"จตุพร" มาไม้ไหน...!!!ทำเป็นแขวะ "สุเทพ" รู้ดีเป็นฝีมือใคร สตช. ควรเรียกสอบเอาความจริง ....ลองถามดูใครกันแน่ที่รู้ดี

Publish 2016-08-13 12:31:32

เมื่อ 13 ส.ค.นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ผ่านยูทูป ว่า เหตุการณ์ระเบิดและไฟไหม้หลายพื้นที่จังหวัดภาคใต้ แล้วลุกลามมาถึง อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นั้น ต้องชื่นชม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ออกแถลงการณ์ชี้แจงอย่างมีวุฒิภาวะของผู้นำประเทศที่สุด โดยการเรียกร้องอย่าให้นำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปโทษกันไปมาว่าเป็นฝีมือของกลุ่มใด

 

ส่วนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อปฏิรูปประเทศ ถึงกับระบุทันทีโดยรู้ว่า ฝีมือใคร นั้น นายจตุพร กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ควรเรียกนายสุเทพ ไปสอบปากคำคงจะรู้ความจริง รวมทั้งพวกที่นำเหตุการณ์ไปโยงเพื่อหวังผลทางการเมืองต้องการเอาใจนายกรัฐมนตรี จึงเป็นพวกที่น่าเบื่อหน่ายอย่างยิ่ง

 

"ผมเบื่อคนพวกนี้ แทนที่จะร่วมมือกันในช่วงวิกฤตของเหตุการณ์เช่นนี้ พล.อ.ประยุทธ์ พูดได้อย่างเป็นผู้นำที่ไม่ให้โทษกันไปมา เพราะทุกคนย่อมรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่บางคนกลับแสดงความเป็นพี่ใหญ่ เตรียมรอช่วยอยู่เสมอหากต้องการ ใครจะไปพึ่งคุณ ผมไม่ได้ต้องการอะไร รอได้ รอวันที่รัฐธรรมนูญได้สำแดงเดช ส่วนบางพวกแต่ก่อนเป็นเสียงข้างน้อยที่ยิ่งใหญ่ ได้รับการปกป้องจากองค์กรอิสระมากมาย เมื่อมาเป็นเสียงข้างมากในการลงประชามติ ก็ยัดเยียดกล่าวหาพวกเสียงน้อย (ของผลประชามติ) ไม่พอใจจึงไปก่อเหตุ เป็นพวกป่วน เป็นพวกไม่ยอมรับเสียงข้างมาก รับไม่ได้ แล้วจะให้ทำตัวอย่างไรกันอีก"



นายจตุพร กล่าวว่า ในพื้นที่ภาคใต้มี 3 พวกเกี่ยวพันกับการเมืองและการลงประชามติ คือ พวก กปปส. เชียร์ร่างรัฐธรรมนูญสุดยอด พรรคประชาธิปัตย์ไม่เอาร่างรัฐธรรมนูญ และคำถามพ่วง และ นปช. ไม่รับร่างและคำถามพ่วงเช่นกัน แล้วใครเสียผลประโยชน์ทางการเมือง ใครไม่ยอมรับผลประชามติ แต่พื้นที่ภาคใต้ ฝ่าย นปช. เป็นเสียงส่วนน้อยเท่านั้น

 

ตนเห็นว่า ยังมีพวกฉวยโอกาสนำเหตุการณ์ไปโยงเป็นการเมือง ยัดเหยียดใส่ร้าย หากย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อปี 2558 แล้ว มาถึงปีนี้ เหตุการณ์เกิดขึ้นเป็นช่วงการโยกย้ายทหาร และมักมีเสียงระเบิดดังขึ้น แล้วโผโยกย้ายจึงลงตัวเรียบร้อย ดังนั้น ควรไปโยกย้ายในเดือนอื่น อย่าเป็นเดือนสำคัญของคนไทยเช่นนี้

 

"ความสูญเสียที่เกิดขึ้นนั้น ทุกประเทศที่เป็นประชาธิปไตยกลับพยายามจับมือกันให้ช่วยกันฝ่าวิกฤต แต่บางคนมักฉวยโอกาส กลับโยงมาสู่การทำประชามติ กล่าวอ้างเหตุให้เป็นการเสียผลประโยชน์ทางการเมือง ผมไม่ได้เสียอะไรเลย เพราะไม่ลงเลือกตั้งอยู่แล้ว แม้จะแพ้ แต่ก็มีเกียรติ เพราะได้ต่อสู้ด้วยแนวทางสะอาด ไม่ใช้วิธีการสกปรกเลย มีประชาชนลงประชามติไม่เห็นชอบ 10 ล้านคน ที่แพ้ แต่เป็นเสียงที่มั่นคง แข็งแรงในแนวทางประชาธิปไตย"


ส่วนนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตกลุ่ม ส.ว. 40 ประกาศตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปนั้น ตนขออย่ายกเลิกความตั้งใจ ยิ่งจะเสนอแนวทางชูให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ขอให้ทำจริง รวมทั้งอดีตกลุ่ม ส.ว. 40 ที่ได้รับการแต่งตั้งมาตลอด เมื่อเก่งกันมากควรไปลงสมัครลงเลือกตั้งให้หมด กล้าเหมือนนายไพบูลย์หรือไม่ที่หลงว่า เสียง 16 ล้าน คือ การเลือกพล.อ.ประยุทธ์ ขออย่าได้เลิกตั้งพรรคแล้วกัน ถึงอย่างไรก็ตาม ในแนวทางการเมืองแล้ว ตนไม่คิดว่า ทุกอย่างจะจบสิ้นเด็ดขาดในวันเดียวที่ไปใช้สิทธิ์ลงประชามติ

 

นายจตุพร กล่าวว่า ขอเรียกร้องฝ่ายรัฐบาล ให้ปล่อยคนที่ถูกจับไปคุมขังในกรณีมีความเห็นต่างร่างรัฐธรรมนูญ และการทำประชามติ เมื่อชนะแล้วก็ไม่ควรขังพวกเขาเอาไว้อีก ควรปล่อยนายจตุรภัทร บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น รวมทั้งคนอื่นๆ ที่ถูกคุมไว้ในคุกที่ จ.เชียงใหม่ เพราะพวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิด นอกจากมีความเห็นที่แตกต่างจากฝ่ายรัฐบาลและ คสช.เท่านั้น

 

ขอบคุณ Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

วัสดา แสงทิพย์