ยธ.ชงครม.ของบฯ1.4พันล้าน"สร้างคุกเบา" ฝึกอาชีพ เพิ่มทักษะชีวิตนักโทษก่อนปล่อยตัว

Publish 2016-01-04 18:27:31

ปลัดยุติธรรม เตรียมเสนอครม.ของบฯ 1.4 พันล้านสร้างเรือนจำโครงสร้างเบา(ตู้คอนเทนเนอร์) 17 แห่ง รองรับการฝึกวิชาชีพ เพิ่มทักษะการใช้ชีวิตให้นักโทษ ช่วงรอเวลาปล่อยตัว

 

วันนี้ (4 ม.ค.) ที่กระทรวงยุติธรรม(ยธ.)  นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ  ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีกรมราชทัณฑ์เสนอโครงการเรือนจำโครงสร้างเบาต่อกระทรวงยุติธรรม เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) ในวันที่ 12 มกราคมนี้ว่า  ยืนยันว่างบประมาณที่ใช้นั้นคุ้มค่า ขอทำความเข้าใจว่าไม่ได้สร้างเรือนจำใหม่ เพราะถ้าสร้างเรือนจำใหม่ แต่ละเรือนจำจะต้องใช้เงินประมาณ 1,700 ล้านบาทต่อหนึ่งเรือนจำ  แต่เรือนจำโครงสร้างเบาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ นำแนวคิดเรื่องเตรียมความพร้อมผู้ต้องขังก่อนปล่อยตัวออกมาให้ชัดเจนขึ้น ปัจจุบันนี้ก็ทำอยู่แล้ว แต่ทำในเรือนจำ อย่างไรก็ตาม สภาพแวดล้อมของเรือนจำเบา หรือที่จริงก็คือเรือนจำชั่วคราว เป็นการเตรียมตัวผู้ต้องขังจริง และไม่ใช่แค่การอบรมผู้ต้องขัง 60 วันเหมือนที่ผ่านมา
         

นายชาญเชาวน์  กล่าวต่อว่า พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้แนวคิดว่า  จะเพิ่มทักษะการดำเนินชีวิต การฝึกอาชีพให้ผู้ต้องขังต้องชัดเจนไม่ใช่ฝึกเพื่อรอเวลาปล่อยตัว  และต้องตอบสนองความต้องการของผู้ต้องขังรายบุคคลให้ได้  เพื่อเป็นหลักประกันแก่สังคมว่า ผู้ต้องขังที่ผ่านเรือนจำตรงนี้แล้ว  ต้องไม่ทำผิดซ้ำและมีงานทำ  กรมคุมประพฤติจะช่วยดูแลด้วย คาดว่าจะใช้เวลา 1 ปีในการอบรม หากผู้ต้องขังยังไม่พร้อม  เรายังมีโครงการบ้านกึ่งวิถีมารองรับอีก  เพื่อเป็นที่พักและเตรียมความพร้อมอีกรอบด้วย
         

นายชาญเชาวน์  กล่าวด้วยว่า สำหรับเรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง จ.เพชรบุรี นั้น เป็นเพียงเรือนจำสาธิต แต่เรือนจำโครงสร้างเบาที่กำลังจะทำ 17 แห่งนั้น  เป็นงานปกติของราชทัณฑ์ให้ได้ใช้ได้จริง แต่เดิมเป็นลักษณะของสาธิต  โดยจะเป็นการปรับพื้นที่เดิมภายในเรือนจำ โดยจะใช้ตู้คอนเทนเนอร์เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาการก่อสร้าง มั่นใจว่ากลุ่มผู้ต้องขังเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องดูแลอย่างเข้มงวดมากเกินไป  เป็นการให้โอกาส ดังนั้น ผู้ต้องขังทุกคนจะทราบดีว่าเมื่อพวกเขาได้มาอยู่ที่เรือนจำโครงสร้างเบาแล้ว  พวกเขากำลังจะได้กลับบ้าน ทั้งนี้ หากทำได้จริงจะสามารถระบายผู้ต้องขังในเรือนจำปกติได้ถึงปีละ 20,000 คน คาดว่าในปี 2559 จะได้ใช้เรือนจำดังกล่าว
         

ปลัดกระทรวงยุติธรรม  กล่าวอีกว่า สำหรับงบประมาณที่ใช้ในการก่อสร้างเรือนจำโครงสร้างเบา 17 แห่งนั้น ประมาณ 1,400 กว่าล้านบาท เฉลี่ยต่อแห่งจะใช้งบประมาณก่อสร้างประมาณ 50 ล้านบาท และงบประมาณการจัดอบรมอีกส่วนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เราพยายามสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สังคม และต้องการให้สังคมให้โอกาสกับคนกลุ่มนี้ด้วย