น่ากลัวสุดขีด !! นี่คือ "สภาพของคน" ที่ "อดนอน 15 วันเต็ม" จากคนปกติ..กลายเป็นปีศาจ เห็นแล้วขนลุกซู่ !! (ชมภาพ)

Publish 2018-02-08 15:39:30

การ “นอน” เป็นกิจกรรมสำคัญที่มนุษย์ขาดไม่ได้ แม้ว่ายามเข้าสู่ห้วงนิทราร่างกายของเราจะหยุดนิ่งทิ้งไว้เพียงลมหายใจสม่ำเสมอ แต่กระบวนการเงียบๆ ที่เกิดขึ้นภายในร่างกายต่างหากที่สำคัญกับการดำรงชีวิต ทั้งกระบวนการซ่อมแซมร่างกาย ระบบฮอร์โมนต่างๆ ตลอดจนการจัดระเบียบเรื่องต่างๆ ในสมอง

ทำให้เมื่อเราได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ เราจึงตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่นนั่นเอง ในทางตรงข้ามหากนอนไม่พอ เราจะรู้สึกมึนงงอ่อนเพลีย แล้วถ้าเราไม่ได้นอนเลยล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น? คุณเองก็อยากรู้ใช่ไหม และนี่คือบันทึกสุดโหด การทดลอง “อดนอน” ของรัสเซีย

 

 

จุดเริ่มต้นการทดลอง
ย้อนกลับในช่วงปลายของยุค 1940 รัสเซียได้ทำการทดลองที่เรียกว่า Sleep Experiment หรือ “การทดลองอดนอน” ขึ้นมา กองทัพจับมือกับกลุ่มนักวิจัยผู้ต่างกระหายใคร่รู้ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับมนุษย์หากไม่ได้นอนเลย ไม่ใช่เพียงแค่คืนสองคืนติดต่อกัน แต่เป็นการอดนอนให้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

 

เหยื่อผู้เข้าร่วมการทดลองในครั้งนี้มี 5 รายด้วยกัน ทั้งหมดเป็นนักโทษการเมืองจากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทุกคนล้วนเต็มใจและยินดีที่จะมาเป็นหนูทดลอง ด้วยเชื่อในคำชักชวนที่ว่า หากอดนอนได้ครบ 30 วันแล้วพวกเขาก็จะได้รับอิสระ

 

คนเหล่านี้ถูกนำตัวไปไว้ในห้องทดลองที่ปิดมิดชิด มีอาหารทิ้งไว้ให้จำนวนมากพอที่จะอยู่กินได้ทั้งเดือน มีหนังสือกองโต มีห้องน้ำ มีส่วนที่นั่งพักเล็ก ๆ ที่ไร้ซึ่งเตียงนอน นอกจากนี้ยังมีตัวตรวจวัดการใช้ออกซิเจนภายในห้อง และท่อปล่อยแก๊สที่มีฤทธิ์กระตุ้นให้คนที่หายใจเอามันเข้าไปตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา..

5 วันแรก
ทุกอย่างยังราบรื่นดี ต่างคนยังพูดคุยกันเหมือนคนปกติ แต่ช่วงวันหลังๆ พวกเขาก็เริ่มคุยกันเรื่องความเจ็บปวดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

 


วันที่ 6 เป็นต้นไป
ทั้งหมดเริ่มออกอาการหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ต่างคนต่างเลิกพูดคุยกัน แล้วหันหน้าพูดงึมงัมคนเดียวใส่ไมโครโฟน นักวิจัยคิดว่าสิ่งเหล่านี้อาจเป็นผลข้างเคียงจากแก๊สที่ผสมไปในอากาศ

 


วันที่ 9
ผู้ทดลองหนึ่งในห้าจู่ๆ ก็กรีดร้องออกมา เขาเดินเหมือนหนูติดจั่นสลับตะเบ็งเสียงกรีดร้องสุดแรงปอดอยู่กว่า 3 ชั่วโมง จนสุดท้ายแม้จะอ้าปากแล้วแต่ก็ไร้เสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา คาดว่าอาจจะคอแตกเส้นเสียงขาดไปแล้ว

 

 



ทว่าที่น่าแปลกคืออีก 4 คนที่เหลือไม่ได้มีทีท่าแยแสกับสิ่งที่เพื่อนร่วมห้องของตนเป็นเลยแม้แต่น้อย ยังหันหลังให้แก่กันแล้วเอาแต่ทำเสียงงึมงัมใส่ไมค์ แล้วจู่ๆ ผู้ทดลองอีกรายก็หวีดร้องขึ้นมาอีก
แล้วยังมีอีกสองคนหันไปฉีกหน้าสมุดออกจากหนังสืออย่างเอาเป็นเอาตาย นำหน้ากระดาษนั้นละเลงกับอุจจาระของตัวเอง แล้วปะไปบนรูกระจกถ้ำมองในห้องจนหมด จนเมื่อปิดช่องแอบดูได้สนิท เสียงหวีดร้องก็เงียบลง เช่นเดียวกับเสียงงึมงัมใส่ไมค์ก็หายไปด้วยเช่นกัน

วันที่ 12
ไร้ซึ่งเสียงหวีดร้องหรือเสียงงึมงัมใดๆ อีกตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นักวิจัยคอยเช็กไมค์ทุกๆ ชั่วโมง เพื่อให้แน่ใจว่ามันยังไม่เสีย ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะไม่ได้ยินเสียงอะไรดังมาจากในห้องเลย ทั้งๆ ที่คนข้างในน่าจะยังมีชีวิตอยู่ เพราะปริมาณออกซิเจนที่พร่องไปบ่งว่ายังมีการหายใจเอามันไปใช้ แถมมันยังพร่องลงไปในปริมาณมากเท่าๆ กับที่คนออกกำลังกายใช้หายใจเลยด้วยซ้ำ

 


วันที่ 14

ในที่สุดเหล่านักวิจัยก็ตัดสินใจว่าจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ความกังวลว่าพวกที่อยู่ข้างในอาจตายหรือกลายเป็นสมองพิการนอน

 

 

แน่นิ่งหายใจทิ้งไปเฉย ๆ มีมากขึ้น พวกเขาได้ส่งเสียงประกาศผ่านไมค์เข้าไปด้านใน

 

“เราจะเปิดห้องเพื่อตรวจเช็กไมโครโฟน ถอยห่างจากประตูแล้วหมอบลงซะ ไม่งั้นเรายิงแน่ ถ้าเชื่อฟังเราจะปล่อยพวกคุณหนึ่งคนให้เป็นอิสระ”

ว่าปฏิกิริยาตอบรับกลับเป็นเสียงนิ่งๆ เสียงหนึ่งตอบกลับมาว่า “เราไม่ต้องการอิสระอีกแล้ว” ด้วยความตะลึงงันกับสิ่งที่ได้ยิน เหล่านักวิจัยหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปดี สุดท้ายก็ยังไม่ได้เปิดห้องทดลองออกดูในวันนี้ แต่รอไปจนอีกวันรุ่งขึ้น

 

 

 

 


วันที่ 15
ในที่สุดนักวิจัยก็ตัดสินใจเปิดห้องทดลองออก หลังการทดลองอดนอนล่วงไปแล้วครึ่งเดือนเต็มๆ ตัวปล่อยแก๊สกระตุ้นถูกปิด ประตูเปิดอ้าออกพร้อมๆ กับอากาศภายนอกที่ไหลเวียนเข้าไป

 

 

ทันใดนั้นเสียงจากไมโครโฟนก็กลับดังขึ้นมาใหม่ทันที เป็นเสียงผู้ถูกทดลอง 3 คน ร้องขออ้อนวอนอย่างเสียสติขอให้เปิดแก๊สกระตุ้นเดี๋ยวนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารเดินเข้าไปในห้อง เสียงกรีดร้องโหยหวนดังชัดเจนกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา และสิ่งที่ประจักษ์แก่สายตาคนนอกที่ได้ย่างกรายเข้าไปในห้องอดนอนคือ..ผู้ทดลองยังคงรอดอยู่ทุกราย แต่สภาพที่เห็นนั้นเรียกได้ว่าช่างห่างไกลกับการที่จะพูดว่าคนเหล่านี้ “ยังมีชีวิตอยู่” กองอาหารไม่พร่องลงไปนักนับจากวันที่ 5 ของการทดลอง ผู้ทดลองยังคงรอดอยู่ทุกราย แต่สภาพที่เห็นนั้นเรียกได้ว่าช่างห่างไกลกับการที่จะพูดว่าคนเหล่านี้ “ยังมีชีวิตอยู่” กองอาหารไม่พร่องลงไปนักนับจากวันที่ 5 ของการทดลอง

จุดจบของผู้อดนอน
หลังถูกนำตัวออกมาจากห้องได้อย่างทุลักทุเล ทั้ง 5 ยังคงร้องโหยหวนขอกลับไปดมแก๊สกระตุ้นดังเดิม ส่วนแพทย์ได้พยายามผ่าตัดรักษาบาดแผลที่สาหัสสากรรจ์ นำเครื่องในใส่กลับเข้าไปในร่าง ทว่าสิ่งที่ได้พบคือร่างกายแต่ละคนต้านยาสลบได้อย่างน่าประหลาด จนต้องอัดยาในปริมาณที่สูงกว่าคนทั่วไปหลายเท่าจึงพอทำให้สงบลงบ้าง

 

 

แต่กระนั้นก็ยังมีรายที่อาละวาดบนเตียงผ่าตัดจนทำร้ายหมอบาดเจ็บถึงขั้นกระดูกหัก ในที่สุด 2 ใน 5 ของเหยื่อผู้ทดลองเสียชีวิตจากพิษบาดแผลของตัวเอง อีก 3 รายที่เหลือดิ้นรนอ้อนวอนที่จะไม่ถูกทำให้สลบระหว่างการผ่าตัด ยินดีให้หมอลงมีดลงเข็มได้สดๆ ไม่ต้องอาศัยยาบรรเทาความเจ็บปวดใดๆ แต่ระหว่างนี้มีรายหนึ่งเสียชีวิตไประหว่างผ่าตัด หลังอาละวาดหนักทั้งที่ถูกมัดอยู่บนเตียงจนทำตัวเองกระดูกหักไป 9 ซี่

รายที่ 4 ซึ่งเป็นคนที่กรีดร้องโหยหวนในห้องขัง แพทย์พบว่าเส้นเสียงถูกทำลายอย่างสาหัสจึงไม่สามารถส่งเสียงใด ๆ ได้อีก แต่กระนั้นก็ยังแสยะยิ้มอย่างยินดีทุกครั้งที่หมอลงมีดผ่าบนร่างกาย ทั้งยังแสดงอาการไม่พอใจเมื่อการผ่าตัดเสร็จสิ้นลง ส่งสัญญาณบอกว่าให้ “ผ่าต่อไปเรื่อย ๆ”

 

 

ส่วนรายสุดท้ายที่รับการผ่าตัดสด ก็ไม่วายอ้อนวอนร้องขอแก๊สกระตุ้นอยู่ตลอดเวลา เมื่อถูกถามว่าทำไมจึงอยากได้มันนัก คำตอบเดียวที่ได้รับกลับมาคือ เขาต้องการตื่นอยู่ตลอดเวลา โดยไม่ได้บอกว่าทำไมจึงไม่อยากเข้าสู่ห้วงนิทรา

 

 

 

 

 

ขอบคุณที่มา : suptardara.com

 

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เจนจิรา หนองแสง