เปิดปมเงื่อนงำ ทีมสอบ บอส อยู่วิทยา ส่อพิรุธอื้อ  โยงบิ๊กตร.ที่มาพลิกสำนวน ลดความเร็วเฟอร์รารี่

เปิดปมเงื่อนงำ ทีมสอบ บอส อยู่วิทยา ส่อพิรุธอื้อ โยงบิ๊กตร.ที่มาพลิกสำนวน ลดความเร็วเฟอร์รารี่

Publish 2020-08-18 11:45:04


สืบเนื่องจากการที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน​  โดยพล.อ.กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ได้เชิญคณะทำงานของ พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.จร บช.น.มาให้ข้อมูล และทางด้านนายวิชา มหาคุณ ในฐานะประธานคณะกรรมการเดินทางเข้าร่วมรับฟังการประชุม ซักถามข้อสงสัยด้วยตัวเอง



จากนั้นนายวิชา ให้สัมภาษณ์ว่า   พ.ต.อ.ธนสิทธิ  แตงจั่น นักวิทยาศาสตร์สำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้เดินทางมาให้ข้อมูล  แต่ในวันที่ 18 ส.ค. ทางด้านพล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเดินทางมาให้ข้อมูลด้วยตัวเอง   ส่วนคณะทำงานขอพล.ต.ท.เพิ่มพูนที่มาให้ข้อมูล  ชี้แจงว่า  "เขาดูแต่สำนวน แต่ไม่ได้ดูรายละเอียด ไม่ได้เปรียบเทียบกับของเดิมว่ามีความแตกต่างอย่างไร และไม่ได้ดูความเป็นพิรุธ ทำตามสายงาน ทางคณะกรรมการฯจึงได้บอกไปว่า ในข้อเท็จจริงก็โต้แย้งได้ ข้อกฎหมายก็โต้แย้งได้ และถ้าข้อเท็จจริงยังไม่ครบถ้วน ตำรวจสามารถสอบเพิ่มเติมอีกได้ แต่ปรากฎว่าไม่ได้ทำอะไรเลย

ส่วนข้อมูลของ พ.ต.อ.วิรดล  ให้รายละเอียดในช่วงดำรงตำแหน่ง หัวหน้าพนักงานสอบสวนสน.ทองหล่อ  มีประเด็นสนใจว่า   ทำไมจึงไปดึงพยานที่ปัจจุบันเรียกว่าพยานงอกมา 2 ปาก มาใช้อ้างอิงทางคดี  เพราะทั้งอธิบดีอัยการศาลอาญากรุงเทพใต้ และอดีตอัยการสูงสุด  ปฏิเสธแล้วว่าหลักฐานไม่เพียงพอ จึงได้ยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรม  


โดยคณะกรรมการฯได้สอบถามประเด็นเหล่านี้ รวมถึงประเด็นที่ พ.ต.ท.ธนสิทธิ เคยให้ไทม์ไลน์เอาไว้ว่า ใครมาพบ พบกี่คน เป็นใครบ้าง ซึ่ง พ.ต.ท.วิรดล ให้ถ้อยคำแบ่งรับแบ่งสู้ บางอย่างก็ยอมรับว่าจริง บางอย่างก็บอกว่าไม่ใช่ ทั้งนี้ ปัญหาใหญ่สุด คือ ไปลงวันที่สอบ พ.ต.ท.ธนสิทธิ  ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะไม่ได้สอบในวันที่ 2 มี.ค.2559 แต่สอบจริงวันที่ 26 ก.พ.2559 เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ตรงนี้เขายืนยันแล้ว คณะกรรมการจะดูทุกรายละเอียด ทุกข้อสังเกต ไม่ได้สักแต่ว่าจะสอบไปเรื่อยๆ 

เมื่อถามว่าจากจุดบกพร่องที่เห็น บอกได้เลยใช่หรือไม่ว่าความบกพร่องมาจากตำรวจ นายวิชา กล่าวว่า  ลงวันที่เป็นเท็จ และพยายามจะทำให้เห็นว่า มีการสอบสวนถึง 2 ครั้ง  แต่ทั้งที่จริงแล้ว ใช้ช่วงระยะเวลาสอบเพียงวันเดียว

 



เมื่อถามต่อว่า พ.ต.อ.วิรดล ยอมรับหรือไม่ว่าบกพร่อง นายวิชา กล่าวว่า "ไม่ใช่เขายอมรับว่าบกพร่อง แต่เขายอมรับว่า ลงวันที่ไม่จริง ซึ่งจุดนี้ไม่ต้องไปสืบเจตนาอะไร แต่เป็นเจตนาของพฤติกรรม ซึ่งเขาบอกว่า เป็นเพราะอัยการเร่งรัดมา เขาเลยอยากจะลงวันที่ไว้ล่วงหน้า เผื่อว่าจะต้องเรียก พ.ต.ท.ธนสิทธิมาให้ถ้อยคำอีกครั้งหนึ่ง จะได้สมเหตุสมผล"


เมื่อถามถึงเหตุผลที่ พ.ต.อ.วิรดล นำพยานงอก 2 ปากใส่ไว้ในสำนวนคดี นายวิชา กล่าวว่า "เขาบอกว่าเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเห็นว่าน่าเชื่อถือ เราก็ถามว่า ทราบหรือไม่ว่า พ.ต.ท.ธนสิทธิ พยายามโทรศัพท์ เพื่อขอเปลี่ยนแปลงเรื่องความเร็วรถให้กลับมาเป็น 177 กม./ชม.เหมือนเดิม แต่ พ.ต.ท.วิรดล บอกว่าเขากำลังยุ่งคดีอื่นที่สำคัญเช่นกัน เขาจึงบอกว่าจบแล้ว ทั้งที่จริงไม่จบ  ส่วนจะเชิญ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้เกี่ยวข้อง มาให้ถ้อยคำกับคณะกรรมการด้วยหรือไม่นั้น คณะกรรมการฯขอปรึกษากันหลังจาก พ.ต.ท.ธนสิทธิ มาให้ข้อมูลในวันที่ 18 ส.ค.ก่อน ขณะที่การเสียชีวิตของนายจารุชาติ มาดทอง พยานคนสำคัญคดีเชื่อมโยงถึงบุคคลอื่นหรือไม่นั้น ตนยังไม่ได้รับรายงาน แต่จะมีการเรียกผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลอีกครั้ง  และจะต้องขอดูผลชันสูตรพลิกศพ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องก่อน"


ก่อนหน้านั้นมีการเปิดเผยเอกสารชี้แจง ของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น นักวิทยาศาตร์ สบ.4 กลุ่มงานตรวจเคมีฟิสิกส์ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ซึ่งเป็นตำรวจที่กลับคำให้การเรื่องความเร็วรถ Ferrari ของนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา ต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน  มีสาระสำคัญระบุว่า เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ผู้กำกับ สน.ทองหล่อ เดินทางมาพร้อมกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และนายสายประสิทธิ์ เกิดนิยม อาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เพื่อขอเข้าพบ พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (ยศในขณะนั้น) ก่อนที่ในช่วงบ่ายวันเดิมนั้น  ได้เรียกผู้แทนจากกองพิสูจน์หลักฐานกลางรวม ถึง พ.ต.ท.ธนสิทธิ์ เข้าไปพบเพื่อประชุมร่วมกัน


ทั้งนี้ พล.ต.อ.สมยศ ได้แนะนำ อาจารย์สายประสิทธิ์ ให้ทุกคนได้รู้จัก และแจ้งว่า นายสายประสิทธิ์ มีสมมุติฐานการคำนวนความเร็วรถของบอสใหม่อีกวิธีหนึ่ง ที่คำนวณออกมาได้อยู่ที่ 79.22 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง จนเป็นเหตุให้ พ.ต.ท.ธนสิทธิ์ เกิดการกลับคำให้การเป็น 79 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง ในปี 2559 นอกจากนี้ มีรายงานข่าวภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยความสัมพันธ์ใกล้ชิด ระหว่าง พล.ต.อ.สมยศ  กับ พล.ต.อ.มนู  ตัวเก็งแคนดิเดต ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนล่าสุด  ที่มีความสัมพันธ์เกื้อหนุนกันมา ตั้งแต่สมัยเป็นอดีตนายเวร พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

 

 



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน