ทุบไหแหลก อัจฉริยะ ยื่นสอบ ประจักษ์ชัย - ลำไย เลี่ยงภาษี 100 ล้าน เปิดทรัพย์สินสาวขาเลาะสุดอู้ฟู่ สวยและรวยมาก

ทุบไหแหลก "อัจฉริยะ" ยื่นสอบ "ประจักษ์ชัย - ลำไย" เลี่ยงภาษี 100 ล้าน เปิดทรัพย์สินสาวขาเลาะสุดอู้ฟู่ สวยและรวยมาก

Publish 2018-10-30 16:39:08


 

       กลายเป็นเรื่องใหญ่โต เหนือการคาดเดาของชาวเน็ตไปแล้วกับเรื่องราวของนายห้างประจักษ์ชัย เจ้าของค่ายไหทองคำเรคคอร์ด ที่ลุกขึ้นมาแจ้งความจับอดีตนักร้องในสังกัด อาม ชุติมา คาเวทีคอนเสิร์ต จนเป็นเรื่องราวใหญ่โต มีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้ามาเกี่ยวข้องช่วยเหลือนักร้องสาวในเรื่องของคดีความที่กำลังเป็นอยู่นี้ด้วย

 

 

       โดยเมื่อวันที่ 29 ต.ค. 61 นายอัจฉริยะ ได้เข้ามายื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมสรรพากร ให้ดำเนินการตรวจสอบการเสียภาษีของนายห้างประจักษ์ชัย พร้อมพวก ทั้งนี้ยังมีการเปิดเผยจากนายอัจฉริยะว่า ต้องการให้ทางกรมสรรพากรตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ในกรมสรรพากรบางคนที่อาจช่วยเหลือนายห้างประจักษ์ชัย กรณีการเสียภาษี ทั้งยังพ่วงด้วยนักร้องสาวชื่อดังในค่ายอีกหนึ่งคนคือ ลำไย ไหทองคำ และภรรยานายประจักษ์ชัย โดยอยากให้ตรวจสอบภาษีย้อนหลัง ทั้งหมด  ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน เนื่องจากนายอัจฉริยะเชื่อว่า อาจมีการหลีกเลี่ยงภาษีกว่า 100 ล้านบาท 

 

      แถมยังเผยอีกว่าวันที่ 31 ต.ค. 61 ที่จะถึงนี้ จะเดินทางไปสำนักงาน ปปง. ให้ตรวจสอบทั้ง 3 คน ในเรื่องการฟอกเงินด้วย พร้อมเตรียมแถลงข่าวเกี่ยวกับการยึดทรัพย์นายห้างประจักษ์ชัย พร้อมพวก ตามอำนาจของกรมบังคับคดีมอบให้ ยืนตามคำพิพากษาคดีถึงที่สุดของศาลจังหวัดขอนแก่น กรณีนายห้างประจักษ์ชัยเบี้ยวเงินค่าถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง "ผู้สาวขาเลาะ" เป็นเงินจำนวนเงิน 800,000 บาท โดยในคำพิพากษาระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2560 ทางจำเลยได้ทำสัญญาว่าจ้างกับโจทก์ ซึ่งก็คือนายทุนสร้างภาพยนตร์เรื่องผู้สาวขาเลาะ จำนวนเงิน 5,000,000 บาท โดยแบ่งชำระ 4 งวด 



 

    แต่ถ่ายทำได้สักพักก็จ่ายเงินไม่ครบตามสัญญา และไปว่าจ้างบุคคลอื่นให้มาสร้างภาพยนตร์แทน โดยศาลจังหวัดขอนแก่นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 800,000 บาท แก่โจทย์ โดยนายอัจฉริยะเป็นผู้รับมอบอำนาจตามกฎหมายที่จะบังคับยึดทรัพย์นายทุนรายนี้ เพื่อนำเงินไปคืนให้กับผู้เสียหาย ซึ่งนายอัจฉริยะทิ้งท้ายว่าหากนายประจักษ์ชัยไม่อยากถูกยึดทรัพย์ให้นำเงิน 800,000 บาท มาคืนโจทก์เร็วที่สุด

 

    หลังจากนี้ก็คงต้องเป็นหน้าที่ของนายห้างประจักษ์ชัยและภรรยา พร้อมด้วยนักร้องสาวดาวเด่นของค่าย ลำไย ไหทองคำ ที่ต้องออกมาชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่สรรพากร ถึงมูลค่าทรัพย์สินที่อยู่ในครอบครองเบื้องต้นทราบว่าทั้ง 3 คนไม่ได้ทำการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแต่อย่างใด แต่ยังไม่ทราบว่ามีเจ้าหน้าที่แอบช่วยหรือไม่ ทั้งนี้หากตรวจสอบว่าผิดจริงจะดำเนิดคดีในความผิดมาตรา 157 คือความรับผิดฐานเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อีกหนึ่งกระทงถือเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด

 

    หากย้อนดูทรัพย์สินของลำไย ไหทองคำ ในบางส่วนที่เป็นข่าวจะพบว่าสิ่งของแต่ละชิ้นที่เธอซื้อหามานั้นมีราคาที่แพงพอตัว หลังโด่งดังเป็นพลุแตกจากเพลง "ผู้สาวขาเลาะ" ที่เพื่อนรัก อาม ชุติมา เป็นคนแต่งให้ร้อง และไม่คิดว่าเพลงผู้สาวขาเลาะจะเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล มียอดวิวพุ่งกระฉูดกว่า 100 ล้านวิว ในตอนนั้นลำไยมีอายุเพียง 18 ปี จนมีหลายคนบอกว่าเพลงที่อาม แต่งให้นั้นเปลี่ยนชีวิตลำไย จากหลังมือเป็นหน้ามือ จนเมื่อช่วงเดือน มิ.ย 60 ลำไยซื้อรถเบนซ์สปอร์ตสีขาวเปิดประทุนคันงาม ซึ่งหากเป็นมือหนึ่งก็สนนราคาอยู่ที่ราวๆ 4 ล้านบาท และ ช่วง ก.ค. 60 ลำไยได้ซื้อบ้านหรู อีกในราคา 3 - 4 ล้านบาท ย่านลำลูกกา รวมถึงทรัพย์สินอื่นอีกที่ลำไยครอบครอง

 



 

 

       มีการเปิดเผยว่าค่าตัวไปร้องเพลงที่เมืองนอกของสาวลำไย ไหทองคำ แต่ละครั้งในการไปทัวร์เมืองนอกอยู่ที่ 400,000 บาท และประมาณต้นเดือน ก.ย. 60  ลำไย จะไปร้องเพลงที่เมืองโคเปนเฮนเก้น ประเทศเดนมาร์ก โดยมีการเปิดค่าจ้างอยู่ที่ 400,000 บาท ลำไย ได้เคยเปิดใจในรายการตีสิบว่า เคยได้ค่าทิปจากลูกค้า ประมาณ 5 หมื่นถึงหนึ่งแสนบาทต่อ 1 งานที่ไปเล่น เรียกว่าจากการซื้อของและค่าจ้างแต่ละครั้งแล้วมูลค่าทรัพย์สินบัญชีของลำไย น่าจะมากพอควร 

 

 

       อย่างไรก็ตามในตอนนี้ยังต้องรอการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ว่าลำไย พร้อมนายห้างประจักษ์ชัย และภรรยา นั้นมีความผิดจริงตามที่นายอัจฉริยะกล่าวอ้างหรือไม่ ซึ่งผู้ที่ติดตามเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นก็ยังคงต้องรอดูต่อไป ว่าสุดท้ายแล้วเรื่องราวมหากาพย์ไหแตกจะจบลงเช่นไร และจะขึ้นศาลเป็นคดีครั้งประวัติศาสตร์ของวงการเพลงลูกทุ่งหรือไม่

 

 


ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

ไปรยา เปลี่ยนสมัย