ลูกแท้ๆแทงแม่บังเกิดเกล้าดับคามือ ไม่สะทกสะท้านนั่งจิบชาต่อ!

ลูกแท้ๆแทงแม่บังเกิดเกล้าดับคามือ ไม่สะทกสะท้านนั่งจิบชาต่อ!

Publish 2018-12-07 11:09:55


เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.61 ที่ผ่านมา ร.ต.ท.ฉัตรพล นพคุณ ร้อยเวร สภ.ยี่งอ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุลูกชายฆ่าแม่ตัวเองตาย เหตุเกิดในพื้นที่หมู่ 8 บ้านทุ่งคา ต.ละหาร อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

 



 

เมื่อไปถึงมีชาวบ้านยืนจับกลุ่มกันอยู่เป็นจำนวนมากด้วยความตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และภายในห้องน้ำมีศพของ นางทิม (สงวนนามสกุล) อายุ 73 ปี นอนจมกองเลือดอยู่ในสภาพที่ถูกมีดแทงตามลำตัวและหน้าท้อง พร้อมมีดทำครัวที่เปื้อนเลือดตกอยู่ภายในห้องน้ำ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานและดีเอ็นเออย่างละเอียด โดยได้ประสานเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิเมตตาธรรม จ.นราธิวาส เดินทางมานำศพนางทิม ผู้ตายไปชันสูตรอย่างละเอียดที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์

 

ต่อมา พ.ต.อ.ดุลยมาน แยนา ผกก.สภ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ได้สอบปากคำ น.ส.ซาฟีร่า อายุ 14 ปี ซึ่งเป็นหลานของผู้ตาย ให้การว่า นางทิมผู้เป็นย่าได้เดินเข้าไปเพื่อจะอาบน้ำ โดยที่ นายวันนิวัติ (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของนางทิมและเป็นน้าชายของตน กำลังเดินไปเดินมาอยู่ภายในบ้านพัก จากนั้นประมาณ 5 นาที ตนได้ยินเสียงย่ากรีดร้องเสียงดังและเรียกให้ตนเข้าไปช่วย ตนจึงได้วิ่งไปคว้าโทรศัพท์รีบโทร.หา นายอรรถพล ผู้เป็นพ่อที่อาศัยอยู่ที่บ้านพักอีกหลังหนึ่ง

 



เมื่อนายอรรถพลขี่รถมาถึงได้รีบจอดรถก่อนวิ่งขึ้นมาบนบ้านพักอย่างรวดเร็ว แต่ทันใดนั้นประตูห้องน้ำได้ถูกเปิดออกมาจากข้างใน โดยมีนายวันนิวัติเดินออกมาจากห้องน้ำอย่างไม่สะทกสะท้าน ซึ่งนายอรรถพลได้รีบเข้าไปดูนางทิม พบว่าถูกมีดในครัวแทงตามลำตัวและหน้าท้องจมกองเลือดอยู่ภายในห้องน้ำ ส่วนนายวันนิวัติได้หลบหนีไปหลังเกิดเหตุ

 

 

 

พ.ต.อ.ดุลยมาน จึงสั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่ติดตามค้นหาคนร้ายที่กำลังหลบหนี คาดว่าน่าจะไปหลบซ่อนตัวที่บ้านเพื่อนสนิทคนหนึ่งในพื้นที่บ้านละหาร ต.ละหาร เมื่อถึงบริเวณหน้าบ้านเป้าหมาย พบว่า นายวันนิวัติ ได้นั่งดื่มชาอยู่ในหมู่บ้านดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้ไปเชิญตัวนายวันนิวัติ ไปสอบสวนปากคำที่ สภ.ยี่งอ ซึ่งนายวันนิวัติ มีลักษณะอาการเหมือนคนเหม่อลอยซึมเศร้า แต่ได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่แต่โดยดี

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

นายลัทธภพ แก้วโย