แม่น้องซูลุยผิว ไม่ยอมเผาร่างลูกชาย ยังติดใจสาเหตุเสียชีวิต ด้าน ทนายรณณรงค์ โผล่ช่วยเหลือครอบครัว!!?

"แม่น้องซูลุยผิว" ไม่ยอมเผาร่างลูกชาย ยังติดใจสาเหตุเสียชีวิต ด้าน "ทนายรณณรงค์" โผล่ช่วยเหลือครอบครัว!!?

Publish 2018-12-26 19:35:25


จากกรณี ด.ช.ซูลุยผิว วัย 2 ขวบ 1 เดือน  หรือน้องต้าเเง ชาวเมียนมา หายไปอย่างไร้ร่องรอยบริเวณไร่อ้อย ห่างจากริมถนนมาลัยแมน 3 กม. ลึกไปใน พื้นที่หมู่ 9 ต.สระพังลาน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่วันที่ 17 ธันวาคม 2561 โดยได้มีการระดมกำลังทุกภาคส่วน ช่วยกันค้นหา  ด้วยความหวังและกำลังใจว่าเด็กจะปลอดภัยและมีชีวิตอยู่ ซึ่งเมื่อวันที่  25 ธค. 61 เข้าสู่วันที่ 9 การหายตัวไปของหนูน้อยเมียนมา อายุ 2 ปี ขณะที่พ่อแม่เด็กยังคงมีความหวัง และคิดว่าลูกยังมีชีวิตอยู่ไม่ไปไหน  เเต่สุดท้ายเเล้ว ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง ได้พบร่างอันไร้วิญญาณ ของน้องซูลุยผิว เบื้องต้น จากสภาพศพ เด็กน่าจะเสียชีวิตมาแล้ว 5-7 วัน ซึ่งก็ต้องผลการชันสูตร หาสาเหตุของการเสียชีวิตที่เเท้จริงต่อไป  อย่างไรก็ตาม ทางบรรดาสื่อในบ้านเรา ต่างก็ตั้งข้อสังเกต ข้อสงสัย สันนิษฐานกันไปต่างๆนานา

 

 



   

 

   ความคืบหน้าล่าสุด ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อเวลา09.00 น. วันที่26 ธันวาคม ร.ต.อ.วีรยุทธ์ สุขแสง รองสว.สอบสวน สภ.สระยายโสม ได้รับมอบอำนาจจาก นางสาวมอ อายุ 20 ปี มารดา ของเด็กชายซูลุยผิว อายุ 2 ขวบ ชาวเมียนมา ที่หายไปกลางไร่อ้อย จ.สุพรรณบุรี นานกว่า 9 วัน

 

 

และเมื่อวานนี้พบศพในสภาพเน่าเปื่อยอยู่บริเวณร่องน้ำกลางไร่อ้อย ห่างออกไปจากจุดที่ปูพรมค้นหาประมาณ 200 เมตร เดินทางมาฟังผลการชันสูตรพลิกศพและรับร่างของเด็กชายซูลุยผิว เพื่อนำกลับไปให้ญาติทำพิธีกรรรมทางศาสนา ที่วัดนัทวัน ต.อู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี

 

 



ต่อมาทางด้าน พล.ต.ต.คมศักดิ์ สุมังเกษตร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยทางโทรศัพท์กับทีมข่าว ว่า เจ้าหน้าที่ได้ตั้งแนวทางการสืบสวนสาเหตุการเสียชีวิตหลายแนวทาง แต่ยังไม่ได้ให้น้ำหนักชี้ไปทางใดทางหนึ่ง เนื่องจากต้องรอการรวบรวมพยานหลักฐาน และผลการผ่าชันสูตรจากแพทย์นิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ซึ่งผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นหลักฐานสำคัญที่ศาลรับฟัง ประกอบกับสภาพศพเสียชีวิตมาหลายวันจึงสันนิษฐานทันทีไม่ได้

 

 

    จากการลงพื้นที่ตรวจสภาพศพ พบว่าส่วนหลังจมน้ำไปครึ่งหนึ่ง สภาพร่างกายเน่าเปื่อย เกือบเหลวทั้งหมดแต่เมื่อดูจากผิวหนังบางส่วนที่แข็งด้าน พบรอยเขี้ยวของสัตว์ เช่น หนู,เหี้ยมหรือตัวเงินตัวทอง แต่ก็ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตหรือไม่ ส่วนบริเวณรอบๆศพ ยังไม่พบข้อพิรุธหรือร่องรอยของบุคคลอื่นแต่อย่างใด  ผบก.จว.สุพรรณบุรี กล่าว

 

.

โดยล่าสุดในวันเดียวกันนี้  ที่สภ.สระยายโสม ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เดินทางมาพบ พ.ต.อ.รณกร ประคองศรี ผกก.สภ.สระยายโสม เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี พร้อมพูดคุยกับ นายผิว อายุ 26 ปี และนางมอ อายุ 20 ปี พ่อและแม่ของน้องต้าแง หลังจากทราบผลชันสูตรของนิติเวช รพ.ตำรวจ 

 

ด้าน นางมอ ได้เปิดเผยว่า ยืนยันลูกชายเสียชีวิตจากอุบัติเหตุหรือฆาตกรรมอย่างแน่นอน โดยตนติดใจว่าในครั้งแรกที่พบศพลูกชาย ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงไม่อนุญาตให้เข้าไปดูศพลูกตั้งแต่ตอนแรก ตนจะได้ทราบว่าลูกตายในท่าไหนหรือตายยังไง ทั้งที่ตนเป็นแม่ ในวันที่ลูกชายหายตัวไป ตนได้สันนิษฐานไว้ก่อนแล้วว่าลูกอาจจะถูกลักพาตัวถูกฆาตกรรม ทำให้เสียชีวิตแล้วนำศพไปอำพรางแต่ยังหาศพไม่เจอ

นอกจากนี้ยังยืนยันด้วยว่า ลูกชายอาจเสียชีวิตจากรถไถ เพราะในวันที่ลูกชายหายตัวไป คนขับรถไถก็ไม่อยู่และรถก็ไม่อยู่ที่บ้าน ซึ่งแปลกจากปกติและ คนขับรถไถก็ได้เปลี่ยนใบผลานไถ ตรงกับวันที่ลูกชายหายไปพอดี หลังจากเปลี่ยนใบผลาน ก็ไม่เคยเห็นคนขับรถไถอีกเลย และจากการสัมภาษณ์ของคนขับรถไถที่ชี้แจงว่าได้เข้ามาช่วยเหลือในการค้นหาลูกชายนั้น ตนไม่เคยเห็นและคนขับรถไถก็ไม่เคยมีการเข้ามาพูดกับตนแม้แต่ครั้งเดียว โดยยืนยันว่าทางครอบครัวไม่เคยมีปัญหากับใครในพื้นที่แน่นอน

 

โดยทางครอบครัวนั้น จะยังไม่เผาศพน้องต้าแง และจะทำเรื่องส่งสถาบันนิติเวชกระทรวงยุติธรรม เพื่อชันสูตรหาข้อเท็จจริงอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยจะนำศพส่งไปชันสูตรภายในคืนนี้

ด้าน นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ก็ได้เปิดเผยด้วยว่า การเข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้ ได้รับการติดต่อจากมูลนิธิ LPN ตนเองเชื่อว่าน้องไม่ได้ตายโดยธรรมชาติ ไม่ได้อดข้าว อดน้ำตาย แต่มีสิ่งผิดปกติคือจุดที่พบศพไม่มีกลิ่นเน่าเหม็น เเละเด็กเดินไกลถึง 5 กิโลเมตรนั้นไม่มีความเป็นไปได้ ตอนนี้เชื่อว่าตำรวจทำเต็มที่เเล้ว เเต่จะขอดูด้วยตาตัวเองเสียก่อน ซึ่งตนเองได้พาเเพทย์เข้าไปดูศพน้องด้วย และเเพทย์ก็บอกว่าเป็นการตายผิดปกติ ผิดรูป

 

โดยครอบครัวไม่เชื่อ จึงอยากจะให้กระทรวงยุติธรรมนำร่างกลับไปชันสูตรใหม่ โดยจะขอทางผลอย่างเป็นทางการจากนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจก่อน ซึ่งขณะนี้กังวลว่าจะมีหลักฐานบางอย่างขาดหายไป อาจจะทำให้มีผลต่อการสืบหาข้อเท็จจริง จึงอยากให้คนที่ทราบเรื่องราวเข้ามาให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกสิทธิ์ ชูวารี