ชาวสวนยางใจชื้น รมว.เกษตรและสหกรณ์ เตรียมเสนอนายกฯ ทุ่มงบประมาณแก้ปัญหาราคายาง

ชาวสวนยางใจชื้น รมว.เกษตรและสหกรณ์ เตรียมเสนอนายกฯ ทุ่มงบประมาณแก้ปัญหาราคายาง

Publish 2018-11-15 15:28:17


ปัญหาราคายางพาราถือเป็นปัญหาที่รัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยสาเหตุหลักมาจากผลผลิตจากยางที่มีปริมาณมากกว่าความต้องการของตลาด อย่างไรก็ตามหน่วยงานทุกภาคส่วนมิได้นิ่งดูดายพยายามพยายามหาทางแนวแก้ไขทั้งการรณรงค์ให้ชาวสวนยางหันไปปลูกผลผลิตประเภทอื่น มากกว่าที่จะมุ่งปลูกยางพาราเช่นแต่ก่อน รวมถึงมาตรการช่วยเหลือในด้านต่างๆ 

ความคืบหน้าล่าสุด มีรายงานว่า นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้เปิดเผย ภายหลังการหารือร่วมกับผู้ส่งออกยางพารา 5 ราย ประกอบด้วย

1. บริษัท ไทยฮั้วยางพารา จำกัด (มหาชน)
2. บริษัท วงศ์บัณฑิต จำกัด 
3. บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน)
4. บริษัทยางไทยปักษ์ใต้
5. บริษัท เซาท์แลนด์ รับเบอร์ จำกัด

 
 
โดยได้ทำการหารือแนวทางแก้ไขปัญหาราคายางพารา ก่อนที่จะกำหนดมาตรการเสนอ ครม. พิจารณา ในวัน 20 พ.ย. 2561 ทั้งนี้มาตรการจะแยกเป็น 2 ส่วนคือ มาตรการเสริมความเข้มแข็งชาวสวนยางและพัฒนาอาชีพเกษตรกรชาวสวนยาง ที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับการยางแห่งประเทศไทย ประกอบไปด้วยเจ้าของสวนยาง และผู้ประกอบอาชีพกรีดยางรวมทั้งสิ้น 1.4 แสนครัวเรือน เบื้องต้นจะทำการเสนอขอใช้งบกลางจาก ครม. เป็นจำนวน 10,000 ล้านบาท เพื่อนำมาอุดหนุน ไร่ละ 1,500 บาท อย่างไรก็ตามต้องให้ทางการยางแห่งประเทศไทย พิจารณาเสียก่อนโดยอาจมีการเพิ่มสำรวจไร่ให้มากขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาราคายางตกต่ำให้ได้มากที่สุด



ส่วนที่สองมอบหมายให้ทางการยางแห่งประเทศไทย ทำการประสานงานกับเอกชน และสถาบันเกษตรกร ให้ตั้งจุดรับซื้อยาง 3 ชนิดประกอบด้วยยางก้อนถ้วย น้ำยางสด และยางแผ่นดิบ หากราคาต่ำกว่าที่กำหนดให้ กยท. เข้าไปชดเชยส่วนต่าง โดยใช้เงินกองทุนพัฒนายางพารา โดยจะให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ ซึ่งหากทุนไม่เพียงพออาจต้องขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลเพิ่มเติม
 
เกี่ยวกับกรณีการใช้ยางทั่วประเทศ นายกฤษฎา กล่าวว่า ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนเตรียมเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงแนวคิดการผลิตอุปกรณ์เครื่องนอนให้แก่หน่วยราชการ ได้แก่ โรงเรียน โรงพยาบาล กองทัพ เป็นต้น และได้ทำการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจความต้องการใช้อุปกรณ์ทั้งหมด และแจ้ง ข้อมูลกับกระทรวงเกษตรฯ ภายในวัน 16 พ.ย. 2561 อย่างไรก็ตามหากได้รับความเห็นชอบ ทางการยางแห่งประเทศไทยจะต้องเป็นผู้ดูแลเรื่องนี้



ด้านโครงการของคมนาคม เกี่ยวกับการใช้ยางพาราในการทำถนน ยังพบว่ามีปัญหาในเรื่องของราคาการสร้าง เพราะมีราคาสูงกว่าการใช้วัสดุประเภทอื่น ดังนั้นจึงต้องให้ทางกระทรวงเกษตรฯ พิจารณาแง่กฏหมายการจัดซื้อจัดจ้างรวมด้วย ก่อนหน้านี้เมื่อปี 56-57 การยางแห่งประเทศไทยเคยซื้อยางมาเก็บสต็อกไว้ประมาณ 100,000 ตัน จะเห็นได้ว่าไม่เกิดประโยชน์ ทางรัฐบาลจึงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเช่นในอดีต
 
จากข้อมูลเผยว่าในปี 2560 ไทยผลิตยางพาราได้ 4.5 ล้านตัน แบ่งเป็นใช้ในประเทศ 500,000 ตัน และส่งออก 4 ล้านตัน แต่ทั้งนี้ขอให้เกษตรกรงเข้าใจว่าปัจจุบันกำลังซื้อของหลายประเทศประสบภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ อีกสาเหตุมาจากการที่สาธารณรัฐประชาชนจีนที่เคยเป็นลูกค้ารายใหญ่ของโลกนั้น สามารถปลูกยางพาราได้เอง จนสามารถสต็อกยางดิบได้มากกว่า 5 แสนตัน จึงส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

สำหรับราคายางในประเทศขณะนี้ปรับตัวตามสภาวะตลาด แต่ยังคง มีความต้องการของผู้ซื้อภายในประเทศ และมีปริมาณฝนตกชุกในบางพื้นที่ปลูกยาง ราคากลางเปิดตลาด ประจำวันนี้อยู่ที่ 39.57 บาทต่อ กก. โดยปิดตลาดสูงสุด ที่ตลาดนครศรีธรรมราช อยู่ที่ 40.67 บาทต่อ กก. ส่วนตลาดกลางสงขลาอยู่ที่ 39.41 บาทต่อกก.  และตลาดสุราษฎร์ธานี อยู่ที่ 39.37 บาทต่อ กก.


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

เอกชัย เรืองฉาย