ดีเอสไอ ตรวจสอบฮั้วประมูลโครงการปลูกป่าแก่งกระจาน วงเงิน 15 ล้านบาท ชี้ชัดภาพถ่ายทางอากาศ งานไม่คืบ

"ดีเอสไอ" ตรวจสอบฮั้วประมูลโครงการปลูกป่าแก่งกระจาน วงเงิน 15 ล้านบาท ชี้ชัดภาพถ่ายทางอากาศ "งานไม่คืบ"

Publish 2018-12-18 15:54:33



 

เรียกได้ว่าเป็นประเด็นที่ต้องเกาะติด จากรายงานความคืบหน้ากรณีนายสมัคร ดอนนาปี อดีตผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ยื่นหนังสือต่อพ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เพื่อขอให้รับสอบสวนโครงการปลูกป่าเพื่อลดปัญหาอุทกภัยและภาวะโลกร้อนในพื้นที่ป่าแก่งกระจานเฉลิมพระเกียรติฯ จำนวน 4 แปลง เนื้อที่ 4,200 ไร่ ในจ.เพชรบุรี
 
จากข้อมูลก่อนหน้านี้เผยว่ากรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนรายหนึ่ง (ไม่ระบุว่ารายใด) ให้เป็นคู่สัญญาในวงเงินงบประมาณ 15 ล้านบาท โดยข้อมูลที่ปรากฏคือรูปถ่ายทางอากาศที่เป็นพื้นที่ป่าสภาพสมบูรณ์อยู่ในเขตภูเขาสูงชัน ไม่มีเส้นทางคมนาคม การเดินเข้าไปในพื้นที่โครงการปลูกป่าต้องใช้เวลาเป็นวันๆ และการขนกล้าไม้ วัสดุอุปกรณ์การปลูกป่า รวมถึงเสบียงอาหารต้องใช้คนงานที่มีกำลังเพียงพอ จึงนำมาซึ่งคำถามว่างบประมาณดังกล่าวถูกเบิกไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายแก่คนงาน หรือเพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์จริงหรือไม่



ล่าด 18 ธ.ค. 2561 อธิบดีดีเอสไอได้มอบหมายให้กองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค และศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษเขตพื้นที่ 7 จ.นครปฐม รับผิดชอบเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่าขณะนี้สภาพป่าเป็นอย่างไร ขณะที่ทางด้านพนักงานสอบสวนเริ่มเรียกสอบพยานฝ่ายผู้ร้องไปบ้างแล้ว
  
"จากการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่าบริษัทเอกชนที่เป็นคู่สัญญา เคยเป็นคู่สัญญาปลูกป่ากับหน่วยงานรัฐอื่นด้วย ขณะนี้ดีเอสไอได้รายชื่อบริษัทเอกชนที่เป็นคู่สัญญาแล้ว ส่วนการที่มีประเด็นข้อสงสัยจากผู้ร้องว่าบริษัทเอกชนรายนี้เป็นนอมินีของใครหรือไม่ พนักงานสอบสวนจะเรียกเอกชนมาสอบภายในสัปดาห์นี้" ดีเอสไอระบุ 

 


 
สำหรับคดีนี้ นายสมัคร ดอนนาปี อดีตผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ ได้ยื่นเรื่องให้ดีเอสไอตรวจสอบไปเมื่อเดือน ต.ค. 2561 ที่ผ่านมา ทั้งหมดแบ่งออกเป็นสองประเด็นคือ



1. ขอให้สอบผู้มีอิทธิพลและการฮั้วประมูลในโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา

2. ขอให้ตรวจสอบโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการหน่วยพิทักษ์ป่าในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานวงเงิน 3.5 ล้านบาท ซึ่งบริษัทเอกชนที่ชนะการประมูลระบุว่าถูกขอยืมชื่อไปใช้ร่วมประมูลและมีการมอบอำนาจให้กับพนักงานราชการของอุทยานฯเป็นผู้เข้าทำสัญญากับอุทยานฯ โดยเฉพาะโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติฯ

และที่น่าคลางแคลงใจคือจากภาพถ่ายทางอากาศในแอพพลิเคชั่นกูเกิลพบว่าอุทยานแห่งชาติ แก่งกระจานยังมีสภาพเป็นป่าสมบูรณ์ โอบล้อมด้วยภูเขาสูงไม่มีเส้นทางคมนาคม การขนกล้าไม้เข้าไปปลูกป่าเป็นเรื่องยาก เมื่อสอบถามจากพยานแวดล้อมคือชาวกะเหรี่ยงและชาวบ้านในละแวก ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีการรับแจ้งขนกล้าไม้เข้าไปในป่าแต่อย่างใด ต้องติดตามต่อไปว่าทางดีเอสไอจะมีการแถลงเพิ่มเติมถึงรายนามเอกชนที่เกี่ยวข้องหรือไม่ และบทสรุปจะเป็นไปในทิศทางใด

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย