เศรษฐีและสามีตัวเองที่จังหวัดภูเก็ต มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาทนั้น ต่อมาศาลฎีกาพิพากษาให้ที่ดิน สปก.4-01 ตกเป็นการแผ่นดิน ส่วนรัฐมนตรีและเลขา รวมทั้งผู้เกี่ยวข้องอื่นไม่ถูก ป.ป.ช. ดำเนินคดีเล่นงานความผิด

ส่วนกรณีโครงการจำนำข้าว และการแต่งตั้งโยกย้ายนายถวิล เปลี่ยนศรี ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องรับผิดชอบทางการเมือง และถูกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ถอดถอนออกจากตำแหน่ง แต่โครงการแจก สปก.4-01 รัฐมนตรีและนักการเมืองที่เกี่ยวข้องไม่ต้องรับผิดชอบ จึงแสดงถึงกระบวนการยุติธรรมทาวงการเมืองที่ไม่เสนอภาคเท่าเทียมกันชัดเจน



นายจตุพร ยกกรณีองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) ที่สร้างความเสียหายให้ประเทศครั้งมโหฬารว่า การขายสินทรัพย์กว่า 9.5 แสนล้านบาท ประมาณ 3 แสนล้านบาท ขาดทุนประเทศเสียหายกว่า 6 แสนล้านบาท เมื่อรวมดอกเบี้ยทรัพย์สินเสียหายกว่า 2 ล้านล้านบาท แต่กรณีนี้ ป.ป.ช. กลับปล่อยคณะรัฐมนตรีเกี่ยวข้องทั้งหมดลอยนวล ไม่ใครต้องรับผิดใดๆ ทั้งที่เงินจากโครงการนี้ไปตกกับเศรษฐีที่ล้มบนฟูกและทุนข้ามชาติ โดยประชาชนไม่ได้ประโยชน์ หน่ำซ้ำกลับเสียภาษีไปช่วยอีก

นอกจากนี้การสร้างโรงพักตำรวจ 396 แห่งทั่วประเทศ โดยผู้รับเหมารายเดียวเป็นไปไม่ได้ ข้อเท็จจริงชัดเจนเช่นนี้ แต่ ป.ป.ช. กลับยิ่งเฉยไม่เร่งดำเนินการสอบสวนเอาผิดตามกระบวนการปราบโกงอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งเชื่อว่า แนวโน้มเรื่องนี้คงถูกปล่อยให้เงียบ หรือจนสิ้นอายุความการตรวจสอบ รวมทั้งกรณีโครงการประกันราคาข้าว และการชดเชยราคาพืซผล ซึ่งขาดทุนเต็มจำนวน แต่ป.ป.ช.ไม่สอบสวนโดยอ้างน้ำท่วมเอกสารสูญหาย แล้วเรื่องเงียบหาย รัฐมนตรีเกี่ยวข้องลอยนวลอีก

"เมื่อพิจารณาโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่ขาดทุนวันละ 3 ล้านบาท ยังไม่มีการหาคนทำให้ประเทศเสียค่าโง่จำนวนนี้ ป.ป.ช. ไม่กล่าวหาใครเป็นผู้รับผิดชอบโครงการที่ทำให้เสียหายเช่นนี้เลย อีกทั้งการซื้อ จีที 200 ที่มีต้นทุนการผลิตเพียงอันละ 700 บาท แต่ประเทศไทยซื้อถึง 4 แสน ถึงล้านกว่าบาท ซึ่งเป็นการซื้อแบบคนเสียสติ แล้ว ป.ป.ช. ก็เอาแต่รำวงตรวจสอบ แล้วที่สุดเชื่อว่า ลีลาแบบนี้จะลงท้ายว่า คนจัดซื้อไม่ผิดอีกตามเดิม เช่นเดียวกับการซื้อเรือเหาะกว่า 400 ล้านที่เหาะไม่ได้ ก็ยกคำร้อง แล้วแบบนี้บ้านเมืองจะหวังอะไรกันได้"

ส่วนโครงการขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ที่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ ที่กระทรวงการคลังกำหนดเงื่อนไขให้ทำเอง ห้ามจ้างผู้รับเหมาช่วงไปทำ แต่เกิดการกินค่าหัวคิวจากการรับเหมาช่วงมากมาย โครงการอุทยานราชภักดิ์ก็ไม่มีใครผิด แต่นายทหาร 2 คนที่หนีไปต่างประเทศกลับไม่คืนตำแหน่งหน้าที่ให้ตามเดิม ไม่เพียงเท่านั้น การโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการที่มีจำนวนมาก แต่ไม่มีใครต้องรับผิดชอบ ไม่มีปัญหา ส่วนกรณีแบบนี้ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีตรมว.กลาโหม ที่ย้ายปลัดกระทรวงกลาโหมต้องรับผิดชอบ แล้วถูก สนช.ถอดถอน

"เรื่อวงราวมากมายเหล่านี้ ถ้าทำเหมือนกับจำนำข้าวแล้ว ประเทศไทยจะดีกว่านี้แน่นอน เมื่อโครงการรับจำนำถูกตรวจสอบ ต้องตรวจทุกโครงการเหล่านี้ด้วยมาตรการเดียวกัน การรับจำนำข้าวเป็นมาตรการช่วยชาวนาคนจน เงินในโครงการส่งตรงเข้าบัญชีชาวนา ถ้ากลไกตลาดดีขึ้นก็ไถ่ถอนได้ หากราคาตลาดต่ำกว่าราคาจำนำถือเป็นการช่วยประชาชน แล้วรัฐอ้อมไปเก็บภาษีอีกทางหนึ่งมาชดเชย จึงเป็นความคิดของรัฐที่ฉลาดและคิดเป็น"


นายจตุพร กล่าวว่า โครงการจำนำข้าวนั้น เมื่อเกิดการกล่าวหาขึ้น ป.ป.ช.ยังเป็นส่วนหนึ่งที่โหมประโคมความเสียหายว่า มีถึง 7 แสนล้านบาท ที่ถูกนำออกนอกประเทศแล้ว แต่เมื่อให้ไปตามเอากลับคืน แล้วถึงวันนี้กลับเงียบเฉย เมื่อ ป.ป.ช.เป็นองค์กรปราบทุจริตยังทำหน้าที่ใส่ร้าย สร้างเรื่อง จ้างทำวิจัยให้แสดงความเสียหาย แล้วยังส่งหนังสือเตือนเมื่อโครงการเกิดขึ้นเพียง 2 วัน มาเล่นงานรัฐบาลทำให้เกิดความเสียหาย ดำเนินการฟ้อง เล่นงานรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์

ถึงวันนี้ รัฐบาลปัจจุบันยังออกคำสั่งทางปกครองว่าด้วยการละเมิด เพื่อต้องการยึดทรัพย์รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าว ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรีคงถูกยึดทรัพย์หนักกว่า แต่ถ้าไม่ยืนคัดค้านต่อศาลปกครอง คงถูกยึดทรัพย์ กรณีเช่นนี้ ถ้า ป.ป.ช.ดำเนินการตรวจสอบ เล่นงานการซื้อเรือเหาะ จีที 200 หรือการจ้างผู้รับเหมาช่วงของ อผศ. และโครงการอื่นๆ ที่เกิดขึ้นอย่างเสมอภาคกันแล้ว คงไม่มีใครไปกล่าวหาในความอยุติธรรม แต่ ป.ป.ช.กลับเลือกเล่นงานบางพวก แล้วปล่อยอีกพวกหนึ่งให้ลอยนวล บ้านเมืองจึงเป็นปัญหาในปัจจุบัน

ส่วน 40 ส.ส. พรรคเพื่อไทยยื่นค้านต่อ ป.ป.ช.โต้การพิจารณาความผิดกรณีเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมนั้น เดินมาถูกทางแล้วที่ต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม เพราะการเสนอกฎหมายเป็นอำนาจหน้าที่ของ ส.ส. ซึ่งป.ป.ช.จะมาแทรกแซงไม่ได้ ดังนั้น การต่อสู้ของอดีต ส.ส.จึงควรได้รับสนับสนุน หากไม่สู้แล้วคงถูกกวาดล้างเรียบร้อยแน่

 

ที่มา : Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์ 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วัสดา แสงทิพย์