จุดพบร่าง “เด็กชายซูลุยผิว” เกิดเรื่องปริศนา หลังมือดีเผาไร่อ้อย ทำลายหลักฐาน กระทบหาสาเหตุเสียชีวิต!!

จุดพบร่าง “เด็กชายซูลุยผิว” เกิดเรื่องปริศนา หลังมือดีเผาไร่อ้อย ทำลายหลักฐาน กระทบหาสาเหตุเสียชีวิต!!

Publish 2018-12-27 20:40:15

จากกรณี ด.ช.ซูลุยผิว วัย 2 ขวบ 1 เดือน  หรือน้องต้าเเง ชาวเมียนมา หายไปอย่างไร้ร่องรอยบริเวณไร่อ้อย ห่างจากริมถนนมาลัยแมน 3 กม. ลึกไปใน พื้นที่หมู่ 9 ต.สระพังลาน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2561 โดยได้มีการระดมกำลังทุกภาคส่วน ช่วยกันค้นหา  ด้วยความหวังและกำลังใจว่าเด็กจะปลอดภัยและมีชีวิตอยู่ ซึ่งเมื่อวันที่  25 ธค. 61 เข้าสู่วันที่ 9 การหายตัวไปของหนูน้อยเมียนมา อายุ 2 ปี ขณะที่พ่อแม่เด็กยังคงมีความหวัง และคิดว่าลูกยังมีชีวิตอยู่ไม่ไปไหน  เเต่สุดท้ายเเล้ว ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง ได้พบร่างอันไร้วิญญาณ ของน้องซูลุยผิว เบื้องต้น จากสภาพศพ เด็กน่าจะเสียชีวิตมาแล้ว 5-7 วัน ซึ่งก็ต้องผลการชันสูตร หาสาเหตุของการเสียชีวิตที่เเท้จริงต่อไป  อย่างไรก็ตาม ทางบรรดาสื่อในบ้านเรา ต่างก็ตั้งข้อสังเกต ข้อสงสัย สันนิษฐานกันไปต่างๆนานา



   

 

สำหรับความคืบหน้าในวันนี้ (27/12/2561) 

พ.ต.อ.กฤษณ์ วาฤทธิ์ รองผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ให้สัมภาษณ์ หลังจากเรียกเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง มารายงานความคืบหน้าของคดี เด็กชายซูลุยพิว อายุ 2 ขวบ ชาวเมียนมา ที่หายไปกลางไร่อ้อย จ.สุพรรณบุรี นานกว่า 9 วัน และพบศพในสภาพเน่าเปื่อยอยู่บริเวณร่องน้ำกลางไร่อ้อย โดยขณะนี้พร้อมกับวางแนวทางในการเสียชีวิตของเด็กว่า เดินตกร่องน้ำเสียชีวิตเอง หรือมีใครพาเด็กไปแล้วทำให้เด็กเสียชีวิต และตั้งประเด็นของการหายตัวไป และพยายามสืบสวนให้ครบทุกประเด็น ว่าตอนนี้ประเด็นไหนที่ยังสงสัยอยู่ จะต้องหาความจริงให้มากที่สุด ซึ่งก็ได้ให้ทุกฝ่ายดูว่ารวบรวมพยานหลักฐานครบหรือยัง มีประเด็นไหนที่ยังมองไม่บ้างโดยก็ยังมีบางจุดที่ต้องสงสัยอยู่

ต่อมาบริเวณ จุดพบร่าง “เด็กชายซูลุยพิว” นั้น ได้มีคนนำไฟมาจุดเผา จึงได้รีบเดินทางไปดู พบรอยไฟไหม้ก่อหญ้า บริเวณติดกับจุดพบเด็ก เป็นวงกว้างประมาณ 1 เมตร และพบขวดน้ำตกอยู่ 3 ขวด ซึ่งไม่มีใครทราบว่ามาจุดไฟเผาเพื่ออะไร อาจจะมาเผาเพื่อทำลายหลักฐานหรือจะมาจุดเผาไร่อ้อย เพื่อเตรียมจะเข้าตัดอ้อย หรือเป็นไปได้ว่า อาจมาทำพิธี เพื่อขอหวย ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อพยานหลักฐาน

 


 

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ วรวีร์ ไวยวุฒิ ผู้อำนวยการกองสารพันธุ์กรรม สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ หัวหน้าคณะทำงานในการชันสูตรศพ ด.ช.ซูลุยพิ เปิดเผยว่า เบื้องต้นทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้รับการประสานมาในช่วงบ่ายวานนี้(26ธ.ค.) และได้มีการตั้งคณะทำงานร่วมกับผู้เชียวชาญจากคณะแพทย์ต่าง ๆ รวมเบื้องต้นกว่า 5 ท่าน โดยขั้นตอนต่อจากนี้จะเริ่มจากการตรวจภาพถ่ายรังสี หรือ ซีทีสแกน เพื่อตรวจสอบในเรื่องของกระดูกร่างกายทั้งหมดว่ามีการแตกหักจุดใดหรือไม่ ส่วนการตั้งประเด็นข้อสงสัยคณะทำงานจะยึดข้อสงสัยที่ทางครอบครัวต้องการทราบ เพื่อนำมาสู่การตรวจชันสูตรเพื่อคลี่คลายข้อสงสัย ซึ่งการทำงานจะใช้คณะทำงานที่รวมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการชันสูตรศพเน่าเปื่อย ร่วมชันสูตร และรวมถึงการประสานขอข้อมูลจากทางสถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจร่วมด้วย

สำหรับประเด็นที่มีข้อสงสัยในเรื่องของกระดูกขาผิดรูป แต่ไม่พบการแตกหัก ที่ทางเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าเกิดจากการเสื่อมสภาพบริเวณข้อต่อ ทำให้หลุดผิดรูป ในประเด็นนี้ในทางนิติวิทยาศาสตร์ ก็สามารถเป็นไปได้ เพราะรอยต่อของกระดูกจะมีเนื้อเยื่อเกาะอยู่หากเกิดการเสื่อมสลายก็จะหลุดทำให้ผิดรูปได้ ส่วนการหาดีเอ็นเอของผู้อื่นที่ติดตามตัวศพ โดยปกติดีเอ็นเอของผู้อื่นจะติดค้างอยู่ได้ประมาณ 2 สัปดาห์ แต่หากมีการแช่น้ำหรือถูกน้ำชะล้างก็จะลดระยะเวลาลงไปตามปริมาณของการถูกชะล้าง ซึ่งการดำเนินจะเร่งรัดให้ได้ความชัดเจนเร็วที่สุดคาดว่าใน 1 สัปดาห์จะมีความคืบหน้าที่ชัดเจน

 

ขอบคุณภาพจาก springnews 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกสิทธิ์ ชูวารี