ไทยนิยมยั่งยืน 22 โครงการ ผลงานรัฐฯ ส่งท้ายปี กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ

ไทยนิยมยั่งยืน 22 โครงการ ผลงานรัฐฯ ส่งท้ายปี กระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ

Publish 2018-11-23 11:30:38


 

ต่อเนื่องกันยาวๆ กับผลงานของรัฐบาลส่งท้ายปี 2561 ที่ก่อนหน้านี้อัดฉีดเงินกว่าแสนล้านเข็นมาตรการเพื่อเยียวยาประชากรคนจน 14 ล้านคน (อ่านต่อเพิ่มเติม : รัฐฯอัดฉีดเงินกว่าแสนล้าน ช่วยค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง) ล่าสุด โครงการไทยนิยมยั่งยืนได้ออกมาเป็นรูปร่าง โดยมีทั้งหมด 22 โครงการ ใช้เงิน 2 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจมีเงินหมุนเวียนมากกว่า 6 หมื่นล้านบาท ประมาณการเกือบ 3 เท่าของงบประมาณลงทุน

 


 
นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการแถลงผลการดำเนินงานโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ว่า กระทรวงฯ ได้รับงบประมาณมาเพื่อดำเนิน 2 แผนงานรวม 22 โครงการ สามารถแจกแจงได้ดังนี้ แผนงานยุทธศาสตร์ปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร 20 โครงการ และ แผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิต อีก 2 โครงการ โดยมีโครงการที่ประชาชนมีส่วนร่วมในขั้นตอนการเสนอ 5 โครงการและคาดว่าจะสามารถสร้างประโยชน์ได้เช่น โครงการสร้างทักษะและส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตร ที่ก่อนหน้านี้เกษตรกรจำนวน 1.62 ล้านคน เข้าร่วมโครงการ ผลปรากฏว่ามีทักษะการผลิตและการตลาดเพิ่มขึ้น

 



ทั้งนี้ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการผลิตในแต่ละชุมชน เช่น ชุมชนตำบลฉลุง อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล ที่จัดทำโครงการเลี้ยงผึ้งโพรงเป็นอาชีพเสริม เพราะการเลี้ยงผึ้งโพรงมีการลงทุนน้อย ความต้องการของตลาดสูง สามารถสร้างรายได้ถึง 665,000 บาทต่อปี นอกจากนี้ยังมีโครงการการผลิตสารชีวภัณฑ์ เพื่อเป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิตในการจัดการศัตรูพืช โดยการใช้สารชีวภัณฑ์แทนสารเคมี จาก 4,000 บาทต่อไร่ เป็น 3,200 บาทต่อไร่ 

สำหรับโครงการที่ประชาชนได้รับเงินจ่ายตรงเข้าบัญชีเกษตรกร เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ เช่น โครงการจ้างงานชลประทาน ซ่อมแซมบำรุงรักษาระบบชลประทาน 140 รายการ สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 16,242 บาทต่อราย  เพิ่มเติมด้วยโครงการที่จัดให้มีสิ่งปลูกสร้าง สิ่งอำนวยความสะดวกในการประกอบอาชีพ โดยจะสนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือ รวมถึงปรับปรุงคุณภาพและแปรรูปผลผลิตการเกษตร เช่น สหกรณ์การเกษตรห้างฉัตร จำกัด จังหวัดลำปาง และสหกรณ์การเกษตรเชียงดาว จำกัด จังหวัดเชียงใหม่ 
 
ถัดมากับโครงการที่มีการอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี ให้ความรู้แก่ประชาชน ทั้งนี้รวมถึงโครงการภายใต้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ซึ่งจะทำให้ประชาชนได้รับความรู้ทางการเกษตร จำแนกเป็น ด้านพืช ด้านปศุสัตว์ ด้านประมง และด้านอื่นๆ อาทิ การจัดทำบัญชีครัวเรือน การแปรรูปผลผลิต

 



นายกฤษฎา กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม การผลิตจะต้องอาศัยน้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตและสร้างระบบนิเวศน์ที่เหมาะสม การสร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งน้ำอย่างทั่วถึงตามภูมิสังคมจึงมีความจำเป็นและเป็นบทบาทหน้าที่ของรัฐโดยมีประชารัฐและประชาชนร่วมกันบริหารจัดการ ดูแลรักษา ใช้ประโยชน์ จึงมีโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำระดับชุมชน ซึ่งเชื่อว่าในระยะยาว จะก่อให้เกิดความยั่งยืนในการทำการเกษตรในอนาคตทั้งในพื้นที่นอกเขตชลประทานและพื้นที่ ส.ป.ก.
 
"ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากงบประมาณโครงการที่ใช้จ่ายลงไปในระบบ จากการวิเคราะห์ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร งบประมาณที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับทั้งสิ้นประมาณ 24,987 ล้านบาท ส่งผลสำเร็จให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและเกษตรกร รวมทั้งสิ้น 3 ล้านราย ก่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจตั้งแต่ระดับครัวเรือน ชุมชน จังหวัดและประเทศ คิดเป็นมูลค่า 63,599 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.54 เท่าของเงินงบประมาณ" รมว. เกษตรและสหกรณ์ ระบุ
 
อย่างไรก็ตามยังต้องติดตามผลกันอย่างต่อเนื่องซึ่งวัดได้จากพัฒนาการของภาคเกษตรจากโครงการต่างๆ ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง อาทิ รายได้เกษตรกรที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนการผลิตที่ลดลง

 




ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย