งานนี้มีเงิบ !! "ตำรวจหนุ่ม" โพสต์ ตอกหน้าคนดูถูก เหยียดชาติกระเหรี่ยง จะชนชาติไหนก็คนเหมือนกัน..มีความรู้สึก ลั่น! เป็นกระเหรี่ยงแล้วยังไง

Publish 2018-02-07 14:49:05

จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการพูดถึง ประเด็นของ "นัน อนันต์" นักร้องปกาเกอะญอ แชมป์ร้องเพลงจากรายการไมค์ทองคำ 6 ที่มีชาวเน็ตบางกลุ่ม ออกมาโพสต์ข้อความเหยียดชาติพันธุ์ ตำหนิรายการว่าให้ต่างด้าวพูดไปชัดมาแข่งขัน ทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันยกใหญ่ว่าไม่สมควรที่จะดูถูกกัน เพราะไทยมีหลากหลายชาติพันธุ์และหลากหลายวัฒนธรรม

 

 

 

และเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2561 ผู้ใช้เฟสบุ๊ค คุณ เสรี คนรักชาติ ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า "ผลของความกตัญญู!! จากเด็กน้อยชาวกะเหรี่ยงยากจน สู้ชีวิตรับจ้างเลี้ยงวัวแลกข้าว-รองเท้าและกรรมกรก่อสร้าง กลายเป็นร้อยตำรวจเอก มีเพจ ฮา กะเหรี่ยง ได้มีการโพสต์ภาพนายตำรวจหนุ่มคนหนึ่งใส่เครื่องแบบเต็มยศ พร้อมกับหญิงสูงวัยแต่งชุดกะเหรี่ยง หรือชุดปาเกอญอ แล้วโพสต์ข้อความว่า จากเด็กดอยคนหนึ่ง ที่ไม่ได้มีโอกาสดีๆอย่างใครเขา ไม่ได้มีโอกาสเรียนหนังสือในโรงเรียนดีๆ ไม่ได้มีโอกาสใช้ชีวิตแบบสุขสบายได้เรียนเพียง กศน.แต่เขาเลือกที่จะมีความฝัน และก็อยากจะทำความฝันให้เป็นจริง โดยที่ไม่ให้ความจนมาทำให้เขาหยุดที่จะฝันได้เพราะเขาคอยมีพ่อแม่เป็นกำลังใจสำคัญให้เขาได้สู้ และพยายามฝึกฝนตัวเอง จนในที่สุดวันนี้ความฝันของเขาก็ได้เป็นจริง ได้เป็นตำรวจอย่างที่ใจหวัง ร.ต.อ.ภาณุพัฆน์ ชัยสร้างสรรค์ รองสารวัตรงานป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองลำพูน และได้สร้างความภาคภูมิใจให้กับพ่อแม่ ข้อหนึ่งแชร์เพื่อสร้างกำลังใจให้กับคนที่ท้อถอย ข้อความลูกกะเหรี่ยง ผู้สื่อข่าวจึงติดต่อสอบถามเรื่องราวของ ร.ต.อ.ภาณุพัฆน์ ชัยสร้างสรรค์ รองสารวัตรงานป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองลำพูน อายุ 36 ปี เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนเองเป็นลูกชาวกะเหรี่ยงหรือปกาเกอะญอ เกิดที่บ้านแม่ตืน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ตอนเด็กๆทางบ้านมีฐานะยากจน ถึงขนาดบางวันต้องอดมื้อกินมื้อ ต้องไปรับจ้างเลี้ยงควายเลี้ยงวัว แลกรองเท้า แลกเสื้อผ้าใส่ ไม่ได้เรียนหนังสือ พออายุได้ประมาณ 14 ปีก็เข้าไปรับจ้างทำงานก่อสร้างเป็นกรรมกร วันละ 70 บาทในยุคนั้นถือว่าค่าแรงแพง เพราะถ้ารับจ้างแถวบ้านจะอยู่ที่ 30 บาทต่อวัน จนถึงอายุ 17 ปี ยังทำงานก่อสร้างและทำงานหนักกว่าเดิมเพื่อให้ได้ค่าแรง ก็มีอยู่วันหนึ่งแบกปูนไม่ไหว และเป็นโรคไส้เลื่อน ประกอบกับทำงานแล้วไม่ได้ค่าแรง นอกจากนั้นยังโดนดูถูกสารพัด และถูกไล่ให้ไปเรียนหนังสือ จึงเป็นที่มาของการฮึดสู้ชีวิต หวังว่าเมื่อเรียนหนังสือก็จะได้ทำงานดีๆมีชีวิตที่ดีกว่านี้ หลังโดนต่อว่าโดนดูถูกพอเช้าอีกวันตนก็ไปสมัครเรียน กศน.ทันที แต่ระหว่างเรียนก็ยังกลับไปเลี้ยงวัวเลี้ยงควายที่บ้านเกิด และเอาหนังสือไปอ่านด้วย ต่อมาเมื่อครบเกณฑ์ทหารก็ไปขอสมัครเป็นทหารเกณฑ์ เพราะอยากเป็นนายสิบ"

 

 

 



"ระหว่างเป็นพลทหารก็เรียน กศน.ไปด้วยจนจบ ม.6 เมื่อพ้นเกณฑ์ทหารก็ไปสมัครเป็นนายสิบ แต่ไม่ได้ จึงไปสมัครเป็น รปภ.ได้เงินเดือนประมาณ 4000-5000 บาท ทำได้สักพัก ก็หักเหชีวิตอีกครั้ง โดยไปสมัครเป็นทหารพราน ได้เงินเดือน 4000 กว่าบาท หลังจากได้รับเงินเดือนเดือนแรกตนก็นำเงินไปสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เรียนคณะนิติศาสตร์ เรียน 4 ปี จบการศึกษาเมื่อปี 2553 ร.ต.อ.ภาณุพัฆ์น เล่าต่อไปว่า จบแล้วก็เห็นประกาศสอบตำรวจชั้นประทวน โรงเรียนพลตำรวจที่ จ.นนทบุรี ตนจึงไปสมัคร ปรากฏว่าสอบได้ หลังจากจบหลักสูตรตนได้รับการบรรจุที่ สภ.บางกราย จ.นนทบุรี และถูกย้ายไปช่วยราชการที่ สภ.สุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ทำงานเรื่อยมาจนกระทั้งปี 2556 มีการเปิดสอบตำรวจชั้นสัญญาบัตร ตนจึงมีความฝันต่อ จึงตั้งใจอ่านหนังสือ แล้วไปสมัครสอบ ปรากฎว่าสอบได้หลังจากนั้น จึงได้รับการบรรจุเป็นนายตำรวจครั้งแรกที่ สภ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ต่อมาปี 2559 ได้ย้ายมาตำรงตำแหน่ง รองสารวัตรงานป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองลำพูน การที่ตนก้าวมาอยู่จุดนี้ได้ก็เพราะมีพ่อแม่เป็นกำลังใจ ทำให้ตัวเองสู้ชีวิตและทำความฝันให้เป็นจริงได้ด้วยความมานะอดทนขยันและตั้งใจทำแต่สิ่งดีๆ สามารถฝ่าฟันอุปสรรค์ความยากจน ความลำบากต่างๆมาได้เพราะไฝ่ดี แม้ว่าเหนื่อยมั้ย เหนื่อยเคยท้อแต่ไม่เคยถอย จนทำความฝันให้เป็นจริงได้ ถ้าหากตนทิ้งความฝัน คงไม่มีวันนี้ จึงอยากฝากน้องๆเยาวชนที่ปัจจุบันมีโอกาสเยอะกว่าคนรุ่นพี่ หากมีโอกาสก็ต้องรีบไขว่คว้าโอกาสนั้นไว้ อย่าทิ้งโอกาส และให้น้องๆเยาวชนตั้งใจเรียน หากมีปัญหาใดๆก็อย่าท้อถอย ร.ต.อ.ภาณุพัฆน์ กล่าว"

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

ขอบคุณที่มา : เสรี คนรักชาติ / Facebook

 

 

 

 

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เจนจิรา หนองแสง