ธปท. คุมสินเชื่อบ้านใหม่ วางดาวน์ตามระดับราคา ดีเดย์ เม.ย. 62

ธปท. คุมสินเชื่อบ้านใหม่ วางดาวน์ตามระดับราคา ดีเดย์ เม.ย. 62

Publish 2018-11-23 12:21:07


     เรียกว่าเป็นข่าวที่ทำให้ผู้กำลังจะตัดสินใจกู้สินเชื่อซื้ออบ้านต้องตรวจดูข้อมูลกันอย่างจริงจังอีกครั้งเมื่อแบงก์ชาติออกมาปรับเกณฑ์การปล่อยกู้สินเชื่อบ้านที่อยู่อาศัยครั้งใหม่ในปี 2562 ที่จะถึงนี้โดยมีการปรับเกณฑ์วางเงินดาวน์เพิ่มตามระดับความเสี่ยง  โดยจะมีการประกาศใช้หลักเกณฑ์นี้อย่างเป็นทางการอีกทีในช่วงเดือนเมษายน ปี 2562 ที่จะถึงนี้ 

   ด้านผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นายจาตุรงค์ จันทรังษ์  ได้ออกมากล่าวถึงการกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่นี้ว่าทาง ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้รับฟังความคิดเห็นของประชาชนและนำปัญหามาปรับปรุงเพื่อให้สามารถกำกับ ดูแล หลักเกณฑ์สินเชื่อบ้านเพื่อที่อยู่อาศัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและง่ายขึ้น ก่อนที่จะสรุปหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยให้มีสาระสำคัญ 3 หัวข้อใหญ่ดังนี้  



1. การกำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำ หรืออัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) ให้สะท้อนความเสี่ยงได้ดีขึ้น สำหรับการผ่อนที่อยู่อาศัยพร้อมกัน 2 หลังขึ้นไป และที่อยู่อาศัยที่มีราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป โดยที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 ที่ราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาทและผ่อนชำระหลังแรกตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป จะต้องวางดาวน์ 10% ขณะที่ถ้าผ่อนชำระหลังแรกยังไม่ถึง 3 ปี หรือกู้ซื้อที่อยู่อาศัยราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องวางดาวน์ 20% สำหรับที่อยู่อาศัยหลังที่ 3 ขึ้นไปจะต้องวางดาวน์ 30% ในทุกระดับ

ราคาเกณฑ์ดังกล่าวจะไม่กระทบประชาชนที่กู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรกที่ราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท และจะไม่บังคับใช้กับการกู้เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยบนที่ดินของตนเองรวมทั้งจะไม่กระทบการรีไฟแนนซ์สำหรับผู้กู้ที่มีภาระผ่อนเพียงหนึ่งหลัง ทั้งนี้การรีไฟแนนซ์ที่อยู่อาศัยในทุกกรณีให้ใช้ราคาประเมินใหม่เพื่อสะท้อนมูลค่าปัจจุบัน

2. การนับรวมสินเชื่อ Top-up ในวงเงินที่ขอกู้ จะนับรวมสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (สินเชื่อ Top-up) ทุกประเภทที่อ้างอิงหลักประกันเดียวกันในวงเงินที่ขอกู้โดยให้ยกเว้น

2.1. สินเชื่อที่ใช้ชำระเบี้ยประกันชีวิตผู้กู้และประกันวินาศภัย ซึ่งช่วยป้องกันความเสี่ยงของทั้งผู้กู้และสถาบันการเงิน 
2.2. สินเชื่อที่ให้กับธุรกิจ SMEs เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการรายย่อย

3. วันที่ใช้บังคับจะเริ่มใช้บังคับกับสัญญากู้ซื้อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 เป็นต้นไป โดยจะยกเว้นกรณีที่มีสัญญาจะซื้อจะขายก่อนวันที่ 15 ตุลาคม 2561 เพื่อลดผลกระทบต่อผู้ที่วางแผนซื้อที่อยู่อาศัยหรือผ่อนดาวน์อยู่ก่อนแล้ว อนึ่ง การปรับปรุงเกณฑ์ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 

3.1.  ดูแลประชาชนที่ต้องการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยให้สามารถซื้อบ้านได้ในราคาที่เหมาะสม
3.2. ยกระดับมาตรฐานการพิจารณาสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงิน 
3.3. เป็นมาตรการเชิงป้องกันเพื่อดูแลความเสี่ยงเชิงระบบ

 

 

 



 

 

 อนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กำหนดหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (ระดับ Loan-to-Value: LTV) และสินเชื่ออื่นที่เกี่ยวเนื่องกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (top-up) เป็นมาตรการ macroprudential โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

1. เพื่อยกระดับมาตรฐานการพิจารณาสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (credit underwriting) ของสถาบันการเงิน มุ่งสร้าง credit culture ที่ดี และดูแลความสามารถในการชำระหนี้ของภาคครัวเรือน
2. เพื่อลดดีมานด์เทียม ช่วยดีมานด์จริง เพื่อดูแลประชาชนที่ต้องการที่อยู่อาศัยให้ซื้อได้ในราคาที่เหมาะสม (housing affordability)
3. เป็นมาตรการเชิงป้องกัน (preventive measure) ความเสี่ยงเชิงระบบ ซึ่งที่ผ่านมาปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในต้นตอสำคัญที่ทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลก

 

 

ซึ่งที่ผ่านมาปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในต้นตอสำคัญของวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดทั่วโลก ทั้งนี้ ธปท. จะติดตามการปรับตัวของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด โดยเน้นการตรวจสอบให้สถาบันการเงินมีแนวนโยบายและพิจารณาสินเชื่อตามหลักเกณฑ์ 

ขอบคุณข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย