ไหทองคำสะเทือน! อัจฉริยะไลฟ์เตือนลำไยห้ามร้องเพลงผู้สาวขาเลาะ

ไหทองคำสะเทือน! "อัจฉริยะ"ไลฟ์เตือน"ลำไย"ห้ามร้องเพลงผู้สาวขาเลาะ

Publish 2018-10-25 09:18:18


จากกรณี"อาม ชุติมา" หรือ ชุติมา โสดาภักดิ์ นักร้องลูกทุ่งสาวและนักแต่งเพลง ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับกุมตัวกลางคอนเสิร์ต ในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์เพลง ซึ่งอาม ชุติมามีปัญหาสัญญาของทางค่ายมานานกว่า 5-6 เดือนแล้ว แต่ไม่มีการเคลียร์ให้จบจนกลายเป็นเรื่อง ต่อมานายประจักษ์ ไหทองคำ ได้เปิดเผยปัญหากับ อาม ชุติมา เป็นปัญหาที่ค้างคามาประมาณ 5 - 6 เดือน โดยได้มีการส่งจดหมายไปที่บ้านของ อาม ชุติมา ถึง 3 ครั้ง ก็ยังไม่มีการออกมาเคลียร์กับทางค่าย

 



 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ต่อมา นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์  ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม  ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ นักร้องสาว อาม ชุติมา เบื้องต้นทีมงานฝ่ายกฎหมายของชมรม ได้มีการประชุมร่วมกันแล้วมีมติว่า หากเจ้าหน้าที่ตำรวจโรงพักไหนก็ตามจับกุม น้องอาม ชุติมา นับจากวันนี้เป็นต้นไปในเรื่องลิขสิทธิ์ ทางชมรมจะดำเนินคดีตามกฎหมายกับตำรวจทุกนาย ตามมาตรา 157 เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

 

 


 



 

 

 

 

 

พร้อมทั้งบอกอีกด้วยว่า ดำเนินการตามกฏหมาย "ลำไย ไหทองคำ" ถ้าเอาเพลง ผู้สาวขาเลาะ ไปร้อง เช่นเดียวกับที่นายห้างกระทำกับ "อาม ชุติมา"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทั้งนี้ทีมข่าวDeepTnews ได้ตรวจสอบการเข้าสู่วงการเพลงของนายประจักษ์ หรือ ประจักษ์ชัย ก็พบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนักร้องและคดีความที่เจ้าตัวเคยเข้าไปเกี่ยวข้องก่อนหน้านี้ โดยเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2555 เวลา 12.00 น. ที่สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ด.ต.สงกรานต์ แสนกันยา สิบเวรฯ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ได้นำตัวนายไพรัตน์ ขอดเมชัย หรือ เซียง สะหวัน อายุ 59 ปี นักร้องและนักแต่งเพลงดังสุดฮิตปลาค่อใหญ่ เข้าห้องขังเพื่อรอการสอบสวนหลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองกาฬสินธุ์จับข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ ตามหมายจับของศาลกาฬสินธุ์เลขที่ จ.516/55 ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2555  ก่อนนำตัวไปฝากขังที่ศาลกาฬสินธุ์เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย


สำหรับในคดีนี้นายไพรัตน์ ขอดเมชัย หรือที่เรียกกันว่า เซียง สะหวัน อายุ 59 ปี มีภูมิลำเนาเดิมอยู่บ้านเลขที่ 160 หมู่ที่ 7 บ้านโคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม เป็นนักร้องต้นตำรับเพลงปลาค่อใหญ่ ซึ่งเป็นเพลงที่กำลังเป็นที่นิยมทั่วประเทศ ซึ่งก่อนหน้านั้นนายไพรรัตน์ฯ ได้รับงานมาร้องเพลงและโชว์ตัวที่บ้านต้อน ต.เหนือ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ หลังจากนั้น หจก. ไอทีซี เรคคร์อด ซึ่งตั้งอยู่ เลขที่ 408/262 หมู่ที่ 11 ต.หาดคำ อ.เมือง จ.หนอคาย โดยนายกันตพล ใจบุญ ผู้จัดการบริษัทฯ ได้รับมอบอำนาจเข้าแจ้งความไว้ที่สภ.เมืองกาฬสินธุ์ โดยกล่าวหาว่านายไพรัตน์ ขอดเมชัย หรือ เซียง สะหวัน ได้ละเมิดลิขสิทธิ์เพลง ปลาค่อใหญ่ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามตัวและเข้าจับกุมที่ บขส. จ.มุกดาหาร เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2555


ขณะที่นายไพรรัตน์ ขอดเมชัย หรือเซียง สะหวัน นักร้องเพลงดัง กล่าวว่า เพลงปลาค่อใหญ่ ตนเองเป็นผู้แต่งและเขียนไว้นานแล้ว โดยนำเอาทำนองสาวหนองใหญ่เป็นลายทำนองเพลง ซึ่งตนเองได้แต่งงานกับชาวลาวและอยู่กินกันมานาน ที่เดิมทำอาชีพทำนาจนกระทั่งเพลงปลาค่อใหญ่ที่ส่งลงอินเตอร์เน็ตโด่งดัง ซึ่งเริ่มแรกดังอยู่ทางฝั่งลาวและมีเครือข่ายอีกกว่า 16 ประเทศที่เพลงนี้ไปโด่งดัง

 

“จากนั้นไม่นานได้มีบริษัทฯหนึ่งติดต่อให้มาทำสัญญาเพื่อร้องเพลงลงแผ่นขาย ด้วยความที่ไม่รู้เรื่องกฎหมายและไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องอะไรใหญ่โต จึงเซ็นต์ทำสัญญาไป แต่หลัง ๆ มานี้มีคนติดต่องานให้ไปแสดงและร้องเพลงในจังหวัดต่าง ๆ มากขึ้นอาจเพราะความโด่งดังของเพลง และเมื่อมีงานก็จะข้ามมาจากฝั่งลาวและมาแสดงในไทยหลายสิบงาน โดยรายได้ที่รับมาก็รับเองทั้งหมดไม่ได้ผ่านบริษัทเพราะไม่คิดว่าจะต้องรับงานผ่านบริษัทเนื่องจากไม่รู้เรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์ อีกทั้งตอนที่เซ็นต์สัญญาก็รับรู้ว่าเป็นสัญญาให้ร้องอัดแผ่น ต้องบอกว่าไม่รู้เรื่องกฎหมายจริง ๆ โดยเฉพาะการละเมิดลิขสิทธิ์อะไรพวกนี้ไม่รู้จริง ๆ เพราะเพลงนี้แต่งเองร้องเองมานานแล้ว” เจ้าของเพลงดังกล่าว

 

ต่อมาทีมข่าวDeepsTnews ได้ตรวจสอบต่อไปที่บริษัทไอทีซีเรคคอร์ด และได้สัมภาษณ์นางพัชรี ศัลกวิเศษ ผู้บริหารไอทีซีเรคคอร์ดปัจจุบัน ซึ่งได้เล่าถึงเรื่องราวเมื่อปี2555 ให้กับทีมข่าว DeepsTnews ฟังว่าเรื่องนี้ได้จบไปแล้ว ทางบริษัทได้แจ้งดำเนินคดีกับนายไพรัตน์จริง เพราะได้ละเมิดลิขสิทธิ์ โดยไปขึ้นเวทีร้องเพลงดังกล่าวไม่ผ่านบริษัททั้งที่ได้ทำสัญญาเป็นนักร้องในสังกัด ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนกฎหมาย ตอนนั้นทางผู้ต้องหาก็ได้ประกันตัวไป ซึ่งทางบริษัทมีสัญญาทำกันไว้เป็นหลักฐานที่ชัดเจน

 

“เขาไปขึ้นเวทีกับนายประจักษ์ คล้ายๆกับตอนนี้ที่เกิดขึ้นกับอาม ชุติมา ที่ไปขึ้นเวทีแล้วโดนจับเพราะละเมิดสิทธิ์ นายประจักษ์ก็มีความผิดเขารู้ว่านายไพรัตน์เป็นนักร้องในสังกัดตน แต่คงไม่รู้รายละเอียดของสัญญาจึงพานายไพรัตน์ไปขึ้นเวที ก็โดนดำเนินคดี เหมือนตอนนี้ที่นายประจักษ์ไปแจ้งจับอาม คล้ายเวรกรรมตามสนองหรือเปล่าอันนี้ เหตุการณ์มันคล้ายกัน แต่ตอนนั้นนายประจักษ์เป็นคนดึงนักร้องไปขึ้นเวที ยืนยันว่านายประจักษ์ไม่เกี่ยวอะไรกับบริษัท ตอนหลังทราบว่าแตกคอ แยกย้ายกับนายไพรัตน์เพราะเรื่องผลประโยชน์เรื่องเพลง เรื่องจำพวกนี้”

(คลิกอ่านข่าวเกี่ยวข้องได้ที่นี่ หรือกรรมตามสนอง!ประจักษ์ชัยเคยนำนักร้องขึ้นเวที ถูกแจ้งจับติดคุก ละเมิดลิขสิทธิ์ สุดท้ายแตกคอ )

 

ขอบคุณที่มาเฟซบุ๊ก ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม



ติดตามข่าวสารทาง Line

เพิ่มเพื่อน

เรียบเรียงโดย

มนันยา ไตรแก้ว